Chapter39

posted on 07 Nov 2007 08:31 by moon-drop  in Moonlight-Serenade
สวัสดีตอนเช้าค่ะ^ ^


วันนี้มูนดรอปมาพร้อมกับอาการปวดคอเเละเเขน หลังจากที่นั่งเขี่ยฟิคจนดึกดื่น(?!)

เพราะเห็นว่าน้องเเป้งอยากจะต่อตอนที่39ไวๆนะคะเนี่ย เลยรีบปั่นอย่างเร็วที่สุดเเล้วเเต่ว่าตอนต่อๆไปอาจจะขอพักอีกสักนิดน้า เพราะว่ายังไม่เรียบร้อยในอีกหลายๆจุดค่ะ


เอาล่ะ ...ต่อเนื่องกันที่ความน่าอึดอัดใจเเทน(ขอยืมฟูจังมาใช้หน่อย^ ^) ของคู่พระ-นางในเรื่อง


ซึ่งจะเป็นอย่างไรต่อไป เมื่ออาจารย์ได้รู้อยู่เเก่ใจพร้อมทั้งได้เห็นเต็มตาเเล้วว่าท่านมูมีใจให้

-------------------------------------------------


Chapter39



“เจ้าได้ทำแผลเรียบร้อยดีแล้วหรือ.....

เป็นอะไรมากหรือไม่”




ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม ....ต่อให้มูกลายร่างเป็นอสูรร้ายที่มีสภาพน่าเกลียดน่ากลัวสักเพียงใด   ก็ยังมิอาจจะเปลี่ยนแปลงความจริงที่ว่า “ศิษย์” ก็ยังคงเป็นศิษย์อยู่วันยังค่ำ.....


เมื่อปราศจากสายตารู้เห็นของศิษย์สาวตัวน้อยที่ยังคงก้มหน้านิ่ง ประกายตาอันคมวาวที่เต็มไปด้วยความเข้มงวดก็พลันอ่อนแสงลง ก่อนจะกวาดมองไปทั่วร่างเล็กๆเบื้องหน้าด้วยความเป็นห่วงท่วมท้นระคนไปกับความโล่งใจ เมื่อพบว่ามูมิได้รับบาดเจ็บมากมายนัก




“ครับ ท่านอาจารย์ ข้า... ไม่เป็นไร

..ก็แค่ตกใจเฉยๆ”


เสียงเล็กๆตอบรับอย่างแผ่วเบา ในขณะที่มือน้อยทั้ง2ข้างกำแน่นเสียจนชื้นเหงื่ออย่างประหม่า


ชิออนพยักหน้าน้อยๆพลางก้าวลึกเข้าไปในห้อง ผ่านร่างเพรียวบางของผู้เป็นศิษย์ที่ยังคงคุกเข่านิ่งก่อนจะหย่อนกายลงนั่งที่เก้าอี้แล้วเอื้อมมือไปปรับแสงตะเกียงให้สว่างเต็มที่



“ลุกขึ้นเถอะ ...ข้ายังมีเรื่องจะต้องคุยเจ้าอยู่อีก2-3เรื่อง”



ร่างน้อยในชุดลำลองแบบสตรีจำต้องลุกขึ้นยืนอย่างประหม่า ดวงหน้างามที่แดงซ่านก้มลงมองพื้นอย่างทำอะไรไม่ถูก

มูจำต้องยอมรับสภาพว่า... ภายหลังจากที่ได้ตระหนักถ่องแท้ถึงความในใจของตนเอง มันทำให้เขามิอาจจะกล้าสบตากับท่านอาจารย์ผู้มีพระคุณอย่างเดิมได้อีกเลย ด้วยเกิดหวั่นเกรงว่าตนจะเผลอแสดงพิรุธให้ท่านระแคะระคายเอาได้




......ท่านอาจารย์จะคิดอย่างไร หากได้ทราบว่าตนเกิดความรู้สึกเช่นนี้ขึ้นกับท่านเสียแล้ว....



และความคิดนั้นก็ส่งผลให้อารีเอส มูยิ่งก้มหน้านิ่ง ...ยามเมื่อคิดไปเองว่าตนจะถูกท่านอาจารย์ตำหนิอย่างรุนแรงสักเพียงใดนะ... หากว่าท่านเกิดรู้เข้า....




และก็ดูประหนึ่งว่าชิออนจะล่วงรู้ถึงความในใจของศิษย์รัก เมื่อสัมผัสได้ถึงรังสีคอสโมที่กำลังสับสนอย่างหนักแผ่ซ่านออกมาจากร่างเล็กเพรียวบางที่ยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าตน ชายหนุ่มถอนหายใจน้อยๆก่อนจะขยับลุกขึ้นแล้วก้าวเข้าไปใกล้....



...แม้จะรู้ทั้งรู้ ว่าการทำเช่นนั้นของตนจะส่งผลต่อมูมากเพียงใด หากแต่มันก็จำเป็นยิ่งนัก...


ด้วยในเวลานี้มูกำลังต้องการความช่วยเหลือ ประหนึ่งเด็กน้อยที่กำลังต้องการการชี้นำจากผู้ใหญ่ให้ก้าวเดินต่อไปในหนทางที่ถูกที่ควร




ปลายนิ้วเรียวยาวของผู้เป็นอาจารย์ยกขึ้นแตะปลายคางของศิษย์ตัวน้อยอย่างแผ่วเบาแล้วค่อยๆเชยใบหน้างามให้เงยขึ้นสบตา ก่อนจะได้เห็นสีหน้าอันเป็นส่วนผสมระหว่างความตื่นตระหนกและเขินอายในขณะเดียวกัน เมื่อนัยน์ตาสีเขียวเข้มคู่นั้นกลับเมียงมองไปทางอื่นอย่างมิกล้าสบสายตา





“ข้ารู้... ว่าเจ้าคิดอย่างไรกับข้า..”




ในอึดใจนั้น....


ชิออนไม่พลาดที่จะได้เห็นดวงตากลมโตที่ตวัดกลับมายังใบหน้าของตนด้วยอาการเบิกกว้างยิ่งกว่าเก่า ในขณะที่2ข้างแก้มนวลพลันเปลี่ยนเป็นสีแดงแปร๊ด พร้อมด้วย... ริมฝีปากแดงระเรื่อที่เผยอค้างอย่างตกใจ



“ข..ข ....ข้า...”




มูถึงกับปากคอสั่นอย่างทำอะไรไม่ถูกเมื่อถูกอาจารย์ผู้มีพระคุณล่วงรู้ถึงความลับในใจอย่างที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อน แต่ถึงกระนั้นก็ยังคงพยายามบังคับตนเองให้ยืนนิ่งอยู่กับที่แทนที่จะวิ่งหนีไปเสียให้พ้นๆอย่างที่ใจคิด ในขณะที่บุรุษผู้เป็นอาจารย์กลับจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่งามของสาวน้อยตรงหน้า ด้วยดวงตาสีม่วงอเมทิสอันคมวาวที่เต็มไปด้วยความเข้าอกเข้าใจ... อย่างที่มูเคยได้สัมผัสมาตลอดทั้งชีวิต


และก่อนที่เขาจะทันได้เปิดปากพูดอะไรอีก น้ำเสียงอันทุ้มลึกของท่านอาจารย์ก็แทรกขึ้นมาเสียก่อน




“.....ไม่ต้องกลัว.........


ใจเย็นๆ ...เจ้าไม่จำเป็นต้องคิดมากไปหรอก อันว่าเรื่องของความรักนั้นมิใช่จะเป็นสิ่งแปลกประหลาดที่น่าสะพรึงกลัวแต่ประการใด....

ข้าดีใจ... ที่ได้เห็นเจ้าเริ่มมีความรู้สึกเช่นนี้ให้กับใครสักคน


..รู้ไหมว่าเพราะอะไร”



ถึงตอนนี้ชิออนปล่อยมือจากปลายคางของศิษย์ ก่อนจะลูบศีรษะที่ปกคลุมไปด้วยเส้นผมสีม่วงเส้นเล็กๆละเอียดอ่อนของศิษย์อย่างนุ่มนวลและเปี่ยมล้นไปด้วยความเมตตา ในขณะที่มูจ้องมองผู้เป็นอาจารย์ด้วยแววตาอันใสซื่อที่กำลังฉายแววสงสัยไม่เข้าใจในเรื่องอันแปลกใหม่ที่ท่านอาจารย์กำลังจะบอกกับตน



“ก็เพราะว่ามันคือสิ่งสำคัญ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าบัดนี้เจ้าได้เติบโตขึ้นจากเด็กน้อยคนเดิมที่ข้าเคยอุ้มชูมายังไงล่ะ



มูเอ๋ย.... เจ้ามิได้ทำความผิดอันใดหรอกนะ ดังนั้นอย่าได้กลัวไปเลย ..เพียงแต่....

อาจจะเป็นเพราะว่าที่ผ่านมาเจ้ายังมิเคยได้พบหรือใกล้ชิดกับบุรุษคนอื่นในลักษณะเช่นนี้มาก่อน ...ดังนั้นเจ้าจึงเฝ้ามองแต่เพียงข้าผู้เป็นอาจารย์


แต่จงเชื่อเถิด.... ว่าที่ข้างนอกนั้นยังมีชายหนุ่มอีกมากมายนักที่มีคุณสมบัติเพียบพร้อม คู่ควร ทั้งพร้อมที่จะรักและดูแลให้ความสุขกับเจ้า... ได้มากกว่าชิออนผู้นี้หลายเท่านัก”



ชิออนจบประโยคด้วยน้ำเสียงอันเปี่ยมล้นด้วยปราณียิ่งนัก แล้วไล้ปลายนิ้วเรียวยาวเคลียแก้มเนียนใสของศิษย์สาวตัวน้อยอย่างอ่อนโยน พร้อมกับประสานสายตาเข้ากับนัยน์ตาสีเขียวคู่งามอย่างให้กำลังใจก่อนจะถอยห่างออกมาแล้วหันหลังกลับ   ด้วยตั้งใจจะกลับไปยังที่พำนักของตน



ทว่าในอึดใจนั้น....


เรื่องที่ไม่คาดฝันก็พลันบังเกิดขึ้น เมื่อศิษย์ตัวน้อยตัดสินใจโถมร่างเข้ากอดผู้เป็นอาจารย์แนบแน่นจากด้านหลังพลางซบศีรษะเข้ากับแผ่นหลังกว้างที่ปกคลุมด้วยเส้นผมหนานุ่มของตน.... ส่งผลให้ชายหนุ่มถึงกับต้องชะงักค้างด้วยคิดไม่ถึง




“แต่ข้าไม่เคยต้องการที่จะมองผู้ใดนอกจากท่าน! ..ท่านอาจารย์.......

ในใจข้ามีแต่ท่านเพียงผู้เดียวเท่านั้น.... คนอื่นๆข้าไม่ต้องการ!!”



เสียงเล็กๆนั้นสั่นสะท้านอย่างรุนแรง พร้อมกับวงแขนขาวเนียนยังคงโอบกระหวัดรัดรอบเอวของอาจารย์ไว้แน่นไม่ยอมปล่อย.....   ในขณะที่ชิออนได้แต่ยืนนิ่งแล้วหลับตาลงช้าๆก่อนจะถอนหายใจยาว




“..เด็กเอย.....”



ฝ่ามือใหญ่อันแสนอบอุ่นทาบทับลงบนหลังมือนุ่มนิ่มอย่างนุ่มนวล   ถึงแม้ว่าในยามนี้ชายหนุ่มจะตระหนักดีว่าศิษย์สาวตัวน้อยกำลังตกอยู่ในห้วงอารมณ์ความรู้สึกเช่นไร  หากแต่ตนก็จำต้องเมินเฉยเสีย    อุ้งมือใหญ่ได้รูปจึงบีบกระชับหลังมือเล็กๆเพียงแผ่วเบาครั้งหนึ่งอย่างให้กำลังใจแล้วจึงปล่อยมือในที่สุด





“......ช่างไร้ประโยชน์สิ้นดีที่จะเฝ้าละเมอเพ้อฝันถึงสิ่งที่เป็นไปมิได้.....”



น้ำเสียงทุ้มลึกดังขึ้นอีกระลอกหนึ่ง ในขณะที่เรือนกายสูงใหญ่ยังคงยืนสงบนิ่งอยู่ในอาการเดิม โดยที่มิได้คิดจะแยแสร่างน้อยที่โอบกอดตนแนบชิดอยู่เบื้องหลังเลยสักนิด เช่นเดียวกับนัยน์ตาสีม่วงอเมทิสวาววับ.. ที่มิได้สนใจแม้แต่จะหันไปแลมองดวงหน้าอันแสนหวานที่ซุกซบอยู่กับแผ่นหลังของตน หากแต่กลับจ้องมองตรงไปเบื้องหน้าฝ่าความมืดและแสงสลัวๆของตะเกียงน้ำมันดวงเดิมอย่างแน่วแน่มั่นคง...


.....ด้วยหัวใจที่แข็งแกร่งประดุจภูผาอันไร้ซึ่งการสั่นคลอนใดๆทั้งสิ้น





“ในเมื่อข้าคืออาจารย์ของเจ้า ...จึงถือเป็นผู้มีพระคุณอันใหญ่หลวงที่ชุบเลี้ยงเจ้ามาจนเติบใหญ่ อีกทั้งยังอบรมสั่งสอนให้เจ้ากลายเป็นโกลเซนต์ที่งามสง่าทั้งกายใจ ด้วยเหตุนี้ข้าจึงไม่อาจจะตอบสนองความรักของเจ้าได้.....



เพราะคำว่า “อาจารย์”นั้น มิใช่ว่าจะกล่าวออกมาพล่อยๆแค่เพียงลมปากก็นับว่าใช้ได้แล้ว....


แต่หากมันยังหมายถึงความหนักหนาของภาระหน้าที่และความรับผิดชอบอันยิ่งใหญ่ที่มีต่อผู้เป็นศิษย์ของตน นับตั้งแต่วินาทีแรกที่ร่างในห่อผ้าอ้อมของเจ้าที่ยังคงเป็นเพียงทารกน้อยถูกยื่นเข้ามาสู่วงแขนของข้าจนกระทั่งถึงบัดนี้ ข้าก็ได้แสดงให้เจ้าเห็นแล้ว... ว่าตลอดมานั้นข้าเป็น “อาจารย์”ของเจ้า.... อย่างทุ่มเททั้งกายและใจมากเพียงใด

...และก็ไม่เคยคิดที่จะก้าวข้ามขั้นไปเป็นอื่นเลยแม้แต่ครั้งเดียว



....เจ้าจงหักใจ ลืมเรื่องนี้ไปเสียเถอะ....


เพราะมันก็เป็นได้เพียงแค่ความฝันอันพร่าเลือนในค่ำคืนหนึ่ง ที่มาพร้อมกับความรู้สึกหวั่นไหว ....สำหรับสาวน้อยที่ยังเยาว์วัยและอ่อนต่อโลกเช่นเจ้าเท่านั้นเอง”


 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

สำนวนศิษย์รักอาจารย์นี่ เหมือนเคยเห็นในหนังจีนเรื่องไหนน๊า..?? คลับคล้าย คลับคลา big smile

#1 By brother (202.28.28.50) on 2007-11-07 10:02

อยากเปลี่ยนตัวกับท่านชิจริงงง

#2 By [Sai] on 2007-11-07 12:54

อา...ช่วงเวลาที่แสนอึดอัดนี้ แม้จะคลายลงแต่ก็ยังสร้างความปวดร้าวในใจของทั่นมูจนได้นะคะ

ทั่นชิยังคงเป็นอาจารย์ผู้เคร่งขรึมเช่นเคย การสาธยายในตอนแรกนั้นว่าเหตุเกิดเพราะทั่นมูไม่เคยพบเจอชายใดนอกจากทั่นอาจารย์ ทำให้มาหลงรักทั่นชิ ฟังดูมีเหตุผลนะคะ แต่เป็นการกล่อมเด็กโดยแท้ทีเดียว...ร้ายกาจจริงๆนะทั่นชิ!

ฟูจังเองก็เคยคิดเหมือนกันนะคะ ว่าถ้าหากทั่นมูได้เจอใครคนอื่นเสียก่อน จะยังปักใจรักทั่นชิหรือเปล่านะ หรือรักนี้จะเป็นเพียงความใกล้ชิด เป็นความลุ่มหลงตามประสาวัยรุ่นที่พบเจอความเปลี่ยนแปลงอันน่าตกตะลึงกับร่างกายตัวเองถึงขนาดนี้

การที่ทั่นมูโถมเข้าใส่แผ่นหลังทั่นชิก็บอกถึงความหนักแน่นในใจตัวเองอยู่ไม่น้อยนะคะ แต่ก็นั่นละค่ะ...ทำให้ฟูจังอยากรูต่อไปว่า หากนักนี้จะจีรัง ไม่ใช่รักที่เกิดเพราะความใกล้ชิด จะต้องเป้นยังไงต่อไปน้า

แต่ชอบคำว่า "...เด็กเอย" มากเลยละค่ะ cry

ป.ล. พี่แนนขา รักษสุขภาพด้วยเน้อ! ปั่นฟิคจนเสียสุขภาพนี่ฟูจังไม่ปลื้มนะค้า!!!

#3 By ฟูจัง~* on 2007-11-07 12:59

กลับมาแล้วค่า หลังจากไปไล่ตามอ่านจนครบในที่สุด (การดองหนังสือและฟิคที่จะต้องอ่าน อาจทำให้ลายตาได้~~~)


ขอเม้นรวบยอดให้กับตอนก่อนหน้าเลยนะคะ

แอบโล่งใจค่ะ ที่ท่านชิกลับมาทันก่อนจะมีการนองเลือดระหว่างสง่าและท่านช่าเกิดขึ้น (ถึงแม้อีกใจนึง แตมป์จะแอบลุ้นให้ท่านช่าอุ้มมูหนีไปเลยก็ตาม หุหุ)

สงสารสง่าขึ้นมาบ้างค่ะ แต่ยังไงๆ แตมป์ก็ยังคงคิดว่าสิ่งที่สง่าทำลงไปนั้น สมควรจะได้รับโทษแล้วค่ะ เพราะยังไงมันก็คือการหมิ่นเกียรติลูกผู้หญิงของมูอย่างร้ายแรง

แต่ยังไงๆ คนที่น่าสงสารที่สุดสำหรับแตมป์ คงหนีไม่พ้นท่านมูผู้เป็นนางเอกของเราค่ะ ที่นอกจากจะต้องเผชิญความอึดอัดใจจากคนที่ไม่ได้รักแล้ว ยังต้องมาเจ็บช้ำซ้ำสองกับคำตัดเยื่อใยจากคนที่รักอีก

แตมป์เห็นตรงข้ามกับพี่ฟูนะคะ ในสายตาของแตมป์ ช่วงเวลาที่แสนอึดอัดไม่ได้คลายลงเลย กลับยิ่งตึงเครียดเข้าไปอีกโดยเฉพาะในด้านของจิตใจ

นองน้ำตา... บางครั้ง เจ็บปวดและสูญเสียยิ่งกว่านองเลือดอีกนะคะ

หวังว่าท่านชิกับมูจะใจตรงกันซะทีค่ะ ไม่งั้น แตมป์เขียนฟิคให้ท่านช่าพามูหนีจริงๆ ด้วยน๊า~~~

#4 By Stampsonice (58.8.117.189) on 2007-11-07 14:01

อ๊ายยย แวะเข้ามาเจอเม้นหนูแตมป์พอดีค่า cry อิอิ พี่เองก็คงพิมพ์สั้นจุ๊ดไปหน่อย แหะๆ เห็นด้วยละค่ะว่าความอึดอัดยังไม่จบลง เพียงแค่คลี่คลายไปบ้างละนะ

ถ้ามันยังอึดอัดต่อไป แตมป์จังเขียนฟิคทั่นช่าพาทั่นมูหนีเลยค่า กรี๊ดกร๊าดดดดด

(/จะโดนพี่แนนเฉ่งมั้ยเนี่ยquestion )

#5 By ฟูจัง~* on 2007-11-07 14:18

เห็นด้วยกับแตมป์จังค่ะ เรื่องสงสารมู

ส่วนตัวคิดเหมือนกันนะว่าเป็นไปได้ที่ความใกล้ชิดย่อมก่อเกิดความรู้สึกพิเศษขึ้นระหว่างคนสองคน โดยเฉพาะสาวน้อยผู้งดงามและซื่อบริสุทธิ์กับชายหนุ่ม(ที่ไม่อายุไม่หนุ่มจริงๆ)รูปงามแถมยังดีพร้อมในหลายๆเรื่อง แต่กรณีนี้ดันเป็นความรู้สึกพิเศษฝ่ายเดียวที่มูมีให้ต่อคนที่รักน่ะสิ แถมเป็นรักแรกไม่พอยังโดนปฏิเสธไม่เหลือชิ้นดี เป็นใครก็ย่อมปวดร้าวเป็นธรรมดา ยังไม่รู้เลยว่าพี่แนนจะวางให้มูมีปฏิกิริยาตอบสนองต่อคำพูดอันเย็นชาร้ายกาจนี่ยังไงหว่า คิดแล้วก็น้ำตาจะไหลพรากๆ

เหตุผลที่ชิออนจะยกมาอ้างเพื่อปฏิเสธมูมันก็สมเหตุสมผลค่ะที่ว่าเป็นผู้มีพระคุณชุบเลี้ยงดูมาแต่เกิด แต่อย่างว่า อะไรๆมันก็เปลี่ยนแปลงกันได้ ยังไงเสีย ทั้งสองคนก็ไม่ใช่สายเลือดเดียวกันแท้ๆ ก็ถ้าไม่ยึดทิฐิอะไรมากไปท่านชิก็น่าจะยอมๆมูจังไปเท้อออ

#6 By Lavenya on 2007-11-07 20:58

อะเเง้ว มาอ่าน โอ้วว มาถึงฉาก 2 ต่อ 2 ระหว่างศิกษ์กับอาจารย์ซะที่ หลังจากเฝ้ารอมาหลายตอน เหอๆ สุดท้ายท่านย่าก็เปิดโปงความรู้สึกของมูเลย โหหห มูหมดกัน 55 เเต่ท่านย่านี่ก็เย็นชา ใจเเข็ง กันเเน่น่า เเต่ไม่แปลกเนอะ เลี้ยงมากับมือนี่น่า เหอๆ เเต่สุดท้ายเเล้ว มูก็รุกเเล้ว ถึงจะรุกเเค่เบาะๆก็ตามที่ เหอๆ โอ้วว ต่อไปต้องรุกให้หนักขึ้นนะหนูมู 55 จะได้จับย่าได้ไหว เเต่อย่ารุกมากเดียวย่าหนี 55

#7 By MISAKI on 2007-11-07 23:16

อ๊ายยยย เคืองท่านชิ ระวังเถอะสักวันเมื่อเสียมูให้คนอื่นไปจะรู้ตัวว่าพลาดไปแล้ว ชิชะ

แหม้ อจ.กะลูกศิษย์ก็รักกันได้นา ไม่ใช่พ่อลูกร่วมสายเลือดสักหน่อย โหะๆๆๆ

#8 By [๐~SeReNe~๐] on 2007-11-08 16:54

ท่านชิTOT ซึ้งมากเจ้าค่ะ
ระวังเสียมูให้สง่าแล้วอย่ามานั่งน้ำตาคลอทีหลังน้าท่านชิออน

สนุกมากค่า T^T

#9 By ~rassford~ on 2007-11-09 16:58

อ๊อก หนูซ็อคคาหน้าคอมเลยค่ะ

ช่างง่ายอะไรประการละฉะนี้ นี่หรือความรักของเด็กสาวแรกรุ่น ทำไมช่างร้อนแรงเช่นนี้หนอ

มูช่างไม่หักห้ามใจเลยเน้อ อาจคิดว่าท่านชิเป็นคนที่มอบความรักให้มาตลอดชั่วชีวิตซะละม้าง

ท่านชิอยากถามว่าตลอดหลายร้อยปีที่ท่านผ่านมา
ท่านเคยรักผู้หญิงคนไหนที่ผ่านชีวิตท่านมาจริงๆไหม

เอาล่ะน่า ตอนนี้กำลังเรียนเรื่องมัธนะพาธาอยู่เล๊ย...พอดีกัน

แต่สงสารมู่มากๆูเพิ่งผ่านเรื่องร้ายๆมาแล้วยังต้อง
สับสนในการกระทำที่เกิดจากความรักอีก

(พี่มู ถ้าอ่านคอมเม้นหนูอย่าเพิ่งแหวะนะค่ะ =^= ชั่วโมงเรียนภาษาไทยวันนี้หนูต้องแสดงละครแขกค่ะมันส์หยด เกี่ยวกับควาทุกข์หรือความเจ็บปวดที่เกิดจากความรักอ่ะฮ้า)

บทต่อไปชักไม่อยากอ่านตอนท่านชิปฏิเสธมูซะแล้วล่ะค่ะ

แต่อยากให้ถึงตอนที่มูไปรายงานตัวในคราบสาวน้อย และก็อยากเห็นปฏิกิริยาของเพื่อนเซนต์ด้ายกันด้วย

งั้นตอนหน้าลงสองตอนเลยนะค่ะ 555+

อากาศหนาวๆผิวเริ่มแตกลายซะแล้ว หน้าหนูเนี่ยต่อไปไม่ต้องพูดถึงเดี๋ยวก็กลายเป็น เบ็นในแฟนตาสติกโฟร์แลวอ่ะค่ะ (กำ ==)

รักตอนต่อไปเช่นเคยค่ะ double wink

#10 By กระต่ายสีดำ on 2007-11-09 22:44