Chapter55
posted on 07 Feb 2008 14:11 by moon-drop in Moonlight-Serenade
ดีค่า^0^
มูนดรอปว่าตอนที่54ที่ผ่านมานี้เป็นอะไรที่ทำหน้าที่ส่งต่อเรื่องราวได้ดีกว่าทุกๆตอนที่ผ่านมาเลยนะคะ เพราะว่าคนอ่านมีความเห็นเป็นเสียงเดียวกันเลยว่า... อยากจะรอลุ้นตอน55ต่อไวๆ
เเละคอมเม้นก็มาในทิศทางเดียวกันหมด คือ..... จะมีเฮรึไม่ เมื่อท่านชิลากมูเข้าไปกอดซะเเนบเเน่นออกปานนั้น
-------------------------------------------------------
Chapter55
วินาทีที่ปรากฏร่างขึ้น.... นัยน์ตาสีม่วงอเมทิสของชิออนก็จับจ้องอยู่เพียงร่างอันแบบบางภายใต้อาภรณ์สีฟ้าเข้มซึ่งเปิดเผยช่วงบ่าขาวเนียนโดยปราศจากผ้าคลุมบ่าที่กำลังยืนนิ่งอยู่กลางห้อง อย่างไม่สนใจที่จะสังเกตความเป็นไปโดยรอบ
ในขณะที่ศิษย์ตัวน้อยก็มีอันต้องสะดุ้งเฮือกพร้อมด้วยความตื่นตระหนกที่ปรากฏชัดอยู่บนดวงหน้างาม.... และนัยน์ตากลมโตก็มีอันต้องเบิกกว้างอย่างประหลาดใจเป็นที่สุด เมื่อจู่ๆผู้เป็นอาจารย์ก็เกิดปรากฏกายขึ้นในสถานที่ซึ่งตนคิดไม่ถึงเช่นนี้
หากก่อนที่มูจะได้เอ่ยปากถามสิ่งใด ริมฝีปากนุ่มละมุนก็ต้องเผยอค้างอย่างตกใจ เมื่อชิออนก้าวยาวๆตรงรี่เข้ามาหาอย่างไม่ปรานีปราศรัยแล้วรวบร่างของตนเข้าไปกอดแนบแน่นเสียจนหายใจไม่ออก....
ราวกับว่าหัวใจกระตุกวูบอย่างรุนแรง อึดใจที่ได้เห็นศิษย์ของตนอยู่ในสภาพที่สวมเพียงชุดยาวตัวในโดยปราศจากผ้าคลุมกาย....... ชิออนโอบกอดร่างเล็กๆไว้แนบอกพร้อมด้วยโทสะที่กำลังแล่นขึ้นมาเป็นริ้วๆ อีกทั้งยังต้องรับมือกับความกังวลที่พลันแล่นขึ้นมาจุกอกเสียจนรู้สึกทรมาน
ในขณะที่มือซึ่งกดศีรษะของมูแนบกับอกตนทั้งร้อนผ่าวและเปียกชื้นไปด้วยหยาดเหงื่อทั้งๆที่อากาศหนาวเย็นถึงเพียงนี้
ชายหนุ่มซบใบหน้าแนบเรือนผมหนานุ่มของเด็กสาวพลางกระชับอ้อมแขนแน่นขึ้นอย่างลืมตัว
พร้อมกับนึกขอบคุณสิ่งศักดิสิทธิ์ที่ดูเหมือนว่าทุกอย่างจะยังไม่สายเกินไป..... มิฉะนั้นแล้วเขาคงจะไม่สามารถให้อภัยตนเองได้เลย ในขณะที่ร่างน้อยในอ้อมแขนกลับมิได้ร้องอุทรณ์เมื่อถูกกอดรัดแน่นเสียจนแทบจะลายกลายเป็นเนื้อเดียวกัน
.......นี่เขามาทันเวลาใช่หรือไม่......
ขอเทพเจ้าทรงโปรดเถิด.....
เขาคิดว่าเสียงดังเมื่อครู่นี้จะเป็นเสียงที่ศิษย์ของตนถูกกดลงกับพื้น.... หากแต่ดูจากสภาพที่เด็กคนนี้ยังมีเสื้อผ้าเหลือติดกายแล้ว.....
....ช่างดีเหลือเกินที่มันยังมิได้สายเกินไป.....
ในชั่วขณะที่อ้อมแขนแข็งแกร่งโอบรัดรอบร่างพร้อมด้วยความอบอุ่นที่แผ่ซ่านไปทั่วกาย มูก็รู้สึกมึนชาเสียจนมิอาจจะรู้ ...ว่าตนควรจะตกใจ หวาดกลัว หรือดีใจกันแน่... ควรจะส่งเสียงกรีดร้อง ดิ้นรน หรือเงียบงัน ...ควรจะกระโดดโลดเต้น ร้องไห้ฟูมฟาย หรือว่าเป็นลมหมดสติดี
กระทั่งมิอาจแน่ใจว่าสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้านี้เป็นเพียงความฝันอันไร้สาระของตน หรือว่าความจริงอันเหลือเชื่อกัน.... เมื่อมันกระตุ้นให้อยากจะทำทุกสิ่งทุกอย่างไปพร้อมๆกัน มากเท่าๆกับที่ไม่อยากจะทำอะไรทั้งสิ้น... ทั้งปรารถนาที่จะให้ช่วงเวลานี้จบลงโดยเร็ว ไม่น้อยไปกว่าอยากจะให้มันดำเนินไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด....
“เจ้า... ปลอดภัยดีรึไม่!!
...เจ้าหนุ่มคนนั้นยังมิทันได้ลงมือข่มเหงรังแกเจ้าสินะ”
และทันทีที่คลายกังวลลงชิออนก็พลันได้สติ เมื่อกลิ่นหอมอ่อนๆจากเรือนร่างในอ้อมแขนลอยมาแตะจมูก... อุ้งมือใหญ่ก็ดันร่างน้อยที่แนบชิดออกห่างพลางสำรวจดูสารรูปของผู้เป็นศิษย์อย่างละเอียด
ในขณะที่มูยังคงมีสีหน้าประหลาดใจและงุนงงเหลือที่จะกล่าว ...หากแต่แววตาที่จ้องมองมาอย่างแสนเป็นห่วง.. หาใช่สายตาอันเฉยชาดังเช่นทุกครั้ง พร้อมด้วยสัมผัสอันร้อนผ่าวและเปียกชื้นจากฝ่ามือที่ชื้นเหงื่อซึ่งบีบรัดอยู่รอบต้นแขนทั้ง2ของตนนั้นก็พาให้น้ำแข็งในหัวใจดวงน้อยมลายหายไปสิ้น
..นี่ ...ท่าน.....
.....เป็นห่วงข้าอย่างนั้นหรือ
“เอ้อ... มันจะเป็นไปได้อย่างไร ..ในเมื่อข้าคือเซนต์แห่งอาเทน่า
ส่วนเขา ....ก็แค่มนุษย์ธรรมดาๆคนหนึ่ง”
ภายใต้ความรู้สึกเต็มตื้นท่วมท้นหัวใจ... ศิษย์ตัวน้อยตอบอย่างแผ่วเบาก่อนจะค่อยๆช้อนสายตาขึ้นสบตากับผู้เป็นอาจารย์ด้วยความไม่เข้าใจ
พริบตานั้น....
ราวกับสายฟ้าฟาดเปรี้ยงลงมากลางกระหม่อม ส่งผลให้ชิออนถึงกับชะงักไปครู่ใหญ่ในขณะที่ความคิดอ่านทั้งมวลก็ดูราวกับจะกลายเป็นอัมพาตไปชั่วขณะหนึ่ง
และทันที่ที่ตั้งสติได้ สายตาอันคมกริบซึ่งจับจ้องนิ่งอยู่แต่ใบหน้าหวานของเด็กสาวเบื้องหน้าอยู่เป็นนานสองนานก็พลันกวาดมองไปทั่วบริเวณในนาทีนั้นเอง พร้อมด้วยความรู้สึกชาวาบไปทั่วทั้งร่างเมื่อได้พบว่า
...ตนได้มองข้ามความเป็นจริงอันสำคัญที่สุดไปเสียแล้ว.....
ทั้งๆที่ควรจะรู้ทั้งรู้อยู่เต็มอกว่าศิษย์ของตนคือโกลเซนต์ผู้แข็งแกร่ง ย่อมไม่มีทางจะเสียท่าให้กับคนธรรมดาๆเช่นนี้อย่างแน่นอน
หากแต่ในทันทีที่ได้รับรู้ว่าเจ้าหนุ่มคนนี้... ....เขาก็.....
.....สวรรค์.........
นี่เขาเป็นอะไรไป.....
นัยน์ตาสีอเมทิสซึ่งกำลังฉายแววไม่อยากเชื่อในความเลินเล่อของตนเองพลันหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างสูงใหญ่ของบาลาติ ซึ่งนอนกองอยู่บนพื้นในสภาพสิ้นสติสมประดีไม่ห่างออกไปนักพร้อมด้วยรอยแตกร้าวบนพื้นหิน ซึ่งนั่นก็มากเกินพอที่จะอธิบายให้ชิออนเข้าใจถึงสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมด และก็เป็นครั้งแรก.... ที่ชิออนจำต้องลิ้มรสความผิดพลาดอย่างไม่น่าให้อภัยของตนเอง
......เพียงแค่คิดว่ามูอาจถูกเจ้าหนุ่มคนนี้รังแก ตนก็ผลุนผลันตามมาโดยที่มิทันได้คิดอะไรเลย....
ดูรึ.... ช่างพลาดพลั้งไปได้ถึงเพียงนี้
..ชิออนเอ๋ย ...คราวนี้ดูท่าว่าเจ้าคงจะแก่เกินไปแล้วจริงๆ.......
ในที่สุดมือใหญ่ทั้งคู่พลันคลายออกจากต้นแขนขาวเนียน ทิ้งรอยแดงเป็นปื้นเอาไว้ให้ดูต่างหน้าก่อนจะหมุนกายหันหลังให้กับผู้เป็นศิษย์ ในขณะที่มูเพิ่งจะหายตกใจและเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวทั้งหมดได้กลับรู้สึกราวกับจะทรงกายไม่อยู่ เมื่อความอุ่นซ่านยามเมื่อได้รับรู้ถึงความห่วงใยของท่านอาจารย์พลันฉีดพล่านอย่างรุนแรงไปทั่วเรือนร่าง
ชิออนสูดหายใจลึกพลางยืดกายขึ้นเต็มความสูงเพรียวแล้วหลับตาลงเพื่อตั้งสติ.. อีกครั้ง... ก่อนจะหันกลับมายังศิษย์ของตนพร้อมด้วยสีหน้าและแววตาอันเรียบเฉยและกลับเป็นปรกติอย่างที่สุด
“ข้ามาลองคิดดูแล้ว.... บาลาติเองก็ดูจะไม่เหมาะสมกับเจ้าเช่นเดียวกับคนที่ผ่านๆมา
ถึงแม้นว่าจะเป็นถึงบุตรชายของหัวหน้าหมู่บ้านซึ่งมีอนาคตที่ดี หากแต่กลับไร้ซึ่งการยับยั้งชั่งใจ ฉวยโอกาสเอาแม้กระทั่งกับสตรีตัวเล็กๆเช่นนี้แล้ว... ..ข้า.....”
ถึงตอนนี้น้ำเสียงอันทุ้มลึกดูจะอ่อนลง ชายหนุ่มก้มลงเก็บผ้าคลุมบ่าเนื้อเนียนนุ่มที่ตกอยู่บนพื้นก่อนจะคลี่มันออกคลุมลงบนร่างของมูพร้อมด้วยฝ่ามืออันแสนอบอุ่นที่ทาบทับอยู่บนบ่าทั้ง2ข้าง พลางจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีเขียวเข้มตรงหน้า
“.....ก็ไม่อยากจะบังคับใจเจ้าอีก...”
........................................................
ชิออนพาศิษย์ตัวน้อยออกมาจากบ้านของชายหนุ่มผู้โชคร้ายในเวลาต่อมา แต่ไม่... ก่อนที่จะปลดผ้าคลุมบ่าผืนหนาของตนออกคลุมทับให้กับมู
และท่ามกลางแสงจันทร์นวลตาและบรรยากาศแห่งความหนาวเหน็บ.... ร่างสูงสง่าของบุรุษหนุ่มในชุดประจำเผ่าเฉกเช่นชาวบ้านสามัญธรรมดาเดินนำอยู่เบื้องหน้า โดยมีร่างแบบบางในชุดยาวสีฟ้าเข้มหรูหราอันบ่งบอกถึงฐานันดรสูงส่งของสาวน้อยวัยแรกแย้มเดินตามหลัง
“เจ้าง่วงนอนหรือยัง....”
“....?....”
มูจำต้องเงยหน้าขึ้นสบตากับผู้เป็นอาจารย์อย่างงุนงงอีกครั้งหนึ่งกับคำถามอันแปลกประหลาดนั้น
“หากว่ายัง... ข้าจะพาเจ้าเดินชมทิวทัศน์ในยามราตรีเพื่อเป็นการไถ่โทษ ถึงแม้นว่าเจ้าจะไม่ได้รับอันตรายอันใดจากเรื่องที่แล้วมาก็ตาม”
พริบตานั้นดวงหน้าหวานละมุนก็ราวกับจะเปล่งประกายระยิบระยับไปด้วยความดีอกดีใจ พร้อมด้วยรอยยิ้มอันแสนหวานที่ประดับอยู่บนเรียวปากสีชมพู
“ข้ายังไม่ง่วงครับ ท่านอาจารย์”
และเป็นอีกครั้งหนึ่งที่มูต้องลืมหายใจ.....
รอยยิ้มของท่านอาจารย์ช่างอบอุ่นนักอีกทั้งยังงดงามยิ่งกว่าสิ่งใดทั้งนั้น และตนคงจะยอมแลกทุกสิ่งที่มีกับอะไรก็ตามเพื่อให้ท่านหันมายิ้มให้ตนเช่นนี้บ้างในเวลาปรกติ
..หากแต่จะมีวันนั้นหรือ.....
“ตัวมหาวิหารที่เจ้าเห็นตะคุ่มๆนั่นมีอายุที่ยืนยาวมากกว่าชั่วอายุของชิออนผู้นี้เสียอีก ด้วยเป็นสิ่งแรกซึ่งก่อกำเนิดขึ้นมาก่อนที่จะมีบ้านเรือนและสิ่งปลูกสร้างอื่นๆ นับเป็น1ในจำนวน2สิ่งที่จัดว่ามีอายุยืนยาวกว่าข้า...”
“ถ้าเช่นนั้น... อีก1 คือสิ่งใดรึครับ”
น้ำเสียงอันกระตือรือร้นของเด็กสาวเรียกรอยยิ้มน้อยๆให้ผุดขึ้นบนใบหน้าอันงดงามสลักเสลาของชายหนุ่มผู้เป็นอาจารย์ได้อย่างไม่ยากเย็นอะไรนัก
ชิออนยันท่อนแขนเข้ากับลำต้นขนาดหลายคนโอบของสนยักษ์ขนาดใหญ่ต้นหนึ่งซึ่งดูราวกับจะสูงเสียดฟ้า และทันทีที่สังเกตเห็น.. ดวงตากลมโตของสาวน้อยก็มีอันต้องเบิกกว้างอย่างตกตะลึง เมื่อแหงนหน้ามองขึ้นไปเห็นมันกางใบแผ่ร่มเงาเสียมืดครึ้มจนมิอาจจะมองเห็นท้องฟ้าเบื้องบน
“นี่อย่างไร.. อีก1ที่ว่า ....สนโบราณโวเลเมียพายน์ต้นนี้ ข้าเห็นมันมาตั้งแต่ครั้งที่ยังเป็นเพียงต้นอ่อนสูงเพียงแค่เอื้อมมือแตะถึงเมื่อเกือบๆ250ปีมาแล้ว
จากไม้น้อย ...กว่าจะเติบโตสูงใหญ่ได้ถึงเพียงนี้ต้องใช้เวลานับร้อยๆปี ..แต่ยามเมื่อถูกหักโค่นกลับใช้เวลาเพียงไม่กี่อึดใจ...... ต้นสนนี้เปรียบเสมือนมารดาของผู้คนที่นี่ ด้วยมันยืนหยัดเคียงคู่กับหมู่บ้านแห่งนี้มาหลายชั่วอายุคนแล้ว ราวกับจะทำหน้าที่คอยจับตาดูความเป็นไปของผู้คนรุ่นแล้วรุ่นเล่า ..หากแต่เจ้าอาจจะยังไม่รู้
ว่าแท้จริงแล้วระยะเวลาเพียงแค่200กว่าปีที่ล่วงผ่าน ยังนับว่าเป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆสำหรับมัน พวกเราเชื่อกันว่า.... ต้นสนนี้สามารถมีชีวิตยืนยาวได้กว่า250ล้านปีทีเดียว”
ราวกับความฝัน.... คราเมื่อได้ออกมาท่องแสงจันทร์อันแสนวิจิตรพร้อมชมความงามของถิ่นกำเนิดร่วมกับบุรุษผู้เป็นที่รัก ถึงแม้จะเป็นเวลาเพียงชั่วเสี้ยวอึดใจหากแต่มันก็จะประทับอยู่ในความทรงจำของตนไปตราบนานเท่านาน.... มิรู้ลืม
“ข้า... รู้สึกราวกับกำลังท่องเที่ยวอยู่ในเรื่องปีเตอร์แพนเลย” คำพูดซึ่งตรงไปตรงมาอย่างไร้เดียงสาของศิษย์สาวตัวน้อย ส่งผลให้ร่างสูงใหญ่ที่เดินนำหน้าต้องชะงักงันก่อนจะหันกลับมา
“ถ้าเช่นนั้น.... ข้าเอง ก็คงจะเป็น “ปีเตอร์แพน” ของเจ้าสินะ...
ว่าแต่เจ้ายังคงจำนิทานเรื่องโปรดที่มักจะอ้อนขอให้ข้าอ่านให้ฟังก่อนนอนได้กระนั้นหรือ”
“ข้าย่อมจำได้ดีเสมือนว่ามันเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานนี้ ...มิใช่เพียงเพราะว่ามันคือนิทานเรื่องโปรด หากแต่เป็นเพราะ... ช่วงเวลานั้นเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดที่ข้าเคยมี
...ก็เพราะมีท่านอยู่ข้างกาย”
คำพูดนั้นส่งผลให้ชิออนต้องนิ่งเงียบ ...เมื่อภาพของเด็กชายตัวน้อยแสนซุกซนในชุดเสื้อนอนตัวหลวมโพรกของผู้เป็นอาจารย์.. พร้อมด้วยหนังสือนิทานในมือปรากฏขึ้นในห้วงคำนึง ในขณะที่ภาพดวงหน้าหวานของสาวน้อยตรงหน้าก็กลับเลื่อนมาซ้อนทับกันได้อย่างน่าประหลาด และนั่นก็มากเกินพอที่จะทำให้ชายหนุ่มต้องรีบปัดมันทิ้งไป
“ดึกมากแล้ว กลับกันเถอะ... ข้าจะไปส่งเจ้าที่ห้อง”
“แล้ว..... จะมีโอกาสที่เราจะได้ออกมาชมจันทร์ด้วยกันเช่นนี้อีกหรือไม่ครับ ..ท่านอาจารย์”
ชิออนได้แต่ถอนหายใจพร้อมกับเม้มริมฝีปากจนเกือบจะเป็นเส้นตรงพลางเบือนหน้าหนีจากดวงตากลมโตอันแสนงดงามของศิษย์สาวตัวน้อย ก่อนจะหันหลังกลับแล้วตอบด้วยน้ำเสียงอันเเผ่วเบาเป็นอย่างยิ่ง
“....เกรงว่าคงจะไม่มี......”
-------------------------------------------------------------
To Be Con...Chapter56*0*
เอ้อ.... สรุปว่ามีเฮรึเปล่าคะเเบบนี้ - -*
ในเมื่อระหว่างที่อะไรๆก็ดูทำท่าจะไปได้ดี เเต่ท่านชิดันมาทำเสียเรื่องเอาอีตอนประโยคสุดท้ายเนี่ย.....
เเต่โดยส่วนตัวเเล้วมูนดรอปถือว่าตอนนี้มีเฮนะคะ เพราะว่าเห็นได้ชัดๆเลยว่าท่านชิน็อตหลุดไปเเล้ว1ตัว
จากการที่เคยเป็นคนเงียบขรึมเข้มงวดกับทุกสิ่งทุกอย่างอย่างท่านชิ ถึงขนาดวิ่งเข้าไปกอดชาวบ้านเค้าได้เนี่ย.... งานนี้ยกเเต้มความดีความชอบให้ท่านมูไป1คะเเนน
เเละตัวอย่างเล็กๆน้อยๆจากตอนหน้า.....
คำพูดอันไร้เดียงสานั้นส่งผลให้ผู้เฒ่าถึงกับถอนหายใจ ก่อนจะเอื้อมมือคว้าต้นแขนเล็กๆของผู้เยาว์วัยกว่าแล้วดึงเข้ามาใกล้พลางพร่ำสอนดังเช่นครั้งก่อนๆ โดยมิใส่ใจว่าสาวน้อยจะทอดถอนหายใจอย่างไร
“ก็ในเมื่อท่านชิออนน่ะเป็นบุรุษ.... ถึงแม้ว่าจะมิเคยสั่งสอนท่านในเรื่องเช่นนี้ก็มิเห็นจะแปลกอันใด หากแต่ท่านมูเองควรจะรับฟังคำของข้าเอาไว้นะคะ เพราะไม่ว่าอย่างไรก็ตามท่านชิออนก็จะต้องเป็นสามีของท่าน และ..”
“พอทีเถอะครับ!.... ข้าเบื่อที่จะฟังคำทำนายของท่านเต็มทีแล้ว เมื่อท่านอาจารย์ของข้ามิเคยมีความคิดเช่นนั้นอยู่ในหัวเลย มิหนำซ้ำท่านยังรังเกียจข้าเสียอย่างกับอะไรดี”
.....ดังนั้นข้าผู้เป็นศิษย์จึงมิควรจะทำให้ท่านต้องยิ่งลำบากใจ......
มูนดรอปว่าตอนที่54ที่ผ่านมานี้เป็นอะไรที่ทำหน้าที่ส่งต่อเรื่องราวได้ดีกว่าทุกๆตอนที่ผ่านมาเลยนะคะ เพราะว่าคนอ่านมีความเห็นเป็นเสียงเดียวกันเลยว่า... อยากจะรอลุ้นตอน55ต่อไวๆ
เเละคอมเม้นก็มาในทิศทางเดียวกันหมด คือ..... จะมีเฮรึไม่ เมื่อท่านชิลากมูเข้าไปกอดซะเเนบเเน่นออกปานนั้น
-------------------------------------------------------
Chapter55
วินาทีที่ปรากฏร่างขึ้น.... นัยน์ตาสีม่วงอเมทิสของชิออนก็จับจ้องอยู่เพียงร่างอันแบบบางภายใต้อาภรณ์สีฟ้าเข้มซึ่งเปิดเผยช่วงบ่าขาวเนียนโดยปราศจากผ้าคลุมบ่าที่กำลังยืนนิ่งอยู่กลางห้อง อย่างไม่สนใจที่จะสังเกตความเป็นไปโดยรอบ
ในขณะที่ศิษย์ตัวน้อยก็มีอันต้องสะดุ้งเฮือกพร้อมด้วยความตื่นตระหนกที่ปรากฏชัดอยู่บนดวงหน้างาม.... และนัยน์ตากลมโตก็มีอันต้องเบิกกว้างอย่างประหลาดใจเป็นที่สุด เมื่อจู่ๆผู้เป็นอาจารย์ก็เกิดปรากฏกายขึ้นในสถานที่ซึ่งตนคิดไม่ถึงเช่นนี้
หากก่อนที่มูจะได้เอ่ยปากถามสิ่งใด ริมฝีปากนุ่มละมุนก็ต้องเผยอค้างอย่างตกใจ เมื่อชิออนก้าวยาวๆตรงรี่เข้ามาหาอย่างไม่ปรานีปราศรัยแล้วรวบร่างของตนเข้าไปกอดแนบแน่นเสียจนหายใจไม่ออก....
ราวกับว่าหัวใจกระตุกวูบอย่างรุนแรง อึดใจที่ได้เห็นศิษย์ของตนอยู่ในสภาพที่สวมเพียงชุดยาวตัวในโดยปราศจากผ้าคลุมกาย....... ชิออนโอบกอดร่างเล็กๆไว้แนบอกพร้อมด้วยโทสะที่กำลังแล่นขึ้นมาเป็นริ้วๆ อีกทั้งยังต้องรับมือกับความกังวลที่พลันแล่นขึ้นมาจุกอกเสียจนรู้สึกทรมาน
ในขณะที่มือซึ่งกดศีรษะของมูแนบกับอกตนทั้งร้อนผ่าวและเปียกชื้นไปด้วยหยาดเหงื่อทั้งๆที่อากาศหนาวเย็นถึงเพียงนี้
ชายหนุ่มซบใบหน้าแนบเรือนผมหนานุ่มของเด็กสาวพลางกระชับอ้อมแขนแน่นขึ้นอย่างลืมตัว
พร้อมกับนึกขอบคุณสิ่งศักดิสิทธิ์ที่ดูเหมือนว่าทุกอย่างจะยังไม่สายเกินไป..... มิฉะนั้นแล้วเขาคงจะไม่สามารถให้อภัยตนเองได้เลย ในขณะที่ร่างน้อยในอ้อมแขนกลับมิได้ร้องอุทรณ์เมื่อถูกกอดรัดแน่นเสียจนแทบจะลายกลายเป็นเนื้อเดียวกัน
.......นี่เขามาทันเวลาใช่หรือไม่......
ขอเทพเจ้าทรงโปรดเถิด.....
เขาคิดว่าเสียงดังเมื่อครู่นี้จะเป็นเสียงที่ศิษย์ของตนถูกกดลงกับพื้น.... หากแต่ดูจากสภาพที่เด็กคนนี้ยังมีเสื้อผ้าเหลือติดกายแล้ว.....
....ช่างดีเหลือเกินที่มันยังมิได้สายเกินไป.....
ในชั่วขณะที่อ้อมแขนแข็งแกร่งโอบรัดรอบร่างพร้อมด้วยความอบอุ่นที่แผ่ซ่านไปทั่วกาย มูก็รู้สึกมึนชาเสียจนมิอาจจะรู้ ...ว่าตนควรจะตกใจ หวาดกลัว หรือดีใจกันแน่... ควรจะส่งเสียงกรีดร้อง ดิ้นรน หรือเงียบงัน ...ควรจะกระโดดโลดเต้น ร้องไห้ฟูมฟาย หรือว่าเป็นลมหมดสติดี
กระทั่งมิอาจแน่ใจว่าสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้านี้เป็นเพียงความฝันอันไร้สาระของตน หรือว่าความจริงอันเหลือเชื่อกัน.... เมื่อมันกระตุ้นให้อยากจะทำทุกสิ่งทุกอย่างไปพร้อมๆกัน มากเท่าๆกับที่ไม่อยากจะทำอะไรทั้งสิ้น... ทั้งปรารถนาที่จะให้ช่วงเวลานี้จบลงโดยเร็ว ไม่น้อยไปกว่าอยากจะให้มันดำเนินไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด....
“เจ้า... ปลอดภัยดีรึไม่!!
...เจ้าหนุ่มคนนั้นยังมิทันได้ลงมือข่มเหงรังแกเจ้าสินะ”
และทันทีที่คลายกังวลลงชิออนก็พลันได้สติ เมื่อกลิ่นหอมอ่อนๆจากเรือนร่างในอ้อมแขนลอยมาแตะจมูก... อุ้งมือใหญ่ก็ดันร่างน้อยที่แนบชิดออกห่างพลางสำรวจดูสารรูปของผู้เป็นศิษย์อย่างละเอียด
ในขณะที่มูยังคงมีสีหน้าประหลาดใจและงุนงงเหลือที่จะกล่าว ...หากแต่แววตาที่จ้องมองมาอย่างแสนเป็นห่วง.. หาใช่สายตาอันเฉยชาดังเช่นทุกครั้ง พร้อมด้วยสัมผัสอันร้อนผ่าวและเปียกชื้นจากฝ่ามือที่ชื้นเหงื่อซึ่งบีบรัดอยู่รอบต้นแขนทั้ง2ของตนนั้นก็พาให้น้ำแข็งในหัวใจดวงน้อยมลายหายไปสิ้น
..นี่ ...ท่าน.....
.....เป็นห่วงข้าอย่างนั้นหรือ
“เอ้อ... มันจะเป็นไปได้อย่างไร ..ในเมื่อข้าคือเซนต์แห่งอาเทน่า
ส่วนเขา ....ก็แค่มนุษย์ธรรมดาๆคนหนึ่ง”
ภายใต้ความรู้สึกเต็มตื้นท่วมท้นหัวใจ... ศิษย์ตัวน้อยตอบอย่างแผ่วเบาก่อนจะค่อยๆช้อนสายตาขึ้นสบตากับผู้เป็นอาจารย์ด้วยความไม่เข้าใจ
พริบตานั้น....
ราวกับสายฟ้าฟาดเปรี้ยงลงมากลางกระหม่อม ส่งผลให้ชิออนถึงกับชะงักไปครู่ใหญ่ในขณะที่ความคิดอ่านทั้งมวลก็ดูราวกับจะกลายเป็นอัมพาตไปชั่วขณะหนึ่ง
และทันที่ที่ตั้งสติได้ สายตาอันคมกริบซึ่งจับจ้องนิ่งอยู่แต่ใบหน้าหวานของเด็กสาวเบื้องหน้าอยู่เป็นนานสองนานก็พลันกวาดมองไปทั่วบริเวณในนาทีนั้นเอง พร้อมด้วยความรู้สึกชาวาบไปทั่วทั้งร่างเมื่อได้พบว่า
...ตนได้มองข้ามความเป็นจริงอันสำคัญที่สุดไปเสียแล้ว.....
ทั้งๆที่ควรจะรู้ทั้งรู้อยู่เต็มอกว่าศิษย์ของตนคือโกลเซนต์ผู้แข็งแกร่ง ย่อมไม่มีทางจะเสียท่าให้กับคนธรรมดาๆเช่นนี้อย่างแน่นอน
หากแต่ในทันทีที่ได้รับรู้ว่าเจ้าหนุ่มคนนี้... ....เขาก็.....
.....สวรรค์.........
นี่เขาเป็นอะไรไป.....
นัยน์ตาสีอเมทิสซึ่งกำลังฉายแววไม่อยากเชื่อในความเลินเล่อของตนเองพลันหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างสูงใหญ่ของบาลาติ ซึ่งนอนกองอยู่บนพื้นในสภาพสิ้นสติสมประดีไม่ห่างออกไปนักพร้อมด้วยรอยแตกร้าวบนพื้นหิน ซึ่งนั่นก็มากเกินพอที่จะอธิบายให้ชิออนเข้าใจถึงสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมด และก็เป็นครั้งแรก.... ที่ชิออนจำต้องลิ้มรสความผิดพลาดอย่างไม่น่าให้อภัยของตนเอง
......เพียงแค่คิดว่ามูอาจถูกเจ้าหนุ่มคนนี้รังแก ตนก็ผลุนผลันตามมาโดยที่มิทันได้คิดอะไรเลย....
ดูรึ.... ช่างพลาดพลั้งไปได้ถึงเพียงนี้
..ชิออนเอ๋ย ...คราวนี้ดูท่าว่าเจ้าคงจะแก่เกินไปแล้วจริงๆ.......
ในที่สุดมือใหญ่ทั้งคู่พลันคลายออกจากต้นแขนขาวเนียน ทิ้งรอยแดงเป็นปื้นเอาไว้ให้ดูต่างหน้าก่อนจะหมุนกายหันหลังให้กับผู้เป็นศิษย์ ในขณะที่มูเพิ่งจะหายตกใจและเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวทั้งหมดได้กลับรู้สึกราวกับจะทรงกายไม่อยู่ เมื่อความอุ่นซ่านยามเมื่อได้รับรู้ถึงความห่วงใยของท่านอาจารย์พลันฉีดพล่านอย่างรุนแรงไปทั่วเรือนร่าง
ชิออนสูดหายใจลึกพลางยืดกายขึ้นเต็มความสูงเพรียวแล้วหลับตาลงเพื่อตั้งสติ.. อีกครั้ง... ก่อนจะหันกลับมายังศิษย์ของตนพร้อมด้วยสีหน้าและแววตาอันเรียบเฉยและกลับเป็นปรกติอย่างที่สุด
“ข้ามาลองคิดดูแล้ว.... บาลาติเองก็ดูจะไม่เหมาะสมกับเจ้าเช่นเดียวกับคนที่ผ่านๆมา
ถึงแม้นว่าจะเป็นถึงบุตรชายของหัวหน้าหมู่บ้านซึ่งมีอนาคตที่ดี หากแต่กลับไร้ซึ่งการยับยั้งชั่งใจ ฉวยโอกาสเอาแม้กระทั่งกับสตรีตัวเล็กๆเช่นนี้แล้ว... ..ข้า.....”
ถึงตอนนี้น้ำเสียงอันทุ้มลึกดูจะอ่อนลง ชายหนุ่มก้มลงเก็บผ้าคลุมบ่าเนื้อเนียนนุ่มที่ตกอยู่บนพื้นก่อนจะคลี่มันออกคลุมลงบนร่างของมูพร้อมด้วยฝ่ามืออันแสนอบอุ่นที่ทาบทับอยู่บนบ่าทั้ง2ข้าง พลางจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีเขียวเข้มตรงหน้า
“.....ก็ไม่อยากจะบังคับใจเจ้าอีก...”
........................................................
ชิออนพาศิษย์ตัวน้อยออกมาจากบ้านของชายหนุ่มผู้โชคร้ายในเวลาต่อมา แต่ไม่... ก่อนที่จะปลดผ้าคลุมบ่าผืนหนาของตนออกคลุมทับให้กับมู
และท่ามกลางแสงจันทร์นวลตาและบรรยากาศแห่งความหนาวเหน็บ.... ร่างสูงสง่าของบุรุษหนุ่มในชุดประจำเผ่าเฉกเช่นชาวบ้านสามัญธรรมดาเดินนำอยู่เบื้องหน้า โดยมีร่างแบบบางในชุดยาวสีฟ้าเข้มหรูหราอันบ่งบอกถึงฐานันดรสูงส่งของสาวน้อยวัยแรกแย้มเดินตามหลัง
“เจ้าง่วงนอนหรือยัง....”
“....?....”
มูจำต้องเงยหน้าขึ้นสบตากับผู้เป็นอาจารย์อย่างงุนงงอีกครั้งหนึ่งกับคำถามอันแปลกประหลาดนั้น
“หากว่ายัง... ข้าจะพาเจ้าเดินชมทิวทัศน์ในยามราตรีเพื่อเป็นการไถ่โทษ ถึงแม้นว่าเจ้าจะไม่ได้รับอันตรายอันใดจากเรื่องที่แล้วมาก็ตาม”
พริบตานั้นดวงหน้าหวานละมุนก็ราวกับจะเปล่งประกายระยิบระยับไปด้วยความดีอกดีใจ พร้อมด้วยรอยยิ้มอันแสนหวานที่ประดับอยู่บนเรียวปากสีชมพู
“ข้ายังไม่ง่วงครับ ท่านอาจารย์”
และเป็นอีกครั้งหนึ่งที่มูต้องลืมหายใจ.....
รอยยิ้มของท่านอาจารย์ช่างอบอุ่นนักอีกทั้งยังงดงามยิ่งกว่าสิ่งใดทั้งนั้น และตนคงจะยอมแลกทุกสิ่งที่มีกับอะไรก็ตามเพื่อให้ท่านหันมายิ้มให้ตนเช่นนี้บ้างในเวลาปรกติ
..หากแต่จะมีวันนั้นหรือ.....
“ตัวมหาวิหารที่เจ้าเห็นตะคุ่มๆนั่นมีอายุที่ยืนยาวมากกว่าชั่วอายุของชิออนผู้นี้เสียอีก ด้วยเป็นสิ่งแรกซึ่งก่อกำเนิดขึ้นมาก่อนที่จะมีบ้านเรือนและสิ่งปลูกสร้างอื่นๆ นับเป็น1ในจำนวน2สิ่งที่จัดว่ามีอายุยืนยาวกว่าข้า...”
“ถ้าเช่นนั้น... อีก1 คือสิ่งใดรึครับ”
น้ำเสียงอันกระตือรือร้นของเด็กสาวเรียกรอยยิ้มน้อยๆให้ผุดขึ้นบนใบหน้าอันงดงามสลักเสลาของชายหนุ่มผู้เป็นอาจารย์ได้อย่างไม่ยากเย็นอะไรนัก
ชิออนยันท่อนแขนเข้ากับลำต้นขนาดหลายคนโอบของสนยักษ์ขนาดใหญ่ต้นหนึ่งซึ่งดูราวกับจะสูงเสียดฟ้า และทันทีที่สังเกตเห็น.. ดวงตากลมโตของสาวน้อยก็มีอันต้องเบิกกว้างอย่างตกตะลึง เมื่อแหงนหน้ามองขึ้นไปเห็นมันกางใบแผ่ร่มเงาเสียมืดครึ้มจนมิอาจจะมองเห็นท้องฟ้าเบื้องบน
“นี่อย่างไร.. อีก1ที่ว่า ....สนโบราณโวเลเมียพายน์ต้นนี้ ข้าเห็นมันมาตั้งแต่ครั้งที่ยังเป็นเพียงต้นอ่อนสูงเพียงแค่เอื้อมมือแตะถึงเมื่อเกือบๆ250ปีมาแล้ว
จากไม้น้อย ...กว่าจะเติบโตสูงใหญ่ได้ถึงเพียงนี้ต้องใช้เวลานับร้อยๆปี ..แต่ยามเมื่อถูกหักโค่นกลับใช้เวลาเพียงไม่กี่อึดใจ...... ต้นสนนี้เปรียบเสมือนมารดาของผู้คนที่นี่ ด้วยมันยืนหยัดเคียงคู่กับหมู่บ้านแห่งนี้มาหลายชั่วอายุคนแล้ว ราวกับจะทำหน้าที่คอยจับตาดูความเป็นไปของผู้คนรุ่นแล้วรุ่นเล่า ..หากแต่เจ้าอาจจะยังไม่รู้
ว่าแท้จริงแล้วระยะเวลาเพียงแค่200กว่าปีที่ล่วงผ่าน ยังนับว่าเป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆสำหรับมัน พวกเราเชื่อกันว่า.... ต้นสนนี้สามารถมีชีวิตยืนยาวได้กว่า250ล้านปีทีเดียว”
ราวกับความฝัน.... คราเมื่อได้ออกมาท่องแสงจันทร์อันแสนวิจิตรพร้อมชมความงามของถิ่นกำเนิดร่วมกับบุรุษผู้เป็นที่รัก ถึงแม้จะเป็นเวลาเพียงชั่วเสี้ยวอึดใจหากแต่มันก็จะประทับอยู่ในความทรงจำของตนไปตราบนานเท่านาน.... มิรู้ลืม
“ข้า... รู้สึกราวกับกำลังท่องเที่ยวอยู่ในเรื่องปีเตอร์แพนเลย” คำพูดซึ่งตรงไปตรงมาอย่างไร้เดียงสาของศิษย์สาวตัวน้อย ส่งผลให้ร่างสูงใหญ่ที่เดินนำหน้าต้องชะงักงันก่อนจะหันกลับมา
“ถ้าเช่นนั้น.... ข้าเอง ก็คงจะเป็น “ปีเตอร์แพน” ของเจ้าสินะ...
ว่าแต่เจ้ายังคงจำนิทานเรื่องโปรดที่มักจะอ้อนขอให้ข้าอ่านให้ฟังก่อนนอนได้กระนั้นหรือ”
“ข้าย่อมจำได้ดีเสมือนว่ามันเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานนี้ ...มิใช่เพียงเพราะว่ามันคือนิทานเรื่องโปรด หากแต่เป็นเพราะ... ช่วงเวลานั้นเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดที่ข้าเคยมี
...ก็เพราะมีท่านอยู่ข้างกาย”
คำพูดนั้นส่งผลให้ชิออนต้องนิ่งเงียบ ...เมื่อภาพของเด็กชายตัวน้อยแสนซุกซนในชุดเสื้อนอนตัวหลวมโพรกของผู้เป็นอาจารย์.. พร้อมด้วยหนังสือนิทานในมือปรากฏขึ้นในห้วงคำนึง ในขณะที่ภาพดวงหน้าหวานของสาวน้อยตรงหน้าก็กลับเลื่อนมาซ้อนทับกันได้อย่างน่าประหลาด และนั่นก็มากเกินพอที่จะทำให้ชายหนุ่มต้องรีบปัดมันทิ้งไป
“ดึกมากแล้ว กลับกันเถอะ... ข้าจะไปส่งเจ้าที่ห้อง”
“แล้ว..... จะมีโอกาสที่เราจะได้ออกมาชมจันทร์ด้วยกันเช่นนี้อีกหรือไม่ครับ ..ท่านอาจารย์”
ชิออนได้แต่ถอนหายใจพร้อมกับเม้มริมฝีปากจนเกือบจะเป็นเส้นตรงพลางเบือนหน้าหนีจากดวงตากลมโตอันแสนงดงามของศิษย์สาวตัวน้อย ก่อนจะหันหลังกลับแล้วตอบด้วยน้ำเสียงอันเเผ่วเบาเป็นอย่างยิ่ง
“....เกรงว่าคงจะไม่มี......”
-------------------------------------------------------------
To Be Con...Chapter56*0*
เอ้อ.... สรุปว่ามีเฮรึเปล่าคะเเบบนี้ - -*
ในเมื่อระหว่างที่อะไรๆก็ดูทำท่าจะไปได้ดี เเต่ท่านชิดันมาทำเสียเรื่องเอาอีตอนประโยคสุดท้ายเนี่ย.....
เเต่โดยส่วนตัวเเล้วมูนดรอปถือว่าตอนนี้มีเฮนะคะ เพราะว่าเห็นได้ชัดๆเลยว่าท่านชิน็อตหลุดไปเเล้ว1ตัว
จากการที่เคยเป็นคนเงียบขรึมเข้มงวดกับทุกสิ่งทุกอย่างอย่างท่านชิ ถึงขนาดวิ่งเข้าไปกอดชาวบ้านเค้าได้เนี่ย.... งานนี้ยกเเต้มความดีความชอบให้ท่านมูไป1คะเเนน
เเละตัวอย่างเล็กๆน้อยๆจากตอนหน้า.....
คำพูดอันไร้เดียงสานั้นส่งผลให้ผู้เฒ่าถึงกับถอนหายใจ ก่อนจะเอื้อมมือคว้าต้นแขนเล็กๆของผู้เยาว์วัยกว่าแล้วดึงเข้ามาใกล้พลางพร่ำสอนดังเช่นครั้งก่อนๆ โดยมิใส่ใจว่าสาวน้อยจะทอดถอนหายใจอย่างไร
“ก็ในเมื่อท่านชิออนน่ะเป็นบุรุษ.... ถึงแม้ว่าจะมิเคยสั่งสอนท่านในเรื่องเช่นนี้ก็มิเห็นจะแปลกอันใด หากแต่ท่านมูเองควรจะรับฟังคำของข้าเอาไว้นะคะ เพราะไม่ว่าอย่างไรก็ตามท่านชิออนก็จะต้องเป็นสามีของท่าน และ..”
“พอทีเถอะครับ!.... ข้าเบื่อที่จะฟังคำทำนายของท่านเต็มทีแล้ว เมื่อท่านอาจารย์ของข้ามิเคยมีความคิดเช่นนั้นอยู่ในหัวเลย มิหนำซ้ำท่านยังรังเกียจข้าเสียอย่างกับอะไรดี”
.....ดังนั้นข้าผู้เป็นศิษย์จึงมิควรจะทำให้ท่านต้องยิ่งลำบากใจ......
Tags: fic, fiction, mu, saint seiya, shion5 Comments
ปล.มูสู้ตายยย สั่นไหวหัวใจอจ.เข้าไปเรื่อยๆ น้ำหยดลงหินหินมันยังกร่อนได้ นับประสาอะไรกับหัวใจคน ฮิ้ววว
#1 By [๐~SeReNe~๐] on 2008-02-07 23:33