Chapter51

posted on 20 Jan 2008 01:09 by moon-drop  in Moonlight-Serenade

อือม์........



มีความรู้สึกว่าตั้งเเต่ตอนนี้เป็นต้นไป เนื้อเรื่องของฟิคเรื่องนี้ก็จะเปลี่ยนรูปเเบบสีสันไปอีกเเล้วล่ะค่ะ อาจเป็นเพราะว่าส่วนหนึ่งมันมีการเปลี่ยนสถานที่จากเเซงทัวรี่มาเป็นหมู่บ้านอันห่างไกลความเจริญ(ทำยังกะที่เเซงมันเจริญนิ - -*)


กับอีกสาเหตุหนึ่งก็คงเป็นที่การดำเนินเริ่องที่เปลี่ยนแปลงไป เเละความสัมพันธ์ระหว่างท่านชิออนเเละมูที่นับวันก็จะเบี่ยงเบนออกไปจากกรอบเดิมทุกทีๆ



มาดูกันค่ะ ว่าเรื่องราวเเละความสัมพันธ์ของ2คนนี้จะเป็นอย่างไรต่อไป เเละเหตุผลที่เเท้จริงที่ท่านชิออนพามูกลับมายังถิ่นกำเนิดก็คือ........


-----------------------------------------------



Chapter51




“ท่านคือเจ้าชีวิตของพวกเรา....


..คือผู้สืบสายโลหิตเพียงหนึ่งเดียวที่ยังเหลืออยู่ของราชวงศ์ที่สาบสูญของเรา”





นั่นคือคำบอกเล่าที่มูได้รับ หลังจากที่ต้องหัวหมุนไปกับสารพัดข้อเท็จจริงที่ถาโถมเข้าใส่เสียจนตั้งตัวไม่ติด



ดวงหน้าหวานทั้งแดงก่ำและซีดเผือดในขณะเดียวกัน พร้อมด้วยความรู้สึกที่สับสนปนเปและไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้รับรู้... อีกทั้งยังมิอาจทนรับไหว เมื่อแม้กระทั่งท่านอาจารย์ก็ยังคุกเข่าลงเบื้องหน้าตน



และหลังจากที่มีเวลาให้หายใจหายคอ ว่างเว้นจากการที่ต้องพบเจอผู้คนแปลกหน้ามากมายที่ต่างก็พากันหลั่งน้ำตาแห่งความโสมมัสเมื่อได้พบหน้าตนแล้ว... มูก็รีบตามหาผู้เป็นอาจารย์ในบัดดล ก่อนจะพบว่าท่านพักอยู่ในห้องพักรับรองเล็กๆปีกซ้ายสุดในขณะที่ตนเองกลับได้ห้องพักที่ใหญ่โตราวกับจะสามารถจุบ้านได้ทั้งหลัง อีกทั้งยังมีระเบียงกว้างซึ่งยื่นออกไปด้านนอกแลเห็นทิวทัศน์อันสวยงามแปลกตาเสียด้วย





ร่างน้อยกระชากบานประตูเปิดออกก่อนจะถลาเข้าไปกลางห้องพร้อมกับคุกเข่าลงกับพื้น ในขณะที่บุรุษผู้เป็นอาจารย์ยังคงยืนนิ่งอยู่ที่ริมหน้าต่างพร้อมด้วยถ้วยชาในมือ



“ท่านอาจารย์ ...ได้โปรดเถิด อย่าได้ทำเช่นเมื่อครู่นี้อีกเลย ข้าทนรับไม่ไหวจริงๆ”เสียงใส
ที่ยังคงสั่นระรัวกล่าวอย่างวิงวอนพร้อมด้วยใบหน้าแดงก่ำ



“ลุกขึ้นเถอะ... บัดนี้เจ้ามิควรจะคุกเข่าหรือก้มศีรษะให้กับผู้ใดทั้งสิ้น เมื่อได้รับรู้ถึงชาติกำเนิดที่แท้จริงของตนเองแล้วก็จงภาคภูมิใจเถิด... ที่เจ้าเปรียบเสมือนน้ำหล่อเลี้ยงชีวิตของพวกเราทุกคน”




คำกล่าวของผู้เป็นอาจารย์ยิ่งทำให้มูต้องกัดริมฝีปากแน่น ก่อนจะตัดสินใจโผเข้ากอดแขนท่านไว้แน่นราวกับเด็กน้อยที่ขาดที่พึ่ง


“แต่ข้าไม่อาจจะทนเห็นท่านคุกเข่าลงต่อหน้าข้าได้... ท่านอาจารย์ ไม่ว่าความจริงจะเป็นเช่นไร หากแต่ข้าก็จะขอยึดมั่นในเรื่องเดิมๆอย่างที่เคยเป็นมา”





ในครั้งนี้ชิออนมิได้ห้ามปรามหรือตักเตือนศิษย์ตัวน้อยแต่ประการใด หากฝ่ามือใหญ่อันแสนอบอุ่นกลับยกขึ้นลูบศีรษะมูอย่างอ่อนโยน พร้อมด้วยประกายตาสีม่วงอเมทิสที่ฉายแววเห็นอกเห็นใจและห่วงหาอาทร ก่อนจะถอนหายใจน้อยๆแล้วสูดหายใจเข้าลึก


“มูเอ๋ย... ในเวลานี้เจ้ามิได้เป็นคนเดิมอีกต่อไปแล้ว ด้วยเจ้ามิได้แบกรับภาระในการเป็นเซนต์แห่งอาเทน่าเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่หากยังรวมถึงหน้าที่อันสำคัญที่มีต่อเผ่าพันธุ์ของตนเองด้วย..”





ถึงตอนนี้ ใบหน้าอันงดงามปานสักเสลาของชายหนุ่มก็พลันปรากฏวี่แววของความลำบากใจให้เห็นอย่างชัดเจน แต่กระนั้นก็จำต้องตัดสินใจบอกความจริงทั้งหมดกับศิษย์ตัวน้อย ด้วยมันคงจะถึงเวลาจริงๆแล้ว...



“นั่นก็คือ..... การที่เจ้าจะต้องเป็นผู้ให้กำเนิดผู้สืบทอดสายโลหิตคนต่อไป

ข้ารู้ว่ามันเป็นหน้าที่ซึ่งเรียกได้ว่ามิอาจจะทำใจยอมรับได้เลย สำหรับผู้ที่เคยเป็นเด็กหนุ่มมาจนกระทั่งถึงวัย17ปีอย่างเจ้า... ทว่าเจ้าก็คงจะไม่มีทางให้เลือกมากนัก....


และสิ่งที่ข้ากำลังจะพูดต่อไปนี้ ...ก็คงเป็นเรื่องที่ยิ่งกว่ายากที่จะทำใจยอมรับ หากแต่ “ดีกิ”คนล่าสุดของเผ่าเรา..... มีความประสงค์จะให้ข้าหมั้นหมายกับเจ้าตามคำทำนาย”



นาทีนั้น ชิออนไม่พลาดที่จะได้เห็นดวงหน้างามที่พลันเปลี่ยนเป็นสีแดงแปร๊ดอย่างกะทันหัน ก่อนจะเบือนหนีไปทางอื่นด้วยเขินอายจนทำอะไรไม่ถูก และสิ่งที่ได้เห็นก็ทำให้ชายหนุ่มต้องสะท้อนใจนัก




“หากแต่ข้ากำลังจะบอกให้เจ้ารู้เอาไว้ว่า... จงอย่าได้เชื่อฟังนางให้มากเกินไปนัก ด้วยเพราะนางทั้งแก่ชราอีกทั้งเลอะเลือนเต็มทีแล้วจึงได้เกิดความคิดอันหาสาระมิได้เช่นนี้ขึ้นมา ทว่า... ความจริงก็ยังคงเป็นความจริงอยู่นั่นเอง ..ไม่ว่าอย่างไรเจ้าก็จำเป็นที่จะต้องมีทายาทผู้สืบสายโลหิต
ดังนั้น....


ข้าจึงได้พาเจ้ามาที่นี่เพื่อให้เจ้าได้พบเจอกับบุรุษผู้มีสายเลือดของเผ่าพันธุ์เดียวกัน เพื่อให้เจ้าได้คบหาดูใจพวกเขา ข้าเชื่อว่าจะต้องมีสักคนที่จะเหมาะสมกับเจ้าอย่างแน่นอน”





ทันทีที่ได้ฟัง...


ประกายแวววาวที่เต้นระริกอยู่ในดวงตาสีเขียวคู่งามก็พลันหม่นแสงลง พร้อมกับมือเล็กๆที่พลันปล่อยจากท่อนแขนของผู้เป็นอาจารย์ในที่สุด




ศิษย์ตัวน้อยก้มหน้าลงพลางพยายามสะกดกลั้นน้ำตาแห่งความผิดหวังอย่างสุดหัวใจ ทว่ามันก็ยังคงเอ่อล้นขึ้นมาที่ขอบตาร้อนผ่าวจนได้




....ทั้งๆที่ตั้งใจเอาไว้แล้วว่าจะไม่มีวันเรียกร้องสิ่งใดตอบแทนจากความรักที่ตนมีให้กับผู้เป็นอาจารย์



หากแต่เวลานี้ ยามเมื่อได้รับรู้ว่าเพียงแค่ขอเฝ้ามองเงียบๆอยู่ข้างกายท่านก็ยังมิอาจจะได้ดังหวัง...


เมื่อท่านกลับคิดเสือกไสไล่ส่งให้ตนไปหาชายอื่น .....น้ำตาก็พาลจะไหล......






ทั้งๆที่ข้ารักท่านถึงเพียงนี้..... มันช่างน่าน้อยใจนัก



.....ท่านอาจารย์...........







“....ข้ารักท่าน.... รัก....


......เพียงท่านผู้เดียวเท่านั้น...”





น้ำเสียงปนสะอื้นน้อยๆของมูส่งผลให้ชิออนต้องเงียบงัน ...เจ็บปวด....... ด้วยรู้ซึ้งอยู่แก่ใจ ว่าหยดน้ำตาวาววับตรงหน้าตนนั้นกลั่นออกมาจากหัวใจที่บริสุทธิ์ซึ่งมิเคยแปดเปื้อน มิเคยคาดหวังสิ่งใดตอบแทน ...และก็เป็นหัวใจอันงดงามที่หาได้ยากยิ่งนัก และที่เหนือกว่าสิ่งอื่นใด...


มันคือหยดน้ำตาที่หลั่งรินเพื่อตน ทว่า...



แม้ว่าจะสงสารเห็นใจสักเพียงใด รึแม้จะทำให้ชิออนรู้สึกราวกับหัวใจถูกบีบเค้นสักแค่ไหน เขาก็มิอาจจะตอบสนองความรักเช่นนี้ได้....







“เด็กน้อยเอย.... จงมองตาข้านี่..”


ในที่สุดชิออนก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอันอ่อนหวานนุ่มนวล พลางประคองดวงหน้าหวานให้เงยขึ้นแล้วเซ็ดน้ำตาออกจากดวงตาคู่งามอย่างแผ่วเบาด้วยปลายนิ้วหัวแม่มือ ก่อนจะจ้องลึกเข้าไปยังดวงตากลมโตของเด็กสาวอย่างจริงจังและจริงใจที่สุด




“เจ้าเข้าใจหรือไม่ ว่าความสัมพันธ์อันลึกซึ้งของบุรุษกับสตรีนั้นเป็นเช่นไร......


มันมิได้เป็นสิ่งสวยงามอย่างที่เด็กสาวๆอย่างเจ้าเพ้อฝันถึงหรอกนะ ในบางแง่มุมมันก็เต็มไปด้วยความมืดดำอันน่าสะพรึงกลัวของตัณหาและความต้องการที่แม้แต่เจ้าเองก็นึกไม่ถึง



และอันที่จริงถ้าหากเลือกได้.. ข้าเองก็ไม่ต้องการที่จะให้เจ้าต้องพบเจอกับสิ่งเหล่านั้นตั้งแต่อายุเพียงเท่านี้เลย ....แต่ด้วยความจำเป็น ข้าจึงอยากจะให้เจ้าลองมองไปรอบๆตัว แล้วเจ้าจะได้เห็น ว่ายังมีชายหนุ่มรูปงามอีกมากมายนักที่กำลังเฝ้ามองมายังเจ้า ...ด้วยความหลงใหล.... ด้วยความประทับใจ...”


“แล้วเหตุใดผู้ที่ข้าเฝ้ามองมาตลอดจึงมิเคยมองดูข้าบ้างเลย!!....”



มูพลันแย้งขึ้นด้วยความอัดอั้นที่เต็มแน่นอยู่ภายใน ดวงตากลมโตที่ยังคงมีหยาดน้ำตาไหลรินอาบเรียวแก้มนวลจับจ้องมองดูแต่เพียงใบหน้าของผู้เป็นที่รักอย่างคับแค้นและไม่เข้าใจ




“..ต้องมองสิ....”


ชิออนยังคงเฝ้าปลอบโยนด้วยความอดทน ถึงแม้ว่าศิษย์ตัวน้อยจะแสดงกิริยาอันไม่เหมาะสมออกมาบ้าง หากทว่า... เขาย่อมรู้ดีว่าตนมิควรจะเอาผิดหรือคิดตำหนิมู


เด็กคนนี้มิได้ทำอะไรผิด อีกทั้งยังถูกบังคับให้จำต้องทำหน้าที่ของตนทั้งๆที่ไม่เต็มใจ และมันก็ช่างน่าเห็นใจยิ่งนัก




“ถ้าหากมิได้มองแล้วไซร้ ..ข้าจะรู้ได้อย่างไรว่าเจ้างามถึงเพียงนี้....

หากว่ามิได้มองแล้วข้าจะแน่ใจได้อย่างไร ว่าจะไม่มีบุรุษคนใดที่กล้ามองข้ามความงามเช่นนี้ไปอย่างแน่นอน นอกจากชิออนผู้นี้แล้ว ...ไม่ว่าเจ้าจะรักใคร่ชอบพอผู้ใด ข้าก็เชื่อเหลือเกินว่าย่อมจะต้องสมหวังดังใจ


แต่แม้นว่าจะมิได้มอง.... ข้าก็ยังคงมั่นใจอยู่ดีว่าจะไม่มีบุรุษคนใด ที่กล้าปฏิเสธหัวใจอันเข้มแข็ง มั่นคง ทว่างดงามที่สุดดวงนี้ได้”






............................................................



.....แล้วมันจะมีค่าอันใดกันล่ะ......



ในเมื่อผู้ที่ข้าเฝ้ามองตามมาตั้งแต่เล็กแต่น้อยจนเติบใหญ่ก็มีเพียงแค่ท่านเท่านั้น.....







มูได้แต่ถอนหายใจอย่างกลัดกลุ้มระทมทุกข์อยู่เพียงลำพัง หลังจากที่ได้แยกกับผู้เป็นอาจารย์ทั้งน้ำตา ร่างงามหย่อนตัวลงนั่งอย่างหมดอาลัยตายอยากที่โขดหินริมหน้าผาสูงชันพลางแหงนหน้าขึ้นมองท้องฟ้าเบื้องบนอย่างซังกะตายเมื่อบัดนี้.... คำยืนยันจากปากของท่านอาจารย์ยิ่งดูจะตอกย้ำให้ตนแน่ใจ ว่าไม่ว่าเมื่อไร... ตนก็คงจะไม่มีโอกาสได้อยู่ในสายตาของท่านเลย




ท่านจะรู้บ้างรึไม่ว่า....



ถึงแม้นว่าข้าจะเป็นที่หมายปองของผู้ใด หรือไม่ว่าเขาคนนั้นจะยินยอมพร้อมมอบหัวใจให้ข้าสักเพียงไหน


...หากแต่มันก็ยังมิอาจจะเทียบได้กับเศษเสี้ยวอันน้อยนิดยามที่ท่านจ้องมองมา......







มูหลับตาลงแล้วปล่อยให้น้ำตาไหลรินอย่างเจ็บปวด เมื่อคำพูดของผู้เป็นที่รักกรีดลึกลงสู่หัวใจ




......ข้ามิอาจจะอยู่เคียงคู่เจ้าได้ กระทั่งมิอาจ... แม้แต่จะมองดูเจ้าด้วยสายตาประหนึ่งคนรัก


และไม่ว่าเจ้าจะมีสภาพเป็นอย่างไรก็ตาม.... มูเอ๋ย





....สำหรับข้าแล้วเจ้าก็มิได้ต่างไปจากเจ้าตัวน้อยในวันวานที่ยังคงวิ่งตามข้าอย่างแสนซุกซนเลยแม้แต่น้อย


----------------------------------------------------
To Be Con...Chapter52^ ^



นับว่าเป็นครั้งแรกจริงๆ ที่เราได้เห็นท่านมูขึ้นเสียงกับท่านอาจารย์โดยที่ท่าชิออนก็มิได้ถือโทษโกรธเคืองเสียด้วย


มูนดรอปคิดว่านี่คงจะเป็นจุดเล็กๆอีกจุดหนึ่งที่จะชี้ให้เราเห็นความเเตกต่างของความสัมพันธ์ของทั้งคู่ ....ถึงเเม้ว่าท่านมูจะยังเป็นฝ่ายที่หลงรักท่านอาจารย์อยู่ฝ่ายเดียวก็ตามที......



ในเมื่อคนเราหมดกำลังเสียเเล้ว ในตอนหน้าจะเป็นอย่างไร.....







ถึงแม้ว่าไซร่าจะอดริษยามิได้ในท่วงทีอันงามสง่าประหนึ่งหงส์ขาวกับดวงหน้าหวานละมุนที่ตราตรึงอยู่ในใจของผู้ที่ยืนอยู่ตรงหน้า ซึ่งแตกต่างกับตนที่งดงามแบบเรียบๆและแสนจะธรรมดายิ่งนัก หากแต่นางกลับต้องนึกเห็นใจต่อชะตากรรมอันแสนโหดร้ายและหนักหนาสาหัสที่มูจำต้องแบกรับ...


.....ด้วยอายุที่มิได้แก่กว่าตนมากนัก





และด้วยความบังเอิญมิได้ตั้งใจอยากจะสอดรู้สอดเห็น ทว่า.... ยามเมื่อได้เห็นท่านผู้นี้วิ่งออกมาจากห้องพักของท่านชิออนทั้งน้ำตาเมื่อครู่ใหญ่ตนก็กลับสมน้ำหน้ามิลง ....ทั้งท่าทีที่ทั้ง2ท่านนั้นมีต่อกัน ตลอดจนคำพูดคำจาที่ดังเล็ดรอดออกมาถึงข้างนอกห้องและสิ่งที่เกิดขึ้นก็เห็นได้ชัดว่า บุรุษผู้งามสง่าที่มีอายุยืนยาวกว่า200ปีผู้นั้นปฏิเสธแม้กระทั่งความรักจากศิษย์สาวผู้งดงามของตนเองได้อย่างไร้หัวใจเป็นที่สุด......


Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

มาจองเมนต์อ่านคนแรกค่ะ ขออ่านจบหลายๆรอบก่อนแล้วจะมาเมนต์เพิ่มให้นะคะพี่ ขอบคุณมากๆที่อัพให้เร็วขนาดนี้นะคะ

ปล.เมื่อคืนขอบคุณพี่มากๆนะคะ ที่ช่วยฟังแป้งระบายหลายๆเรื่อง แม้ตอนนี้จะยังทุกข์ใจ+หาทางออกไม่ได้ แต่ก็จะพยายามสู้ให้เต็มที่ค่ะ ขอบคุณพี่จริงๆนะคะ

#1 By Lavenya on 2008-01-20 10:20

อะกึ้ยยย ทั่นย่าดูใจร้ายเเล้วก็ใจเเข็งไปด้วยเลยนะเนี่ย กล้าผลักใสมูไปให้ชายอื่นได้ยังงายยยกัน เเต่ตอนนี้ก็น่าสงสารท่านมูจริงเลย ท่านย่าไม่ยอมรับรักอยู่นั้นเเหละ คนเเก่นี่หัวดื้อจริงๆเลย 55 เดียวซะวันมูจะต้องใช้วิธีรุนเเรงจัดการท่านย่าเเน่ 55

#2 By MISAKI on 2008-01-20 11:06

มะไร Tha last man ของทั่นช่าจะ update ครับsad smile

#3 By brother (58.9.135.9) on 2008-01-21 13:35

เอ้อ... เเหะๆ- -*


งานนี้เรียกว่าไม่มีข้อเเก้ตัวค่ะ ขอรับผิดเต็มๆเลยsad smile


พอดีมูนดรอปเองเห็นว่าฟิคThe Last Man... ของท่านช่าไม่ค่อยมีคนสนใจอ่าอะค่ะ (โดยดูจากจำนวนเม้นเเละคนเข้ามาอ่าน)ก็เลยพักไว้เท่านั้น มาอัพเรื่องที่มีคนสนใจมากกว่าก่อน


เเต่ว่า... ถ้าคนอ่านเก่าเเก่อย่างคุณ Brotherท้วงเข้ามาเเล้ว

ยังไงมูนดรอปก็จะรีบอัพให้นะคะ ^ ^

#4 By ~Moondrop~ on 2008-01-21 21:05

โอ้!!!!!!!!!!!

สุดยอดของสุดยอดของสุดยอด!!!!!!!!!!

เขียนมาได้ซึ้งจริงๆ เศร้ามักๆ สงสารมูแทน

แล้วอีกแบบนี้เรื่องราวมันจะเป็นเช่นไร เรื่องนี้ซับซ่อนกว่าที่คิด ขนาดคดีฆาตกรรมปริศนาของโคนันยังว่ายากแล้ว

เจอเรื่องหัวใจของสองคนนี้เขายิ่งซับซ่อนเขาไปใหญ่

โอ้ย สงสารคุณมูจับใจ ท่านชิออนทำไมต้องพูดจากเฉือดเฉินใจคุณมูเช่นนี้ แม้เศร้าได้ใจ ติดตามอยู่น่ะจ้า แม้จะไม่ได้เม้นเป็นบ้างอัน เหอะๆ- -

ของให้คุณมูมีทายาทกับคุณชิออน!!cry

big smile confused smile

#5 By เฟร์ (117.47.213.231) on 2008-01-21 23:13

เล่นโดนเผยชาติกำเนิดแท้จริงอย่างไม่ให้ตั้งตัวมาก่อนแถมยังต้องมาเจอท่านชิคุกเข่าให้อีก ก็สมควรจะช็อค สำหรับอารมณ์มู คงจะรู้สึกไม่เพียงเป็นแค่ผู้มีพระคุณแต่ยังเป็นคนพิเศษสำหรับตัวเองอีกต่างหากแล้วมาได้เห็นการกระทำแสดงความเคารพแบบนั้น มันคงรับไม่ได้อยู่แล้วล่ะ

ส่วนกรณีเลือกคู่เพื่อเผ่าเนี่ย

ก็ยอมรับว่ามันเป็นสถานการณ์ที่ทั้งท่านชิและมูต่างก็กลืนไม่เข้าคายไม่ออกด้วยกันทั้งคู่ แต่ไม่แน่ว่าอาจเป็นท่านชิฝ่ายเดียว คือ

ท่านชิตระหนักมาตลอดว่ามูรู้สึกยังไงกับตัวเอง แต่ก็มีอุปสรรคหลักๆเช่น การเป็นอาจารย์-ศิษย์,ภาระหน้าที่ๆมูต้องทำเพื่อเผ่าของตน แค่นี้ก็ทำให้ชิออนตอบสนองความรักของมูไม่ได้แล้ว (แม้ในส่วนลึกๆอาจเริ่มมีเขวๆแล้วก็เหอะ)
ส่วนมูน่ะเหรอ คนในเผ่าจะเป็นยังไงตอนนี้คงไม่มีกะจิตกะใจจะมาเห็นอกเห็นใจในชะตากรรมของคนเหล่านั้นนอกจากเรื่องท่านชิหรอก (ก็แหงล่ะ ขืนมารู้ทีหลังว่าตัวการที่ผลักไสตนแต่แบเบาะคือดีกิล่ะก็ ความรู้สึกอยากช่วยคงติดลบชัวร์) เกิดมา 17 ปีมีอยู่กันแค่ 2 คน แต่จู่ๆก็มีประชากรใต้อาณัติโผล่พรวดมาเป็นโขลง แล้วยังมาผลักภาระให้ตนต้องมาทำหน้าที่บ้าๆอีก เท่านั้นไม่พอ แม้จะรู้ว่ายังไงๆก็ต้องมีทายาทสืบทอด แถมยังมีคู่เป็นชิออนตามคำทำนายซึ่งก็ทำให้มูดีใจอยู่ลึกๆ แต่ดันโดนท่านชิตัดบท pass ต่อไปให้หนุ่มคนอื่นอีกแน่ะ มันน่าน้อยในไหมล่ะ เพราะโดนคนภายนอกกดดันและบีบบังคับ(ทางอ้อม)ไม่พอ คนกันเองยังสนับสนุนไปกับเขาด้วยแบบนี้

เฮ้อ~ อ่านไปก็อดคิดไม่ได้จริงๆแหล่ะว่าท่านชิอะไรจะเถรตรงต่อหน้าที่และความรับผิดชอบขนาดนั้นจนทำได้แม้กระทั่งทำลายหัวใจรักน้อยๆของศิษย์ตัวเองได้ลงคอ ขนาดมูยอมไร้ยางอายพูดสารภาพออกไปอีกรอบเหมือนต้องการที่พึ่งเป็นตัวเลือกสุดท้าย ก็โดนปัดมือที่ขอความช่วยเหลือนั้นไปอย่างไม่ลังเลเล้ย

แต่ก็นะ เพราะมูมีความรักต่อท่านชิมากเกินไปจนแยกแยะระหว่างหน้าที่กับเรื่องส่วนตัวไม่ออกไปแล้วก็ได้มั้ง เพราะหากคิดในแง่คนที่เป็นถึงโกลด์เซนต์จริงแล้วล่ะก็ ไม่ต้องอ้างว่าเพราะเป็นหญิง ก็ต้องคำนึงถึงหน้าที่เหนือสิ่งอื่นใดก่อนอยู่แล้ว เพราะงั้นจะต่อว่าท่านชิคนเดียวก็คงไม่ถูก แต่ตัวมูเองก็มีส่วนด้วยเหมือนกัน

แต่ก็เพราะการเผชิญหน้ากันครั้งนี้ คงทำให้หัวใจของมูมันแตกสลายและด้านชาเกินกว่าที่ท่านชิจะคาดคิดเสียแล้วล่ะ ซึ่งผลของการที่ตนเองตัดสนิใจทำไปมันส่งผลในอนาคตมากแค่ไหนกว่าจะถึงตอนนั้น ท่านชิอาจมาต้องนึกเสียใจก็ได้ใครจะรู้

#6 By Lavenya on 2008-01-26 20:27

เหมือนกับเป็นการเริ่มต้นด้วยความหวังอันสดใสของหญิงสาวคนหนึ่ง และจบลงที่ความทุกข์ระทมเพราะความรักของเด็กสาวคนนั้นคนเดิม...

ทำมายท่านชิถึงใจเเข็งได้ถึงเพียงนี้ อยากดื่มเลือดกินเนื้อท่านจริงๆ อยากดูหัวใจของท่านว่าเป็นสีอะไร อยากบอกท่านว่า ท่านกำลังกรีดแทงใจของตัวท่านอย่างช้าๆ อยากหัวเราะเยาะสมน้ำหน้าท่านในภาย เมื่อสิ่งที่ท่านทำมันเป็นหนามกรีดแทงใจให้เจ็บทนแทบสิ้นลม

มันเป็นเหตุผลเก่าๆ ที่ทำให้ใครต่อใครในอดีตถึงกับตรอมใจตายไปมากแล้ว ท่านชิอุสาห์มีชีวิตอยู่มานานถึงเพียงนี้กลับไม่ได้เห็นบทเรียนของความรักแบบนี้บ้างเลย

ไปหาว่าแม่เฒ่าที่น่ารักของเราเลอะเลือนอีก แม่เฒ่าไม่ได้เลอะเลื่อนนะ ไม่งั้นเรื่องก็เดินต่อไม่ได้ใช้ไหมแม่เฒ่า

แม่เฒ่า: ช่ายเกี่ยวกับค่าจ้างด้วย เหอะๆ

ถึงยังไงรินก็ว่ามูคงไม่ยอมเป็นตุ๊กตาให้ชายอื่นใดเด็จขาดแหละค่ะ

แต่ถ้าท่านชิเป็นแบบนี้ต่อไป มุคงได้สติหลุดไปไกลแน่ๆเลยค่ะ มูสู้ๆ มูสู้ตาย มูไว้ลาย ให้ตายเหอะท่ายนชิ

#7 By กระต่ายสีดำ on 2008-02-21 13:06