Chapter55

posted on 07 Feb 2008 14:11 by moon-drop  in Moonlight-Serenade
ดีค่า^0^



มูนดรอปว่าตอนที่54ที่ผ่านมานี้เป็นอะไรที่ทำหน้าที่ส่งต่อเรื่องราวได้ดีกว่าทุกๆตอนที่ผ่านมาเลยนะคะ เพราะว่าคนอ่านมีความเห็นเป็นเสียงเดียวกันเลยว่า... อยากจะรอลุ้นตอน55ต่อไวๆ


เเละคอมเม้นก็มาในทิศทางเดียวกันหมด คือ..... จะมีเฮรึไม่ เมื่อท่านชิลากมูเข้าไปกอดซะเเนบเเน่นออกปานนั้น


-------------------------------------------------------



Chapter55



วินาทีที่ปรากฏร่างขึ้น.... นัยน์ตาสีม่วงอเมทิสของชิออนก็จับจ้องอยู่เพียงร่างอันแบบบางภายใต้อาภรณ์สีฟ้าเข้มซึ่งเปิดเผยช่วงบ่าขาวเนียนโดยปราศจากผ้าคลุมบ่าที่กำลังยืนนิ่งอยู่กลางห้อง อย่างไม่สนใจที่จะสังเกตความเป็นไปโดยรอบ


ในขณะที่ศิษย์ตัวน้อยก็มีอันต้องสะดุ้งเฮือกพร้อมด้วยความตื่นตระหนกที่ปรากฏชัดอยู่บนดวงหน้างาม.... และนัยน์ตากลมโตก็มีอันต้องเบิกกว้างอย่างประหลาดใจเป็นที่สุด เมื่อจู่ๆผู้เป็นอาจารย์ก็เกิดปรากฏกายขึ้นในสถานที่ซึ่งตนคิดไม่ถึงเช่นนี้



หากก่อนที่มูจะได้เอ่ยปากถามสิ่งใด ริมฝีปากนุ่มละมุนก็ต้องเผยอค้างอย่างตกใจ เมื่อชิออนก้าวยาวๆตรงรี่เข้ามาหาอย่างไม่ปรานีปราศรัยแล้วรวบร่างของตนเข้าไปกอดแนบแน่นเสียจนหายใจไม่ออก....





ราวกับว่าหัวใจกระตุกวูบอย่างรุนแรง อึดใจที่ได้เห็นศิษย์ของตนอยู่ในสภาพที่สวมเพียงชุดยาวตัวในโดยปราศจากผ้าคลุมกาย....... ชิออนโอบกอดร่างเล็กๆไว้แนบอกพร้อมด้วยโทสะที่กำลังแล่นขึ้นมาเป็นริ้วๆ อีกทั้งยังต้องรับมือกับความกังวลที่พลันแล่นขึ้นมาจุกอกเสียจนรู้สึกทรมาน
ในขณะที่มือซึ่งกดศีรษะของมูแนบกับอกตนทั้งร้อนผ่าวและเปียกชื้นไปด้วยหยาดเหงื่อทั้งๆที่อากาศหนาวเย็นถึงเพียงนี้


ชายหนุ่มซบใบหน้าแนบเรือนผมหนานุ่มของเด็กสาวพลางกระชับอ้อมแขนแน่นขึ้นอย่างลืมตัว
พร้อมกับนึกขอบคุณสิ่งศักดิสิทธิ์ที่ดูเหมือนว่าทุกอย่างจะยังไม่สายเกินไป..... มิฉะนั้นแล้วเขาคงจะไม่สามารถให้อภัยตนเองได้เลย ในขณะที่ร่างน้อยในอ้อมแขนกลับมิได้ร้องอุทรณ์เมื่อถูกกอดรัดแน่นเสียจนแทบจะลายกลายเป็นเนื้อเดียวกัน





.......นี่เขามาทันเวลาใช่หรือไม่......




ขอเทพเจ้าทรงโปรดเถิด.....


เขาคิดว่าเสียงดังเมื่อครู่นี้จะเป็นเสียงที่ศิษย์ของตนถูกกดลงกับพื้น.... หากแต่ดูจากสภาพที่เด็กคนนี้ยังมีเสื้อผ้าเหลือติดกายแล้ว.....



....ช่างดีเหลือเกินที่มันยังมิได้สายเกินไป.....





ในชั่วขณะที่อ้อมแขนแข็งแกร่งโอบรัดรอบร่างพร้อมด้วยความอบอุ่นที่แผ่ซ่านไปทั่วกาย มูก็รู้สึกมึนชาเสียจนมิอาจจะรู้ ...ว่าตนควรจะตกใจ หวาดกลัว หรือดีใจกันแน่... ควรจะส่งเสียงกรีดร้อง ดิ้นรน หรือเงียบงัน ...ควรจะกระโดดโลดเต้น ร้องไห้ฟูมฟาย หรือว่าเป็นลมหมดสติดี


กระทั่งมิอาจแน่ใจว่าสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้านี้เป็นเพียงความฝันอันไร้สาระของตน หรือว่าความจริงอันเหลือเชื่อกัน.... เมื่อมันกระตุ้นให้อยากจะทำทุกสิ่งทุกอย่างไปพร้อมๆกัน มากเท่าๆกับที่ไม่อยากจะทำอะไรทั้งสิ้น... ทั้งปรารถนาที่จะให้ช่วงเวลานี้จบลงโดยเร็ว ไม่น้อยไปกว่าอยากจะให้มันดำเนินไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด....





“เจ้า... ปลอดภัยดีรึไม่!!


...เจ้าหนุ่มคนนั้นยังมิทันได้ลงมือข่มเหงรังแกเจ้าสินะ”




และทันทีที่คลายกังวลลงชิออนก็พลันได้สติ เมื่อกลิ่นหอมอ่อนๆจากเรือนร่างในอ้อมแขนลอยมาแตะจมูก... อุ้งมือใหญ่ก็ดันร่างน้อยที่แนบชิดออกห่างพลางสำรวจดูสารรูปของผู้เป็นศิษย์อย่างละเอียด


ในขณะที่มูยังคงมีสีหน้าประหลาดใจและงุนงงเหลือที่จะกล่าว ...หากแต่แววตาที่จ้องมองมาอย่างแสนเป็นห่วง.. หาใช่สายตาอันเฉยชาดังเช่นทุกครั้ง พร้อมด้วยสัมผัสอันร้อนผ่าวและเปียกชื้นจากฝ่ามือที่ชื้นเหงื่อซึ่งบีบรัดอยู่รอบต้นแขนทั้ง2ของตนนั้นก็พาให้น้ำแข็งในหัวใจดวงน้อยมลายหายไปสิ้น




..นี่ ...ท่าน.....


.....เป็นห่วงข้าอย่างนั้นหรือ






“เอ้อ... มันจะเป็นไปได้อย่างไร ..ในเมื่อข้าคือเซนต์แห่งอาเทน่า

ส่วนเขา ....ก็แค่มนุษย์ธรรมดาๆคนหนึ่ง”



ภายใต้ความรู้สึกเต็มตื้นท่วมท้นหัวใจ... ศิษย์ตัวน้อยตอบอย่างแผ่วเบาก่อนจะค่อยๆช้อนสายตาขึ้นสบตากับผู้เป็นอาจารย์ด้วยความไม่เข้าใจ







พริบตานั้น....



ราวกับสายฟ้าฟาดเปรี้ยงลงมากลางกระหม่อม ส่งผลให้ชิออนถึงกับชะงักไปครู่ใหญ่ในขณะที่ความคิดอ่านทั้งมวลก็ดูราวกับจะกลายเป็นอัมพาตไปชั่วขณะหนึ่ง


และทันที่ที่ตั้งสติได้ สายตาอันคมกริบซึ่งจับจ้องนิ่งอยู่แต่ใบหน้าหวานของเด็กสาวเบื้องหน้าอยู่เป็นนานสองนานก็พลันกวาดมองไปทั่วบริเวณในนาทีนั้นเอง พร้อมด้วยความรู้สึกชาวาบไปทั่วทั้งร่างเมื่อได้พบว่า


...ตนได้มองข้ามความเป็นจริงอันสำคัญที่สุดไปเสียแล้ว.....






ทั้งๆที่ควรจะรู้ทั้งรู้อยู่เต็มอกว่าศิษย์ของตนคือโกลเซนต์ผู้แข็งแกร่ง ย่อมไม่มีทางจะเสียท่าให้กับคนธรรมดาๆเช่นนี้อย่างแน่นอน



หากแต่ในทันทีที่ได้รับรู้ว่าเจ้าหนุ่มคนนี้... ....เขาก็.....





.....สวรรค์.........




นี่เขาเป็นอะไรไป.....






นัยน์ตาสีอเมทิสซึ่งกำลังฉายแววไม่อยากเชื่อในความเลินเล่อของตนเองพลันหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างสูงใหญ่ของบาลาติ ซึ่งนอนกองอยู่บนพื้นในสภาพสิ้นสติสมประดีไม่ห่างออกไปนักพร้อมด้วยรอยแตกร้าวบนพื้นหิน ซึ่งนั่นก็มากเกินพอที่จะอธิบายให้ชิออนเข้าใจถึงสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมด และก็เป็นครั้งแรก.... ที่ชิออนจำต้องลิ้มรสความผิดพลาดอย่างไม่น่าให้อภัยของตนเอง




......เพียงแค่คิดว่ามูอาจถูกเจ้าหนุ่มคนนี้รังแก ตนก็ผลุนผลันตามมาโดยที่มิทันได้คิดอะไรเลย....

ดูรึ.... ช่างพลาดพลั้งไปได้ถึงเพียงนี้




..ชิออนเอ๋ย ...คราวนี้ดูท่าว่าเจ้าคงจะแก่เกินไปแล้วจริงๆ.......






ในที่สุดมือใหญ่ทั้งคู่พลันคลายออกจากต้นแขนขาวเนียน ทิ้งรอยแดงเป็นปื้นเอาไว้ให้ดูต่างหน้าก่อนจะหมุนกายหันหลังให้กับผู้เป็นศิษย์ ในขณะที่มูเพิ่งจะหายตกใจและเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวทั้งหมดได้กลับรู้สึกราวกับจะทรงกายไม่อยู่ เมื่อความอุ่นซ่านยามเมื่อได้รับรู้ถึงความห่วงใยของท่านอาจารย์พลันฉีดพล่านอย่างรุนแรงไปทั่วเรือนร่าง



ชิออนสูดหายใจลึกพลางยืดกายขึ้นเต็มความสูงเพรียวแล้วหลับตาลงเพื่อตั้งสติ.. อีกครั้ง... ก่อนจะหันกลับมายังศิษย์ของตนพร้อมด้วยสีหน้าและแววตาอันเรียบเฉยและกลับเป็นปรกติอย่างที่สุด





“ข้ามาลองคิดดูแล้ว.... บาลาติเองก็ดูจะไม่เหมาะสมกับเจ้าเช่นเดียวกับคนที่ผ่านๆมา

ถึงแม้นว่าจะเป็นถึงบุตรชายของหัวหน้าหมู่บ้านซึ่งมีอนาคตที่ดี หากแต่กลับไร้ซึ่งการยับยั้งชั่งใจ ฉวยโอกาสเอาแม้กระทั่งกับสตรีตัวเล็กๆเช่นนี้แล้ว... ..ข้า.....”




ถึงตอนนี้น้ำเสียงอันทุ้มลึกดูจะอ่อนลง ชายหนุ่มก้มลงเก็บผ้าคลุมบ่าเนื้อเนียนนุ่มที่ตกอยู่บนพื้นก่อนจะคลี่มันออกคลุมลงบนร่างของมูพร้อมด้วยฝ่ามืออันแสนอบอุ่นที่ทาบทับอยู่บนบ่าทั้ง2ข้าง พลางจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีเขียวเข้มตรงหน้า




“.....ก็ไม่อยากจะบังคับใจเจ้าอีก...”






........................................................


ชิออนพาศิษย์ตัวน้อยออกมาจากบ้านของชายหนุ่มผู้โชคร้ายในเวลาต่อมา แต่ไม่... ก่อนที่จะปลดผ้าคลุมบ่าผืนหนาของตนออกคลุมทับให้กับมู


และท่ามกลางแสงจันทร์นวลตาและบรรยากาศแห่งความหนาวเหน็บ.... ร่างสูงสง่าของบุรุษหนุ่มในชุดประจำเผ่าเฉกเช่นชาวบ้านสามัญธรรมดาเดินนำอยู่เบื้องหน้า โดยมีร่างแบบบางในชุดยาวสีฟ้าเข้มหรูหราอันบ่งบอกถึงฐานันดรสูงส่งของสาวน้อยวัยแรกแย้มเดินตามหลัง







“เจ้าง่วงนอนหรือยัง....”



“....?....”


มูจำต้องเงยหน้าขึ้นสบตากับผู้เป็นอาจารย์อย่างงุนงงอีกครั้งหนึ่งกับคำถามอันแปลกประหลาดนั้น



“หากว่ายัง... ข้าจะพาเจ้าเดินชมทิวทัศน์ในยามราตรีเพื่อเป็นการไถ่โทษ ถึงแม้นว่าเจ้าจะไม่ได้รับอันตรายอันใดจากเรื่องที่แล้วมาก็ตาม”



พริบตานั้นดวงหน้าหวานละมุนก็ราวกับจะเปล่งประกายระยิบระยับไปด้วยความดีอกดีใจ พร้อมด้วยรอยยิ้มอันแสนหวานที่ประดับอยู่บนเรียวปากสีชมพู


“ข้ายังไม่ง่วงครับ ท่านอาจารย์”





และเป็นอีกครั้งหนึ่งที่มูต้องลืมหายใจ.....

รอยยิ้มของท่านอาจารย์ช่างอบอุ่นนักอีกทั้งยังงดงามยิ่งกว่าสิ่งใดทั้งนั้น และตนคงจะยอมแลกทุกสิ่งที่มีกับอะไรก็ตามเพื่อให้ท่านหันมายิ้มให้ตนเช่นนี้บ้างในเวลาปรกติ



..หากแต่จะมีวันนั้นหรือ.....





“ตัวมหาวิหารที่เจ้าเห็นตะคุ่มๆนั่นมีอายุที่ยืนยาวมากกว่าชั่วอายุของชิออนผู้นี้เสียอีก ด้วยเป็นสิ่งแรกซึ่งก่อกำเนิดขึ้นมาก่อนที่จะมีบ้านเรือนและสิ่งปลูกสร้างอื่นๆ นับเป็น1ในจำนวน2สิ่งที่จัดว่ามีอายุยืนยาวกว่าข้า...”



“ถ้าเช่นนั้น... อีก1 คือสิ่งใดรึครับ”




น้ำเสียงอันกระตือรือร้นของเด็กสาวเรียกรอยยิ้มน้อยๆให้ผุดขึ้นบนใบหน้าอันงดงามสลักเสลาของชายหนุ่มผู้เป็นอาจารย์ได้อย่างไม่ยากเย็นอะไรนัก



ชิออนยันท่อนแขนเข้ากับลำต้นขนาดหลายคนโอบของสนยักษ์ขนาดใหญ่ต้นหนึ่งซึ่งดูราวกับจะสูงเสียดฟ้า และทันทีที่สังเกตเห็น.. ดวงตากลมโตของสาวน้อยก็มีอันต้องเบิกกว้างอย่างตกตะลึง เมื่อแหงนหน้ามองขึ้นไปเห็นมันกางใบแผ่ร่มเงาเสียมืดครึ้มจนมิอาจจะมองเห็นท้องฟ้าเบื้องบน




“นี่อย่างไร.. อีก1ที่ว่า ....สนโบราณโวเลเมียพายน์ต้นนี้ ข้าเห็นมันมาตั้งแต่ครั้งที่ยังเป็นเพียงต้นอ่อนสูงเพียงแค่เอื้อมมือแตะถึงเมื่อเกือบๆ250ปีมาแล้ว


จากไม้น้อย ...กว่าจะเติบโตสูงใหญ่ได้ถึงเพียงนี้ต้องใช้เวลานับร้อยๆปี ..แต่ยามเมื่อถูกหักโค่นกลับใช้เวลาเพียงไม่กี่อึดใจ...... ต้นสนนี้เปรียบเสมือนมารดาของผู้คนที่นี่ ด้วยมันยืนหยัดเคียงคู่กับหมู่บ้านแห่งนี้มาหลายชั่วอายุคนแล้ว ราวกับจะทำหน้าที่คอยจับตาดูความเป็นไปของผู้คนรุ่นแล้วรุ่นเล่า ..หากแต่เจ้าอาจจะยังไม่รู้


ว่าแท้จริงแล้วระยะเวลาเพียงแค่200กว่าปีที่ล่วงผ่าน ยังนับว่าเป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆสำหรับมัน พวกเราเชื่อกันว่า.... ต้นสนนี้สามารถมีชีวิตยืนยาวได้กว่า250ล้านปีทีเดียว”







ราวกับความฝัน.... คราเมื่อได้ออกมาท่องแสงจันทร์อันแสนวิจิตรพร้อมชมความงามของถิ่นกำเนิดร่วมกับบุรุษผู้เป็นที่รัก ถึงแม้จะเป็นเวลาเพียงชั่วเสี้ยวอึดใจหากแต่มันก็จะประทับอยู่ในความทรงจำของตนไปตราบนานเท่านาน.... มิรู้ลืม




“ข้า... รู้สึกราวกับกำลังท่องเที่ยวอยู่ในเรื่องปีเตอร์แพนเลย” คำพูดซึ่งตรงไปตรงมาอย่างไร้เดียงสาของศิษย์สาวตัวน้อย ส่งผลให้ร่างสูงใหญ่ที่เดินนำหน้าต้องชะงักงันก่อนจะหันกลับมา





“ถ้าเช่นนั้น.... ข้าเอง ก็คงจะเป็น “ปีเตอร์แพน” ของเจ้าสินะ...

ว่าแต่เจ้ายังคงจำนิทานเรื่องโปรดที่มักจะอ้อนขอให้ข้าอ่านให้ฟังก่อนนอนได้กระนั้นหรือ”




“ข้าย่อมจำได้ดีเสมือนว่ามันเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานนี้ ...มิใช่เพียงเพราะว่ามันคือนิทานเรื่องโปรด หากแต่เป็นเพราะ... ช่วงเวลานั้นเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดที่ข้าเคยมี

...ก็เพราะมีท่านอยู่ข้างกาย”





คำพูดนั้นส่งผลให้ชิออนต้องนิ่งเงียบ ...เมื่อภาพของเด็กชายตัวน้อยแสนซุกซนในชุดเสื้อนอนตัวหลวมโพรกของผู้เป็นอาจารย์.. พร้อมด้วยหนังสือนิทานในมือปรากฏขึ้นในห้วงคำนึง ในขณะที่ภาพดวงหน้าหวานของสาวน้อยตรงหน้าก็กลับเลื่อนมาซ้อนทับกันได้อย่างน่าประหลาด และนั่นก็มากเกินพอที่จะทำให้ชายหนุ่มต้องรีบปัดมันทิ้งไป



“ดึกมากแล้ว กลับกันเถอะ... ข้าจะไปส่งเจ้าที่ห้อง”



“แล้ว..... จะมีโอกาสที่เราจะได้ออกมาชมจันทร์ด้วยกันเช่นนี้อีกหรือไม่ครับ ..ท่านอาจารย์”



ชิออนได้แต่ถอนหายใจพร้อมกับเม้มริมฝีปากจนเกือบจะเป็นเส้นตรงพลางเบือนหน้าหนีจากดวงตากลมโตอันแสนงดงามของศิษย์สาวตัวน้อย ก่อนจะหันหลังกลับแล้วตอบด้วยน้ำเสียงอันเเผ่วเบาเป็นอย่างยิ่ง




“....เกรงว่าคงจะไม่มี......”

-------------------------------------------------------------
To Be Con...Chapter56*0*




เอ้อ.... สรุปว่ามีเฮรึเปล่าคะเเบบนี้ - -*


ในเมื่อระหว่างที่อะไรๆก็ดูทำท่าจะไปได้ดี เเต่ท่านชิดันมาทำเสียเรื่องเอาอีตอนประโยคสุดท้ายเนี่ย.....




เเต่โดยส่วนตัวเเล้วมูนดรอปถือว่าตอนนี้มีเฮนะคะ เพราะว่าเห็นได้ชัดๆเลยว่าท่านชิน็อตหลุดไปเเล้ว1ตัว

จากการที่เคยเป็นคนเงียบขรึมเข้มงวดกับทุกสิ่งทุกอย่างอย่างท่านชิ ถึงขนาดวิ่งเข้าไปกอดชาวบ้านเค้าได้เนี่ย.... งานนี้ยกเเต้มความดีความชอบให้ท่านมูไป1คะเเนน




เเละตัวอย่างเล็กๆน้อยๆจากตอนหน้า.....








คำพูดอันไร้เดียงสานั้นส่งผลให้ผู้เฒ่าถึงกับถอนหายใจ ก่อนจะเอื้อมมือคว้าต้นแขนเล็กๆของผู้เยาว์วัยกว่าแล้วดึงเข้ามาใกล้พลางพร่ำสอนดังเช่นครั้งก่อนๆ โดยมิใส่ใจว่าสาวน้อยจะทอดถอนหายใจอย่างไร



“ก็ในเมื่อท่านชิออนน่ะเป็นบุรุษ.... ถึงแม้ว่าจะมิเคยสั่งสอนท่านในเรื่องเช่นนี้ก็มิเห็นจะแปลกอันใด หากแต่ท่านมูเองควรจะรับฟังคำของข้าเอาไว้นะคะ เพราะไม่ว่าอย่างไรก็ตามท่านชิออนก็จะต้องเป็นสามีของท่าน และ..”


“พอทีเถอะครับ!.... ข้าเบื่อที่จะฟังคำทำนายของท่านเต็มทีแล้ว เมื่อท่านอาจารย์ของข้ามิเคยมีความคิดเช่นนั้นอยู่ในหัวเลย มิหนำซ้ำท่านยังรังเกียจข้าเสียอย่างกับอะไรดี”




.....ดังนั้นข้าผู้เป็นศิษย์จึงมิควรจะทำให้ท่านต้องยิ่งลำบากใจ......

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

โอะโอ เพิ่งอัพเลยรึคะ กี๊ดดดดด อ๊ายยย ท่านชิน็อตหลุดอย่างแรงจริงๆ ด้วย แต่หื้ออ แอบเคืองประโยคสุดท้าย พอสมองมาก่อนหัวใจล่ะก็ปล่อยคำพูดทำร้ายจิตใจมาอีกตามเคย ชิชะ

ปล.มูสู้ตายยย สั่นไหวหัวใจอจ.เข้าไปเรื่อยๆ น้ำหยดลงหินหินมันยังกร่อนได้ นับประสาอะไรกับหัวใจคน ฮิ้ววว

#1 By [๐~SeReNe~๐] on 2008-02-07 23:33

สวัสดีค่ะพี่แนน

ต้องขอโทษที่แป้งหายไปนานมากถึงมากที่สุด เหตุผลก็ทราบกันดีเนอะ เสาร์นี้แป้งก็ลงพื้นที่แล้วล่ะค่ะ กลับมาอีกทีก็วาเลนไทน์พอดี แต่ก็ยังยุ่งกับวิจัยจนกว่าจะพ้นช่วงกลางมีนานั่นแหล่ะจึงจะพอพักหายใจได้

ขอเริ่มตามเมนต์พี่ตั้งแต่ตอนที่ 52-55 รวดเดียวเลยนะคะ ทิ้งท้ายก่อนจาก

สำหรับสาวน้อยไซร่า ไม่รู้จะสงสารหรือสังเวชใจแทนดีนะ คนทีหลงรักเมื่อแรกพบก็ไม่สมหวัง แถมคนที่ถูกกำหนดให้เป็นคู่แต่งงานก็ดันมากลายเป็นหญิงซะนี่ แล้วที่เป็นการที่ทำให้เธอรู้สึกเสียหน้าหรือเสีย self มากที่สุดคงไม่พ้น การอิจฉาปนริษยาท่านมู ที่เคยเป็นชายพอเป็นหญิงก็ยังงดงามมากว่าหญิงแท้ๆอย่างเธอเสียอีก
จุดนี้ทำให้รู้สึกว่าเธอยังเป็นเด็กไร้เดียงสามากกว่ามูเยอะ หลงใหลชายหนุ่มรูปงามเมื่อแรกเจอ หรือแม้แต่อิจฉาคนที่เป็นศัตรูหัวใจก็ตาม

แต่เมื่อได้เห็นความสัมพันธ์ของคนทั้งสองก็อดรู้สึกสงสารและเห็นใจมูไม่ได้ ดูจากที่เธอคิดที่ว่า แม้ตัวห่างกันแต่มั่นในรัก คงจะยังดีกว่าใกล้ชิดกันแต่ใจเหินห่าง >> ตรงนี้ได้ใจมากพี่ ซึ้งดีๆ

มูเองก็แอบดื้อเงียบได้เก่งนะ จะเรียกว่าดื้อก็ไม่เชิงแต่ประมาณว่าประชดชีวิตซะมากกว่า เมื่อรู้ว่าไม่มีหวังจากท่านชิแน่แล้วก็หมดอาลัยตายอยาก อยู่แบบซังกะตายไปวันๆ อย่างตอนที่สาวใช้กำลังแต่งตัวให้สวยๆก็ไม่สนใจ (แต่จากนิสัยก็คงไม่ค่อยชอบอะไรเรื่องมากอยู่แล้วล่ะนะ ยิ่งตอนนี้กำลังอยู่ในโหมดเซ็งๆ เลยยิ่งรำคาญไปใหญ่ )พยายามหาคู่ตามใจคนที่รักที่ต้องการให้พบไปงั้นๆ ซึ่งดูจากการกระทำที่ผ่านมาก็เห็นกันโต้งๆ เริ่มจากคนแรก ไม่รู้หรอกนะว่าไปรู้จักกันอีท่าไหน แต่เปรียบได้ดั่งดอกฟ้ากับหมาวัดเลย ก็ไม่สมกันดังที่ท่านชิคิดและแอบสั่งมูให้เลิกคบกับตานั่นจริงๆล่ะ

(มูก็เย็นชาและเชือดเฉือนจิตใจคนกันได้ลงคอ ทั้งที่อีกฝ่ายไม่รู้อิโหน่อิเหน่อะไร กลับถูกตัดเยื่อไยกันง่ายชะมัด แอบสงสารแทนเหมือนกันนะ เห็นคนเป็นสิ่งของหรือหัวผักตัวปลากันแล้วล่ะมั้ง)

จนแล้วจนรอดก็ผ่านมาคนที่ 5 ซึ่งตอนนี้ ตัวมูเอง แม้จะได้รับเชิญจากบาลาติว่าเป็นการพบกันสองต่อสอง ตอนแรกที่อ่านไม่รู้ว่ามูจะเอะใจหรือเปล่าว่ามันมีความหมายอื่นมากกว่านั้นถึงได้ตอบรับคำเชิญไป (แต่ตอนหลังจากที่อ่านๆมาคิดว่ามูคงรู้แล้วล่ะ )ด้านท่านชิ จากการช่างเลือกของท่านชิที่คอย screen คนที่ดีให้เหมาะสมกับมูนั้น จะมีใครเริ่มสังเกตเหมือนแป้งหรือเปล่าไม่รู้นะ คือ 4คนแรกที่เข้าหามูน่ะ มันคงห่วยแตกสุดที่ท่านชิจะทนไหวจริงๆน่ะแหล่ะ จุดนี้ แป้งยังมองว่าท่านชิคอยจับตาดูด้วยความรู้สึกแบบ "ผู้เป็นพ่อหรือผู้ปกครองเด็ก" มากกว่านะ จนมาคนที่ 5- บาลาตินี่แหล่ะ ที่จุดยืนของท่านชิมันเริ่มเขวแล้ว จะด้วยความห่วง หรือ หวง กันแน่ไม่รู้ที่ทำให้น็อตหลุดอย่างที่พี่แนนพูดไว้ก็ไม่ทราบนี่สิ

อ่านแล้วจับได้ลางๆว่า ที่คอยกันคนนู้นคนนี้ทีจากชายอื่น อีกทั้งความเป็นห่วงที่มากเกินพอดีของเคียวโกต่อโกลด์เซนต์คนนึงนั้น มันเริ่มเข้าข่ายความหวงเชิงชู้สาวที่เกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัวของท่านชิแล้วนะ (อันนี้แป้งรู้คำตอบแล้วล่ะ แต่ไม่ขอพูดตรงนี้ละกัน) แต่ถึงยังไง ก็นับว่าเป็นสัญญาณอันดีที่ได้สีแดงที่ผูกไว้ที่นิ้วของท่านสองเริ่มถักทออีกครั้ง แม้ว่าท่านชิก็ยังคงหลอกตัวเองและมูอยู่วันยังค่ำ ยิ่งตอกย้ำให้ประกายไฟแห่งความหวังในใจของมูที่เคยมอดไปแล้วติดประกายอีกครั้งก็ตามที

คิดๆดู มูน่ะรู้ใจตัวเองดีและไม่คิดจะปิดบังความรู้สึกของตัวเองอีกต่อไป แต่ท่านชินี่ล่ะตัวปัญหา เพราะจากที่เฮียแกมีสามัญสำนึกดีงามสูงส่งกว่าคนธรรมดามากเกินเหตุ ยึดติดกับสิ่งจำพวกกฎเกณฑ์นามธรรมหลายด้านมากเกินไปจนหลากความคิดเกี่ยวกับตัวมูเริ่มเรรวนไปหมดแล้ว มัวแต่คิดว่ามูเป็นศิษย์ที่เลี้ยงมากับมือ เป็นเหมือนบุตรของตน การมีสัมพันธ์แบบนั้นเป็นสิ่งไม่ถูกต้อง

แต่ชิออนเอ๋ย นายจะเอะใจสักนิดได้ไหมว่าใจของนายที่ไม่เคยหวั่นหรือสั่นคลอนต่อสตรีใดมานานนับสองร้อยกว่าปีตามที่เคยพูดกับโดโกไว้น่ะ มันเริ่มจะออกอาการกับสตรีใกล้ตัวคนนี้แล้วนะ แถมเป็นกับสตรีที่อายุห่างกันมากกว่าสองร้อยปีและเป็นถึงศิษย์ของตนเสียด้วย แม้จะพยายามหนีไปให้ไกลจากเด็กคนนี้มากแค่ไหน แต่ด้วยชะตาฟ้าลิขิตตามคำทำนายนายก็หนีไม่พ้นหรอก ทำไมไม่ลองนึกถึงคำที่อาเธน่าทิ้งท้ายให้ตอนนั้นดูบ้างนะ จะได้ไมต้องมานั่งทุกข์ใจแบบนี้ไง

แต่ใจจริงจะว่าท่านชิเองก็ไม่ถูก ที่ท่านชิพยายามจะหนีความจริงนั้น ลองมองอีกแง่หนึ่งอาจเพราะมูนั้นไร้เดียงสาและบริสุทธิ์เกินไปก็ได้ ความรักในความรู้สึกของมู ขอแค่ได้อยู่ใกล้กับคนที่รักแม้ไม่ต้องการการสนองตอบก้เพียงพอแล้ว โดยที่มูอาจไม่เคยมองการณ์ไกลต่อไปอีกหน่อยเลยว่าหากความรักมันเพาะบ่มไปแล้ว จะมีอะไรเกิดขึ้นต่อ เพราะชายหญิงที่รักกัน มันคงไม่จบกันแค่ที่ความรู้สึกทางใจที่มีต่อกันหรอกนะ ตรงนี้ล่ะมั้งที่ท่านชิกลัวที่สุดหรือเปล่า เพราะความรักของผู้ชายนั้น มันไม่เหมือนกับผู้หญิงแน่ๆล่ะ (เรื่องนี้ไม่ขอพูดต่อละกัน โดยเฉพาะกับพี่แนน เรารู้ๆกันอยู่นะ)

แต่จากที่อ่านตัวอย่างตอนต่อไปแล้วชักจะหวั่นๆแล้วสิว่ายายมิเดียมีแผนการแม่สื่อกระตุ้นท่านชิกับมูยังไงบ้าง หวังว่าคงไม่พิเรนทร์จนเกินที่ท่านชิจะรับไหวหรอกนะ หึๆๆ งานนี้คนอ่านคงต้องลุ้นต่อเอาเองว่าคนเขียนจะปล่อยให้ออกมาอีท่าไหน

ระหว่างที่แป้งออกต่างจังหวัด หากใช้ wireless จาก notebook ได้จะพยายามตามอ่านฟิคพี่ต่อไปนะคะ

อ้อ ลืมบอกอีกเรื่อง ตอนนี้ PDA แป้งมีปัญหาทำให้เบอร์มือถือเพื่อนๆรวมถึงของพี่แนนหายไปหมดเลย ถ้าไงไว้แป้งขอเบอร์มือถือพี่อีกครั้งตอนออนเอ็มกันนะคะ

#2 By Lavenya on 2008-02-08 04:09

แอบกรี้ด(เอาอีกแล้ว- -")

คราวนี้ขอบอกว่า ท่านชิหลุดมาด!!!

ชอบๆ ตอนนี้มีหวานเล็กๆ

อ๊ากกกกเหมือนไหลมันจะมีเลิฟซีนแบบจะๆเต็มๆตาบ้าง

แบบนี้อ่านแล้วมดขึ้นน้ำตาลเรียกพ่อน้ำผึ้งเรียกพี่อ่ะ!!cry double wink cry

#3 By เฟร์ (117.47.201.120) on 2008-02-10 15:44

ท่านชิ!!!จะกรี๊ด จะวีด จะว๊าย (ไปซะล่ะ)

ม่ายท่านชิของเรายังไม่แก่หรอก แค่เพิ่งเป็นหนุ่มเอง
แห่มความรักนี่ก็ทำให้คนเราอายุน้อยลงได้เน้อ...

ท่านชิ: ปากดีนักนะ สตาร์ดัสเรเวอร์รูชั่น!!!

ริน: วิ่งไปคว้าไออาคอสมาบัง...

ไออาคอส: แง้...เค้าจาฟ้องมีนอสง่า แง้...

ว่าแล้วแคะของเราก็จากปาย...

แต่ถึงยังไงเราอาจรู้สึกถึงสีหน้าแดงๆหวานๆของท่านชิและมูไปแล้ว . . . เอ้า ทุกคนดีจายม๊าย

...เงียบ...เพราะมาเม้นที่หลังเขา

อ่านะ ก็ดีจายที่ได้เห็นคนหลุดมา 1 รึ 2 นะ.. พี่มูนขาขอหนีไปตอนต่อไปเพราะ...

มีนอส: แกเองหรอก กิตันกิ เฟเทอร์แฟล็บ

ริน: ..ใส่เกียร์บ๊อกๆแล้วปายตอนต่อปาย

#4 By กระต่ายสีดำ on 2008-02-21 19:51

โว้ว! ดีจายค่า.....

แบบนี้ก็พอจะเฮเล็กๆได้ค่ะ แต่ขัดใจอยู่หน่อยเดียว...หน่อยเดียวจริงๆ

มูเอ๊ย ท่านชิอุตส่าห์ลืมตัวกอดแล้วเชียว กอดตอบเลยสิค้า โธ่! โอกาสทองใช่จะมีง่ายๆ

ชอบตอนนี้นะคะ กับบรรยากาศอุ่นๆที่มีคนแค่ 2 คน

จะเตรียมน้ำมันกันสนิม กระดาษทราย ผ้าขี้ริ้ว ไว้ น๊อตของท่านชิที่หลวมอยู่แล้วจะได้ไม่สนิมขึ้นจนแน่นอีก

#5 By เจส (161.200.255.162) on 2008-02-26 09:37