Chapter44
posted on 20 Dec 2007 20:03 by moon-drop in Moonlight-Serenade
ขอบคุณน้องริน เเป้ง เเล้วก็พี่มูนนี่มากค่ะ ที่ยังเเวะมาเยี่ยมเยียนกัน ทั้งๆที่มูนดรอปไม่ค่อยได้เข้าบลอคตัวเองเท่าไหร่เลยช่วงนี้^ ^
เอาล่ะค่ะ ถึงเเม้จะมีเสียงบ่นกันมาว่าเรื่องราวยืดยาดมากมาย เเต่ก็ขอให้อดทนสักนิดนะคะ เพราะว่าจวนจะถึงช่วงที่เปลี่ยนเเปลงการดำเนินเรื่องอีกเเล้วล่ะค่ะ ว่าเเต่จะเป็นอย่างไรนั้น...
ในตอนที่44เป็นต้นไปนี้ มีคำตอบจ้า><
--------------------------------------------------
Chapter44
โกลเซนต์สาวแห่งวิหารอารีเอสได้แต่ทอดถอนใจ พร้อมด้วยอาการหายใจไม่ทั่วท้องเมื่อความมืดเริ่มโรยตัวเข้าปกคลุมทัศนวิสัยโดยรอบอีกครา แต่กระนั้น... ด้วยศักดิ์ศรีแห่งความเป็นเซนต์ก็ส่งผลให้ร่างน้อยในชุดโกลครอธยังคงปฏิบัติหน้าที่ของตนต่อไปถึงแม้ว่าจะอดคิดถึงเหตุการณ์ในคืนนั้นด้วยความพรั่นพรึงมิได้ก็ตาม
มูกระชับผ้าคลุมของตนให้แนบเข้ากับลำตัวพลางแหงนมองขึ้นไปยังท้องฟ้าซึ่งกำลังค่อยๆเปลี่ยนจากสีเทาเป็นสีดำ พร้อมด้วยความอบอุ่นของอากาศโดยรอบที่กำลังแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นยะเยือกเข้ามาแทนที่... เพราะบรรยากาศยามค่ำของแซงทัวรี่แห่งนี้ ทำให้อุณหภูมิของเวลากลางวันและกลางคืนแตกต่างกันอย่างลิบลับ และหากว่าตนมิได้ใช้ชีวิตอยู่ในสถานที่นี้เสียจนเคยชินแล้วล่ะก็... คงจะมิอาจทนกับสภาพอันผันผวนของอากาศได้เป็นแน่
สายลมยามค่ำพัดมาวูบหนึ่ง พาเอาไอเย็นยะเยือกและละอองน้ำค้างหยดน้อยมาให้พร้อมกับหอบเอาเรือนผมสีม่วงอ่อนพลิ้วสะบัดไปเบื้องหลัง และในพริบตานั้น... เชือกหนังเส้นเล็กๆที่มูใช้รัดผมอยู่เป็นประจำก็พลันหลุดลอยไปตามลม
“อ๊ะ..”
ร่างน้อยหันขวับพลางเอื้อมมือคว้า ทว่าสายลมเจ้ากรรมยังคงพัดเอาเชือกเส้นบางๆนั้นปลิวห่างออกไปอีก... ร้อนถึงเจ้าของที่ต้องวิ่งตามไปเก็บเมื่อมันปลิวหายเข้าไปด้านในวิหาร
ทว่า...
ในอึดใจนั้นนัยน์ตาสีเขียวเข้มก็มีอันต้องเบิกกว้างอย่างตระหนก เมื่อได้พบว่าสิ่งที่ตนกำลังตามหาปลิวไปตกอยู่แทบเท้าของบุรุษร่างสูงใหญ่ผู้เป็นอาจารย์ของตน
“....ท่าน.. อาจารย์.....”
ชิออนก้มลงเก็บเชือกหนังที่พื้นขึ้นมาแล้วส่งคืนให้ด้วยกิริยาอันเป็นปรกติพร้อมด้วยสีหน้าเรียบเฉยอย่างที่สุด ในขณะที่ศิษย์ตัวน้อยได้แต่ยืนตัวแข็งทื่ออย่างทำอะไรไม่ถูก และเมื่อได้ประสานสายตาเข้ากับท่านอาจารย์ ใบหน้างามก็มีอันต้องแดงก่ำขึ้นมาอย่างมิอาจควบคุมได้
“ขอบ.. ขอบคุณครับ”
ฝ่ายที่มากอาวุโสกว่าได้แต่สะท้อนใจ.... ในขณะที่พยายามจะยอมรับว่าภาพซึ่งสะท้อนอยู่ในดวงตาสีอเมทิสของตนคือดรุณีน้อยธรรมดาๆนางหนึ่ง หาได้ใช่โกลเซนต์หนุ่มผู้งามสง่าคนที่ตนแสนจะภาคภูมิใจคนนั้น แล้วหัวอกของผู้เป็นอาจารย์ก็ต้องสะท้านเยือก เมื่อยิ่งตระหนักว่าภาพที่เห็นตรงหน้านั้น... ช่างห่างไกลกับคำว่า “งามสง่า”มากเหลือเกิน
เมื่อมันสะท้อนภาพเรือนร่างอันบอบบางของสตรีสาวผู้งดงามอ่อนหวานประหนึ่งแสงจันทร์งามพิสุทธิ์ ในขณะที่เส้นผมสีม่วงอ่อนเส้นเล็กละเอียดที่ปล่อยสยายให้สะบัดพลิ้วไปตามลมยิ่งขับดวงหน้าขาวนวลซึ่งกำลังขึ้นสีนั้นให้โดดเด่นยิ่งขึ้น อีกทั้งยังเน้นย้ำให้ต้องยิ่งประจักษ์ชัดถึงความนุ่มนวลอันเป็นเอกลักษณ์ของเพศที่อ่อนแอกว่า
...อันว่าบุรุษและสตรีนั้นแตกต่างกันมากนัก
จึงเป็นธรรมดาที่นางย่อมจะต้องมีการเปลี่ยนแปลง มิใช่เพียงภายนอกหากแต่เปลี่ยนไปแม้กระทั่งหัวใจ....
คำกล่าวที่ยังคงดังก้องอยู่ในหัว ส่งผลให้ชายหนุ่มอดนึกตำหนิตนเองอีกมิได้ .....ด้วยหากว่าเขาสังเกตเห็นสิ่งที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าตนไวกว่านี้ล่ะก็.... เขาก็คงจะรีบวางมือจากมู แล้วปล่อยให้ศิษย์สาวตัวน้อยอยู่ในความดูแลของใครสักคนที่มีความเหมาะสมยิ่งว่า เป็นต้นว่า... ภรรยาผู้ละเอียดอ่อนของสหายรักที่โกโรโฮ ..เช่นนั้นแล้วศิษย์ของเขาก็คงจะมิได้....
.....ทว่า.. กว่าจะคิดได้ก็สายเสียแล้ว......
“คืนนี้เหตุการณ์เป็นอย่างไรบ้าง ยังจะมีเรื่องไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้นกับเจ้าอีกรึไม่”
น้ำเสียงอันทุ้มลึกของผู้เป็นอาจารย์ ส่งผลให้เด็กสาวต้องสะดุ้งน้อยๆอย่างประหม่า ร่างเล็กๆในชุดโกลครอธสีทองอร่ามทรุดกายลงคุกเข่าในทันทีแล้วรายงานสถานการณ์ทั้งหมดด้วยน้ำเสียงที่พยายามบังคับให้เป็นปรกติอย่างที่สุดแล้ว
“ทุกอย่างอยู่ในสภาพเรียบร้อยดีทุกประการขอรับ ...และข้าก็ยังมิได้รู้สึกถึงการมาเยือนของบุคคลผู้มิพึงประสงค์แต่อย่างใด”
ชิออนพยักหน้าเป็นเชิงรับทราบก่อนจะเพ่งสมาธิสำรวจไปรอบบริเวณและยังเลยออกไปถึงเขตวิหารทั้ง12 เพียงเพื่อจะได้พบว่าโกลเซนต์ผู้ดูแลวิหารต่างๆยังคงสงบนิ่งอยู่ในวิหารของตนตามปรกติ รวมถึงวิหารเจมินี่ด้วย......
และนั่นก็ส่งผลให้ชายหนุ่มรู้สึกโล่งใจขึ้นมาเปลาะหนึ่ง แต่กระนั้น... สายตาอันคมกล้าของผู้เป็นอาจารย์ก็ยังคงกวาดมองไปรอบๆอีกครั้งหนึ่งอย่างละเอียดถี่ถ้วน แล้วจึงมาหยุดอยู่ที่ร่างเล็กๆที่กำลังคุกเข่านิ่งอยู่กับพื้น
......ถึงกระนั้นก็ตามเถอะ... จะให้ด่วนสรุปว่าเจมินี่ ซากะผู้นั้นจะยอมถอดใจแต่โดยดีก็ยังออกจะเร็วเกินไป.....
และในคืนนี้ หากว่าเจ้าหนุ่มคนใดยังคิดจะทำมิดีมิร้ายกับศิษย์ของเขาอีก ก็เห็นทีจะได้เจอกับเขาเป็นแน่....
“ถ้าเช่นนั้นก็ดีแล้ว.... หากแต่ชิออนผู้นี้ก็ยังมิค่อยจะวางใจในตัวบรรดาสหายของเจ้านัก ดังนั้นข้าจะพำนักค้างคืนที่วิหารแห่งนี้เป็นการชั่วคราวเพื่อผลดีกับตัวเจ้าเอง....
จงกลับไปปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าต่อเถิด”
...............................................
....ดึกดื่นค่อนคืน......
ท่ามกลางความเงียบสงัดของชั่วโมงแห่งการหลับไหล หากจะมีสรรพสำเนียงใดเกิดขึ้นในเวลาเช่นนี้ก็คงจะมีแต่เพียงเสียงลม ..ที่พัดครวญครางหวีดหวิวผ่านช่องว่างระหว่างเสาหินขนาดมหึมาเหล่านั้น.... กับเสียงเปาะแปะของหยดน้ำค้างยามดึกที่พร่างพรมลงสู่ผืนพิภพเท่านั้น..... หากแต่ก็เป็นเวลาซึ่งอาริเอส มูจะได้กลับเข้าไปยังห้องพักส่วนตัวของตนเพื่อพักผ่อนหลังจากที่ได้ปฏิบัติหน้าที่มาตั้งแต่รุ่งสาง
ถึงแม้ว่าเรือนร่างเพรียวบางภายใต้ชุดโกลครอธที่เป็นประกายระยิบระยับไปด้วยละอองน้ำหยดเล็กๆที่เกาะพราวอยู่เต็มไปหมดต้องหนาวจนสั่นสะท้าน แต่กระนั้นด้วยความเคยชินจึงทำให้มูเพียงแต่กระชับผ้าคลุมด้านหลังให้แน่นขึ้นก่อนจะหมดสิ้นความสนใจกับอาการหนาวสั่นของตน ในขณะที่กวาดสายตามองไปรอบๆอีกครั้งแล้วจึงตัดสินใจหันหลังกลับเข้าไปยังห้องพักส่วนตัวด้านใน
...ท่ามกลางความรู้สึกหัวใจพองโตมาตั้งแต่ช่วงหัวค่ำ....
เมื่อได้พบว่าท่านอาจารย์ผู้มีพระคุณยังมิได้ทอดทิ้งตนอย่างที่คิด ถึงแม้ว่าในคืนนั้นท่านจะได้พูดจาปฏิเสธด้วยน้ำเสียงอันเย็นชาสักเพียงใด แต่แล้วในที่สุดท่านก็ยังอยู่คงดูแลตนมิได้หนีหายไปไหน.....
เช่นนี้แล้วตนจะไม่ขอเรียกร้องหาสิ่งใดอีกเลย...
....เพียงแค่ได้รับความเมตตาเล็กๆน้อยๆจากท่าน เพียงเท่านี้ก็มากเกินพอที่จะให้เก็บไปเฝ้าฝันแต่เพียงลำพังแล้ว.....
จะไม่ร้องขอความรักตอบแทน ขอเพียงแค่ท่านมีข้าอยู่ในสายตาบ้างในบางเวลา
จะเป็นเรื่องยากลำบากเกินไปหรือไม่...
...ท่านอาจารย์........
นัยน์ตาสีเขียวเข้มของศิษย์สาวตัวน้อยเฝ้ามองร่างในชุดคลุมสีเข้มที่กำลังนั่งหันหลังให้ตน พร้อมด้วยม้วนเอกสารมากมายก่ายกองบนโต๊ะทำงานตัวเล็กๆอันเก่าคร่ำคร่าในขณะที่บางส่วนยังคงกองระเกะระกะอยู่บนพื้นข้างกายท่าน ....เสียงปากกาขนนกเก่าๆที่ขูดขีดตัวอักษรลงบนกระดาษเนื้อหยาบอย่างคล่องแคล่วว่องไวโดยอาศัยเพียงแสงสว่างอันสลัวรางจากตะเกียงน้ำมันนั้น เป็นภาพที่มูเห็นจนชินตามาแต่เล็กแต่น้อย.....
และก็ราวกับว่าชิออนจะเพิ่งรู้สึกตัวว่าศิษย์ของตนได้กลับเข้ามาในห้องแล้ว เมื่อชายหนุ่มเสียบปากกาขนนกในมือตนลงในขวดหมึกข้างกายแล้วจึงได้หันกลับมาในที่สุด
-------------------------------------------------
To Be Con...Chapter15^^
ก็เป็นเเบบนี้ล่ะค่ะ ที่เค้าว่ากันว่า"ยิ่งหนีมักจะยิ่งพบเจอ"
เมื่อท่านชิออนอยากจะหนีให้ไกลจากมูมากเเค่ไหน เเต่สุดท้ายก็ตัดใจไม่ลงกลับกลายเป็นว่าต้องมาอยู่ดูเเลลูกศิษย์เเบบ24ชั่วโมงจนได้
ในขณะเดียวกัน เราก็จะได้เห็นถึงความรักที่ไร้เดียงสาของท่านมูด้วย... คือขอเเค่ได้รัก เเค่ได้อยู่ใกล้ๆก็พอใจเเล้ว เป็นความรักที่ไม่ได้คาดหวังสิ่งตอบเเทนเเต่อย่างใด อาจจะเป็นเพราะความไร้เดียงสาในเเง่นี้
ซึ่งมูนดรอปเองมองว่า จากเด็กหนุ่มคนที่วันๆมีเเต่เรื่องการต่อสู้ เมื่อต้องกลับกลายเป็นสาวน้อยเมื่อไม่นานมานี้
จึงยังไม่ควรจะรู้จัก (หรือได้รับการปลูกฝัง) ความคาดหวังจากเพศตรงข้ามมากมายนัก จริงมั้ยคะ
ฝ่ามือใหญ่อันอบอุ่นของผู้เป็นอาจารย์พลันยกขึ้นลูบศีรษะของศิษย์ตัวน้อยอย่างอ่อนโยนพร้อมด้วยแววตาอันแสดงออกถึงความรักและห่วงใย ซึ่งตนแน่ใจว่ามูคงจะไม่มีทางได้เห็นบ่อยครั้งนัก ด้วยมันมักจะปรากฏขึ้นมาในช่วงเวลาเช่นนี้เท่านั้น.....
“มูเอ๋ย..... จงรู้เอาไว้เถิดว่าในโลกนี้ไม่มีอาจารย์คนใดหรอก ที่เห็นศิษย์ของตนต้องเจ็บปวดทุกข์ทรมานแล้วจะไม่รู้สึกอะไร ทว่า....”
.....สักวันหนึ่งเจ้าก็คงจะได้พบกับคนที่ดีกว่าข้าเองนั่นล่ะ.......
เอาล่ะค่ะ ถึงเเม้จะมีเสียงบ่นกันมาว่าเรื่องราวยืดยาดมากมาย เเต่ก็ขอให้อดทนสักนิดนะคะ เพราะว่าจวนจะถึงช่วงที่เปลี่ยนเเปลงการดำเนินเรื่องอีกเเล้วล่ะค่ะ ว่าเเต่จะเป็นอย่างไรนั้น...
ในตอนที่44เป็นต้นไปนี้ มีคำตอบจ้า><
--------------------------------------------------
Chapter44
โกลเซนต์สาวแห่งวิหารอารีเอสได้แต่ทอดถอนใจ พร้อมด้วยอาการหายใจไม่ทั่วท้องเมื่อความมืดเริ่มโรยตัวเข้าปกคลุมทัศนวิสัยโดยรอบอีกครา แต่กระนั้น... ด้วยศักดิ์ศรีแห่งความเป็นเซนต์ก็ส่งผลให้ร่างน้อยในชุดโกลครอธยังคงปฏิบัติหน้าที่ของตนต่อไปถึงแม้ว่าจะอดคิดถึงเหตุการณ์ในคืนนั้นด้วยความพรั่นพรึงมิได้ก็ตาม
มูกระชับผ้าคลุมของตนให้แนบเข้ากับลำตัวพลางแหงนมองขึ้นไปยังท้องฟ้าซึ่งกำลังค่อยๆเปลี่ยนจากสีเทาเป็นสีดำ พร้อมด้วยความอบอุ่นของอากาศโดยรอบที่กำลังแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นยะเยือกเข้ามาแทนที่... เพราะบรรยากาศยามค่ำของแซงทัวรี่แห่งนี้ ทำให้อุณหภูมิของเวลากลางวันและกลางคืนแตกต่างกันอย่างลิบลับ และหากว่าตนมิได้ใช้ชีวิตอยู่ในสถานที่นี้เสียจนเคยชินแล้วล่ะก็... คงจะมิอาจทนกับสภาพอันผันผวนของอากาศได้เป็นแน่
สายลมยามค่ำพัดมาวูบหนึ่ง พาเอาไอเย็นยะเยือกและละอองน้ำค้างหยดน้อยมาให้พร้อมกับหอบเอาเรือนผมสีม่วงอ่อนพลิ้วสะบัดไปเบื้องหลัง และในพริบตานั้น... เชือกหนังเส้นเล็กๆที่มูใช้รัดผมอยู่เป็นประจำก็พลันหลุดลอยไปตามลม
“อ๊ะ..”
ร่างน้อยหันขวับพลางเอื้อมมือคว้า ทว่าสายลมเจ้ากรรมยังคงพัดเอาเชือกเส้นบางๆนั้นปลิวห่างออกไปอีก... ร้อนถึงเจ้าของที่ต้องวิ่งตามไปเก็บเมื่อมันปลิวหายเข้าไปด้านในวิหาร
ทว่า...
ในอึดใจนั้นนัยน์ตาสีเขียวเข้มก็มีอันต้องเบิกกว้างอย่างตระหนก เมื่อได้พบว่าสิ่งที่ตนกำลังตามหาปลิวไปตกอยู่แทบเท้าของบุรุษร่างสูงใหญ่ผู้เป็นอาจารย์ของตน
“....ท่าน.. อาจารย์.....”
ชิออนก้มลงเก็บเชือกหนังที่พื้นขึ้นมาแล้วส่งคืนให้ด้วยกิริยาอันเป็นปรกติพร้อมด้วยสีหน้าเรียบเฉยอย่างที่สุด ในขณะที่ศิษย์ตัวน้อยได้แต่ยืนตัวแข็งทื่ออย่างทำอะไรไม่ถูก และเมื่อได้ประสานสายตาเข้ากับท่านอาจารย์ ใบหน้างามก็มีอันต้องแดงก่ำขึ้นมาอย่างมิอาจควบคุมได้
“ขอบ.. ขอบคุณครับ”
ฝ่ายที่มากอาวุโสกว่าได้แต่สะท้อนใจ.... ในขณะที่พยายามจะยอมรับว่าภาพซึ่งสะท้อนอยู่ในดวงตาสีอเมทิสของตนคือดรุณีน้อยธรรมดาๆนางหนึ่ง หาได้ใช่โกลเซนต์หนุ่มผู้งามสง่าคนที่ตนแสนจะภาคภูมิใจคนนั้น แล้วหัวอกของผู้เป็นอาจารย์ก็ต้องสะท้านเยือก เมื่อยิ่งตระหนักว่าภาพที่เห็นตรงหน้านั้น... ช่างห่างไกลกับคำว่า “งามสง่า”มากเหลือเกิน
เมื่อมันสะท้อนภาพเรือนร่างอันบอบบางของสตรีสาวผู้งดงามอ่อนหวานประหนึ่งแสงจันทร์งามพิสุทธิ์ ในขณะที่เส้นผมสีม่วงอ่อนเส้นเล็กละเอียดที่ปล่อยสยายให้สะบัดพลิ้วไปตามลมยิ่งขับดวงหน้าขาวนวลซึ่งกำลังขึ้นสีนั้นให้โดดเด่นยิ่งขึ้น อีกทั้งยังเน้นย้ำให้ต้องยิ่งประจักษ์ชัดถึงความนุ่มนวลอันเป็นเอกลักษณ์ของเพศที่อ่อนแอกว่า
...อันว่าบุรุษและสตรีนั้นแตกต่างกันมากนัก
จึงเป็นธรรมดาที่นางย่อมจะต้องมีการเปลี่ยนแปลง มิใช่เพียงภายนอกหากแต่เปลี่ยนไปแม้กระทั่งหัวใจ....
คำกล่าวที่ยังคงดังก้องอยู่ในหัว ส่งผลให้ชายหนุ่มอดนึกตำหนิตนเองอีกมิได้ .....ด้วยหากว่าเขาสังเกตเห็นสิ่งที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าตนไวกว่านี้ล่ะก็.... เขาก็คงจะรีบวางมือจากมู แล้วปล่อยให้ศิษย์สาวตัวน้อยอยู่ในความดูแลของใครสักคนที่มีความเหมาะสมยิ่งว่า เป็นต้นว่า... ภรรยาผู้ละเอียดอ่อนของสหายรักที่โกโรโฮ ..เช่นนั้นแล้วศิษย์ของเขาก็คงจะมิได้....
.....ทว่า.. กว่าจะคิดได้ก็สายเสียแล้ว......
“คืนนี้เหตุการณ์เป็นอย่างไรบ้าง ยังจะมีเรื่องไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้นกับเจ้าอีกรึไม่”
น้ำเสียงอันทุ้มลึกของผู้เป็นอาจารย์ ส่งผลให้เด็กสาวต้องสะดุ้งน้อยๆอย่างประหม่า ร่างเล็กๆในชุดโกลครอธสีทองอร่ามทรุดกายลงคุกเข่าในทันทีแล้วรายงานสถานการณ์ทั้งหมดด้วยน้ำเสียงที่พยายามบังคับให้เป็นปรกติอย่างที่สุดแล้ว
“ทุกอย่างอยู่ในสภาพเรียบร้อยดีทุกประการขอรับ ...และข้าก็ยังมิได้รู้สึกถึงการมาเยือนของบุคคลผู้มิพึงประสงค์แต่อย่างใด”
ชิออนพยักหน้าเป็นเชิงรับทราบก่อนจะเพ่งสมาธิสำรวจไปรอบบริเวณและยังเลยออกไปถึงเขตวิหารทั้ง12 เพียงเพื่อจะได้พบว่าโกลเซนต์ผู้ดูแลวิหารต่างๆยังคงสงบนิ่งอยู่ในวิหารของตนตามปรกติ รวมถึงวิหารเจมินี่ด้วย......
และนั่นก็ส่งผลให้ชายหนุ่มรู้สึกโล่งใจขึ้นมาเปลาะหนึ่ง แต่กระนั้น... สายตาอันคมกล้าของผู้เป็นอาจารย์ก็ยังคงกวาดมองไปรอบๆอีกครั้งหนึ่งอย่างละเอียดถี่ถ้วน แล้วจึงมาหยุดอยู่ที่ร่างเล็กๆที่กำลังคุกเข่านิ่งอยู่กับพื้น
......ถึงกระนั้นก็ตามเถอะ... จะให้ด่วนสรุปว่าเจมินี่ ซากะผู้นั้นจะยอมถอดใจแต่โดยดีก็ยังออกจะเร็วเกินไป.....
และในคืนนี้ หากว่าเจ้าหนุ่มคนใดยังคิดจะทำมิดีมิร้ายกับศิษย์ของเขาอีก ก็เห็นทีจะได้เจอกับเขาเป็นแน่....
“ถ้าเช่นนั้นก็ดีแล้ว.... หากแต่ชิออนผู้นี้ก็ยังมิค่อยจะวางใจในตัวบรรดาสหายของเจ้านัก ดังนั้นข้าจะพำนักค้างคืนที่วิหารแห่งนี้เป็นการชั่วคราวเพื่อผลดีกับตัวเจ้าเอง....
จงกลับไปปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าต่อเถิด”
...............................................
....ดึกดื่นค่อนคืน......
ท่ามกลางความเงียบสงัดของชั่วโมงแห่งการหลับไหล หากจะมีสรรพสำเนียงใดเกิดขึ้นในเวลาเช่นนี้ก็คงจะมีแต่เพียงเสียงลม ..ที่พัดครวญครางหวีดหวิวผ่านช่องว่างระหว่างเสาหินขนาดมหึมาเหล่านั้น.... กับเสียงเปาะแปะของหยดน้ำค้างยามดึกที่พร่างพรมลงสู่ผืนพิภพเท่านั้น..... หากแต่ก็เป็นเวลาซึ่งอาริเอส มูจะได้กลับเข้าไปยังห้องพักส่วนตัวของตนเพื่อพักผ่อนหลังจากที่ได้ปฏิบัติหน้าที่มาตั้งแต่รุ่งสาง
ถึงแม้ว่าเรือนร่างเพรียวบางภายใต้ชุดโกลครอธที่เป็นประกายระยิบระยับไปด้วยละอองน้ำหยดเล็กๆที่เกาะพราวอยู่เต็มไปหมดต้องหนาวจนสั่นสะท้าน แต่กระนั้นด้วยความเคยชินจึงทำให้มูเพียงแต่กระชับผ้าคลุมด้านหลังให้แน่นขึ้นก่อนจะหมดสิ้นความสนใจกับอาการหนาวสั่นของตน ในขณะที่กวาดสายตามองไปรอบๆอีกครั้งแล้วจึงตัดสินใจหันหลังกลับเข้าไปยังห้องพักส่วนตัวด้านใน
...ท่ามกลางความรู้สึกหัวใจพองโตมาตั้งแต่ช่วงหัวค่ำ....
เมื่อได้พบว่าท่านอาจารย์ผู้มีพระคุณยังมิได้ทอดทิ้งตนอย่างที่คิด ถึงแม้ว่าในคืนนั้นท่านจะได้พูดจาปฏิเสธด้วยน้ำเสียงอันเย็นชาสักเพียงใด แต่แล้วในที่สุดท่านก็ยังอยู่คงดูแลตนมิได้หนีหายไปไหน.....
เช่นนี้แล้วตนจะไม่ขอเรียกร้องหาสิ่งใดอีกเลย...
....เพียงแค่ได้รับความเมตตาเล็กๆน้อยๆจากท่าน เพียงเท่านี้ก็มากเกินพอที่จะให้เก็บไปเฝ้าฝันแต่เพียงลำพังแล้ว.....
จะไม่ร้องขอความรักตอบแทน ขอเพียงแค่ท่านมีข้าอยู่ในสายตาบ้างในบางเวลา
จะเป็นเรื่องยากลำบากเกินไปหรือไม่...
...ท่านอาจารย์........
นัยน์ตาสีเขียวเข้มของศิษย์สาวตัวน้อยเฝ้ามองร่างในชุดคลุมสีเข้มที่กำลังนั่งหันหลังให้ตน พร้อมด้วยม้วนเอกสารมากมายก่ายกองบนโต๊ะทำงานตัวเล็กๆอันเก่าคร่ำคร่าในขณะที่บางส่วนยังคงกองระเกะระกะอยู่บนพื้นข้างกายท่าน ....เสียงปากกาขนนกเก่าๆที่ขูดขีดตัวอักษรลงบนกระดาษเนื้อหยาบอย่างคล่องแคล่วว่องไวโดยอาศัยเพียงแสงสว่างอันสลัวรางจากตะเกียงน้ำมันนั้น เป็นภาพที่มูเห็นจนชินตามาแต่เล็กแต่น้อย.....
และก็ราวกับว่าชิออนจะเพิ่งรู้สึกตัวว่าศิษย์ของตนได้กลับเข้ามาในห้องแล้ว เมื่อชายหนุ่มเสียบปากกาขนนกในมือตนลงในขวดหมึกข้างกายแล้วจึงได้หันกลับมาในที่สุด
-------------------------------------------------
To Be Con...Chapter15^^
ก็เป็นเเบบนี้ล่ะค่ะ ที่เค้าว่ากันว่า"ยิ่งหนีมักจะยิ่งพบเจอ"
เมื่อท่านชิออนอยากจะหนีให้ไกลจากมูมากเเค่ไหน เเต่สุดท้ายก็ตัดใจไม่ลงกลับกลายเป็นว่าต้องมาอยู่ดูเเลลูกศิษย์เเบบ24ชั่วโมงจนได้
ในขณะเดียวกัน เราก็จะได้เห็นถึงความรักที่ไร้เดียงสาของท่านมูด้วย... คือขอเเค่ได้รัก เเค่ได้อยู่ใกล้ๆก็พอใจเเล้ว เป็นความรักที่ไม่ได้คาดหวังสิ่งตอบเเทนเเต่อย่างใด อาจจะเป็นเพราะความไร้เดียงสาในเเง่นี้
ซึ่งมูนดรอปเองมองว่า จากเด็กหนุ่มคนที่วันๆมีเเต่เรื่องการต่อสู้ เมื่อต้องกลับกลายเป็นสาวน้อยเมื่อไม่นานมานี้
จึงยังไม่ควรจะรู้จัก (หรือได้รับการปลูกฝัง) ความคาดหวังจากเพศตรงข้ามมากมายนัก จริงมั้ยคะ
ฝ่ามือใหญ่อันอบอุ่นของผู้เป็นอาจารย์พลันยกขึ้นลูบศีรษะของศิษย์ตัวน้อยอย่างอ่อนโยนพร้อมด้วยแววตาอันแสดงออกถึงความรักและห่วงใย ซึ่งตนแน่ใจว่ามูคงจะไม่มีทางได้เห็นบ่อยครั้งนัก ด้วยมันมักจะปรากฏขึ้นมาในช่วงเวลาเช่นนี้เท่านั้น.....
“มูเอ๋ย..... จงรู้เอาไว้เถิดว่าในโลกนี้ไม่มีอาจารย์คนใดหรอก ที่เห็นศิษย์ของตนต้องเจ็บปวดทุกข์ทรมานแล้วจะไม่รู้สึกอะไร ทว่า....”
.....สักวันหนึ่งเจ้าก็คงจะได้พบกับคนที่ดีกว่าข้าเองนั่นล่ะ.......
รินคลานมาเม้มให้เเล้วค่ะพี่
เพราะได้ถ้าวเชียร์มาครบเลย ฮู้เร ส่งท้ายปีค่ะ
อ่านจบไวเหมือนโกหก แต่ซึ้งดีตรงความรู้สึกที่มูมีต่อชิออน ขอแค่ได้รักและอยู่ใกล้ไม่ไกลห่างก็พอแล้ว โห น้องมูขา ใจท่านกว้างยิ่งนัก ถึงจะไม่เอาเรื่องที่กลายเพศมาอ้าง หญิงสมัยนี้ที่จะรู้สึกไม่หวังผลตอบแทนหรืออย่างอื่นนับว่าหายากมากค่า คุณน้องนี่ประเสริฐจริงๆ
อยากอ่านตอนต่อไปเร็วๆจังเลย อยากรู้ว่าทั้งคู่จะผ่านคืนแรกที่ต้องนอนด้วยกันเป็นไงน้อ (พูดซะชวนให้คิดเชียว)
แล้วมาต่อไวๆนะค้าพี่ขา จะรออ่านทุกวันเลยค่า
#1 By Lavenya on 2007-12-20 21:31