Chapter63
posted on 12 Apr 2008 16:51 by moon-drop in Moonlight-Serenade
ดีค่า^ ^
สืบเนื่องจากตอนก่อนๆที่ทั้งท่านชิออนเเละมูต้องกอดกันกลมดิ๊กเพราะไม่มีผ้าห่ม - -* ท่ามกลางบรรยากาศมืดสลัวๆอันเเสนเป็นใจ (เเต่เเล้วก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น จนคนอ่านชักจะเริ่มสงสัย.
.. หรือว่าท่านชิจะหมดไฟเสียเเล้ว)
ที่จริงมูนดรอปเพียงเเต่อยากจะให้เห็นภาพว่าท่านชิพยายามควบคุมตัวเองมากเพียงไร ในขณะที่ได้รับรู้ว่า "ฤดูใบไม้ผลิของเรามาถึงเเล้วนะ" ถึงเเม้จะมาช้าไป200กว่าปี เเต่มันก็มาเเล้ว - -*
เหอๆ... มูนชักเลอะเลอะใหญ่เเร้ววว เอาเป็นว่าเรามาติดตามตอนต่อไปเลยดีกว่าค่ะ ก่อนที่จะเข้ารกเข้าพงมากไปกว่านี้
---------------------------------------------
Chapter63
ถึงแม้จะไม่ชอบใจนัก หากตนก็มิอาจปฏิเสธได้ว่า ....ทั้งบุรุษและสตรีผู้มาจากโลกภายนอกคู่นั้นมีความสำคัญในระดับที่สามารถจะชี้เป็นชี้ตายให้กับเผ่าพันธุ์ได้เลยทีเดียว และการที่ตนนิ่งเงียบอยู่เช่นนี้จะดีแล้วหรือ... ทั้งๆที่ท่านมูก็กำลังบาดเจ็บและกำลังต้องการการเยียวยาอย่างเร่งด่วน
คงจะทั้งหนาวและหิวโหยอยู่สินะ.....
...ทว่าก็ช่างน่าริษยานักที่ได้อยู่ในอ้อมแขนอันแข็งแกร่งของท่านผู้นั้น
.....ข้าอยู่กับท่านอาจารย์มาปีนี้เป็นปีที่17แล้ว ....จึงมิใช่เรื่องแปลกอะไรที่ในสายตาของข้าจะมีเพียงท่าน แต่..... ช่างมันเถิด
ในเมื่อท่านมิเคยคิดที่จะมองข้าเลย ข้าก็มิอยากจะเอ่ยถึงมันอีกแล้ว...........
เด็กสาวย่นจมูกอย่างชิงชังเมื่อนึกถึงคำที่มูเคยพูดกับตนในครั้งแรกที่ได้พบกัน
....ฮึ...
หากว่าเป็นข้า ..ไซร่า....... ต่อให้ท่านผู้นั้นมิยอมสนใจใยดีข้าก็จะทำทุกวิถีทางเพื่อให้ท่านหันกลับมามองให้ได้สักวันหนึ่งแม้ว่าจะต้องเอาร่างกายเข้าแลกก็ตาม ...หากข้าก็รู้ตัวดีว่าตัวเองไม่มีหวัง..... ด้วยชะตาฟ้าลิขิตและบุญคุณอันหนักหนาสาหัสของแผ่นดินเกิดที่มีต่อพวกเราทุกคนทำให้ข้าต้อง....
..จำต้องยอมหลีกทางให้แก่ท่าน
แล้วดูสิว่าท่านทำอะไร..
ท่านมู! ท่านดูแคลนความตั้งใจของข้าคนเดียวยังไม่พอ หากแต่ยังไม่เห็นใจ ไม่เห็นถึงความหวังของประชาชนด้วย!!...
ไซร่าหยุดยืนมองดูความโกลาหลรอบๆกายพร้อมด้วยความรู้สึกอัดอั้นตันใจ เมื่อรู้ทั้งรู้ว่าตนไม่ควรจะนิ่งเฉยอยู่ภายใต้สถานการณ์ตึงเครียดที่ทุกคนกำลังตั้งหน้าตั้งตาค้นหาบุคคลทั้ง2อย่างเอาเป็นเอาตายชนิดแทบจะพลิกแผ่นดินเช่นนี้ ทว่า...
ส่วนลึกในใจก็ยังปรารถนาที่จะได้เห็นมูลิ้มรสความทุกข์ทรมานเป็นการตอบแทน ....ค่าที่ไม่เห็นความสำคัญของประชาชนผู้ภัคดีที่คาดหวังจะได้เห็นความรุ่งเรืองของเผ่าพันธุ์จากผู้สืบสายโลหิตอันสูงส่งเพียงหนึ่งเดียว และเป็นค่าตอบแทนที่ตนต้องยอมถอยห่างจากท่านผู้นั้น ในขณะที่คนซึ่งคู่ควรกว่ากลับไม่พยายามทำอะไรเลย....
..เมื่อมีรักแล้วใยจึงไม่ไขว่คว้ามาไว้ในมือ....
หากว่าท่านมิใช่ท่านมู ผู้ซึ่งเป็นถึงราชนิกุลเพียงหนึ่งเดียวที่เหลืออยู่ของเราแล้วล่ะก็ ...รู้ไว้เถิดว่าข้าจะไม่มีวันยอมเปิดทางให้ท่านแต่โดยดีเช่นนี้หรอก
ร่างน้อยทรุดกายลงนั่งบนโขดหินก่อนจะทอดสายตาไปยังตัววิหารใหญ่ ที่ซึ่งเชื่อมต่อกับเขตหวงห้ามด้านหลัง ที่มิเคยมีผู้ใดบ้าบิ่นพอที่จะคิดเข้าไปหากไม่มีเหตุจำเป็นพร้อมกับกัดริมฝีปากแน่นคราเมื่อนึกถึงเรื่องที่ตนได้พบเจอในวันนั้น.... วันที่ตนและท่านผู้นั้นได้พูดจาโต้ตอบกันอย่างจริงๆจังๆเป็นครั้งแรก วันนั้น.... วันที่ตนได้ตระหนักถึงตัวตนอันแสนร้ายกาจ เย็นชา และได้รู้ซึ้งถึงความลำบากใจที่ท่านมูกำลังแบกรับอยู่
แต่อย่างไรก็ตาม.... ไซร่าก็มิอาจทนนิ่งดูดายได้ ถึงแม้จะน่าเจ็บใจนักแต่ทั้ง2คนนั้นก็จะต้องได้รับการช่วยเหลือให้ปลอดภัย และแม้ว่าเวลาจะล่วงผ่านมาเกือบ2วันแล้ว หากภาพบาดตาบาดใจของหนุ่มสาวคู่นั้นก็ยังคงฝังแน่นอยู่ในความทรงจำ และไม่ว่าตนจะพยายามสักเพียงใดก็มิอาจสลัดมันออกไปจากใจได้....
ดูประหนึ่งคู่รักที่กำลังอิงแอบแนบชิดกัน เมื่อท่อนแขนแข็งแกร่งกำยำทั้ง2ข้างของท่านผู้นั้นโอบรัดรอบร่างงามพร้อมกับชันเข่าขึ้นข้างหนึ่งเพื่อรองรับน้ำหนัก.... เห็นได้ชัดว่าท่านชิออนยอมเสียสละทุกสิ่งทุกอย่างของตนเพื่อศิษย์เพียงคนเดียวมากเพียงไร เมื่อร่างกายท่อนบนที่เปลือยเปล่าของท่านซึ่งนั่งเอนหลังพิงผนังหินเริ่มจะเปลี่ยนเป็นสีขาวซีดๆที่มองเห็นได้ชัดแม้จะอยู่ในที่มืด ในขณะที่เสื้อของท่านกลับสวมใส่อยู่บนร่างของท่านมู
ท่านกำลังแนบใบหน้าเข้ากับเรือนผมนุ่มที่ปล่อยยาวสยายด้วยกิริยาท่าทีที่ราวกับห่วงหาอาวรณ์อีกฝ่ายมากเหลือเกิน และในนาทีนั้นตนก็รู้สึกอยู่ลึกๆว่า... ไม่ว่าจะมองอย่างไรทั้งคู่ก็ดูจะห่างไกลจากคำว่าศิษย์อาจารย์ยิ่งนัก ในขณะที่ท่านมูกลับต้องเสียน้ำตาเพราะรักที่ไม่สมหวัง
หรือว่าที่แท้.......
ทว่าไซร่ามิได้มีโอกาสเฝ้ามองผู้ที่ตนหลงใหลมากมายนัก เมื่อชิออนรู้สึกตัวว่าถูกแอบมองเพียงอึดใจต่อมา ใบหน้างามประหนึ่งเทพบุตรก็พลันแหงนเงยขึ้นสบตาในวินาทีนั้นเอง
“..เจ้า... ชื่อ ไซร่าสินะ”
น้ำเสียงอันทุ้มลึกเอ่ยถามขึ้นอย่างชัดถ้อยชัดคำพร้อมด้วยนัยน์ตาซึ่งเป็นประกายวาววับคู่นั้นจ้องมองฝ่าความมืดขึ้นมา
ด้วยความตกใจ.. ไซร่ากระถดกายถอยหลังไปนิดหนึ่งก่อนจะต้องสะดุ้งน้อยๆเมื่อชิออนร้องเรียกด้วยเสียงที่ดังกว่าเดิม ร่างงามหยุดกึกก่อนจะตั้งสติได้แล้วจึงค่อยๆชะโงกตัวมองลงไปยังคุกมืดเบื้องล่างอีกครั้ง และหากว่าเด็กสาวได้เห็นแววตาคู่นั้นอย่างถนัดชัดเจน.. ก็คงไม่พลาดที่จะได้เห็นถึงความฉงนสนเท่ห์ระคนโล่งใจที่ปรากฏชัดอยู่ในดวงตาของชายหนุ่ม
“อย่าเข้ามาใกล้ปากหลุม!!.. เจ้าอาจจะได้รับอันตราย!”ชิออนร้องเตือนเสียงดังลั่นก่อนจะก้มลงมองดูดวงหน้าที่หลับตาพริ้มอยู่ในอ้อมแขน แล้วจึงแหงนหน้ามองกลับขึ้นไปข้างบน
“ดีเหลือเกินที่ในที่สุดก็มีคนมาพบเข้าจนได้! ...เร็วเข้า รีบไปตามดีกิมาที่นี่
มีเพียงดีกิผู้เดียวเท่านั้นที่สามารถ..”
“คือข้า ..เอ่อ... ..ข้ายังมิได้บอกเสียหน่อยว่าจะช่วยท่าน”
ชิออนต้องตกตะลึงพรึงเพริดด้วยนึกไม่ถึงว่าจะต้องเจอเข้ากับปฏิกิริยาเช่นนี้จากสาวน้อยผู้เป็นความหวังเดียวของตน ชายหนุ่มเพ่งมองใบหน้าเล็กจิ๋วที่อยู่ไกลเสียจนเห็นเป็นเงาดำๆซึ่งกำลังชะโงกหน้าลงมาจากปากทางเบื้องบนอย่างงุนงงสงสัย ...กระนั้นใบหน้าคมคายก็ยังคงเรียบเฉย ในขณะที่ริมฝีปากกลับเม้มจนเป็นเส้นตรง
“แต่ถ้าหากว่าท่านจะยอมตอบคำถามข้าในบางเรื่อง...”
“แม่หนูน้อย.... นี่มิใช่เวลามาเล่นเกม20คำถามของเด็กๆนะ
พวกข้าติดอยู่ในนี้มาเกือบ2วันแล้ว และมูเองก็กำลังบาดเจ็บจากกับดักมนตราในคุกมืดแห่งนี้
เป็นเด็กดีทำตัวว่าง่ายๆแล้วไปตามผู้ใหญ่มาจะดีกว่านะไซร่า”
“ข้าไม่ใช่เด็กนะ! ...ข้ากำลังจะอายุ15แล้ว และก็โตพอที่จะแต่งงานได้แล้วด้วย!!”
และก็เป็นอีกครั้งที่ชิออนจำต้องนิ่งงันพร้อมด้วยความลำบากใจที่กำลังก่อตัวขึ้นช้าๆ เมื่อเด็กสาวขี้อายที่ตนเคยพบในตอนแรกกลับกลายเป็นสาวน้อยจอมดื้อดึงช่างเอาแต่ใจไปเสียแล้ว ชายหนุ่มคลายวงแขนออกช้าๆก่อนจะประคองร่างมูให้นอนราบลงกับพื้นแล้วลุกขึ้นยืนพลางเท้าสะเอว ในขณะที่ดวงตาสีอเมทิสจับจ้องนิ่งอยู่ที่เงาดำๆของไซร่าพลางถอนหายใจ
“เอาละ.. ข้าจะยอมเล่นตามน้ำไปกับเจ้าก่อนก็ได้
แล้วยังไงล่ะ... เจ้าต้องการจะถามอะไรจากข้า”
“....ท่านรักศิษย์ของท่านรึเปล่าคะ.. ข้าหมายถึงอย่างคนรักน่ะ”
อย่างไม่คาดคิด.... คำถามอันเร็วปรื๋อจากปากสาวน้อยพาให้ชิออนต้องกุมขมับพลางเกาศีรษะแกรกๆพร้อมทั้งนึกขอบใจความมืดมิดที่ห้อมล้อมอยู่โดยรอบ ที่ทำให้เด็กคนนั้นมิอาจจะเห็นสีหน้าของตนได้
.....เด็กคนนี้เกิดไปเห็นอะไรเข้าหรือไร จึงได้ตั้งคำถามแปลกๆเช่นนี้....
ชายหนุ่มหลับตาลงพร้อมกับสูดหายใจลึก... ถ้าเช่นนั้นการตัดไฟเสียแต่ต้นลมคงจะเป็นหนทางที่ดีที่สุดแล้วในเวลานี้ .....ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ศิษย์ของเขาจะไม่มีวันได้รับรู้ถึงความรู้สึกที่แท้จริงของเขาอย่างเด็ดขาด ไม่ว่าจากปากของผู้ใดก็ตาม
ชายหนุ่มหัวเราะเบาๆในลำคอประหนึ่งว่าขบขันเสียเต็มประดา ในขณะเดียวกันก็ประสานสายตาเข้ากับเด็กสาวอย่างไม่สะทกสะท้านก่อนจะตอบโต้ด้วยน้ำเสียงอันทุ้มลึกดังกังวาน
“คิดว่าเรื่องอะไรเสียอีก.... ข้าคิดว่าเจ้าคงจะถูกกระแสเรียกร้องของคนในหมู่บ้านที่ต้องการจะเห็นข้าหมั้นหมายกับมูครอบงำเข้าให้เต็มๆแล้วล่ะนะไซร่า
เด็กคนนี้น่ะข้าเลี้ยงดูมาตั้งแต่ยังแบเบาะจวบจนเติบใหญ่ที่ไหนจะมีความรู้สึกฉันท์ชู้สาวได้ ควรแล้วหรือที่เจ้าจะคิดสงสัยในความรักของข้า ...นี่.. แม่หนูน้อย ในฐานะที่เจ้าหาญกล้ามาตั้งคำถามเช่นนี้กับข้า ข้าก็จะบอกอะไรให้อย่างหนึ่งนะ
อารีเอส ชิออนผู้นี้น่ะ ปีนี้ก็อายุปาเข้าไป258ปีแล้ว ...ข้าใช้ชีวิตมายาวนานเกินกว่าที่เจ้าจะเคยคิดฝันถึง ได้เห็นโลกเห็นผู้คนมามากมายเกินกว่าที่เจ้าจะจินตนาการได้ ข้าเคยผ่านสาวๆสวยๆมานักต่อนักแล้วตั้งแต่ปู่ของปู่เจ้ายังหัดคลานอยู่เลย.... และกับเด็กสาวธรรมดาๆอย่างเจ้ากับมูน่ะ ไม่เพียงพอที่จะทำให้ข้าเกิดความสนใจได้หรอก
จงรู้ไว้เถิด... ว่าถึงแม้เจ้าจะไม่ช่วยข้ากับมู แต่หากถึงคราวจำเป็น.. เซนต์อย่างเราก็สามารถก่อสงครามต่อเนื่องกันได้นับพันวันโดยมิต้องดื่มกินหรือนอนหลับพักผ่อน ดังนั้นอย่าคิดนะว่าพวกข้าจะต้องง้อเจ้า”
................................................
เสียงรองเท้าที่กระทบพื้นดินอย่างแรงก่อนจะค่อยๆเบาลงแล้วจางหายไปมิได้ทำให้ชิออนร้อนใจมากไปกว่าที่เป็นอยู่ ถึงแม้จะตระหนักได้ว่าคำพูดของตนส่งผลให้ไซร่าตกใจจนวิ่งหนีไปเสียแล้ว ..และความช่วยเหลือจากนางก็พลอยหลุดลอยหายไปพร้อมกับเสียงฝีเท้าที่ห่างออกไปเรื่อยๆแต่ก็ช่างมันเถิด.. ในเมื่อเวลานี้ตนมีสิ่งซึ่งสำคัญยิ่งกว่า ที่จะต้องรักษาไว้
.....เด็กหนอเด็ก ทั้งๆที่ยังมิทันสาวสะพรั่งเลยแท้ๆ ช่างแก่แดดแก่ลมเสียจริง.........
..อิสตรี....... คำๆนี้ช่างน่าฉงนนัก
....ไม่ว่าจะกี่ร้อยปีวงจรวัฏจักรของพวกนางก็ยังคงเส้นคงวาไม่เคยเปลี่ยน ....ถูกรัก ไม่ถูกรัก อิจฉาริษยากัน หึงหวง เจ้าอารมณ์ เอาแต่ใจ.....
แต่อยากโกรธก็โกรธไป...
วาจารุนแรงหยาบคายเมื่อครู่นี้ก็เพื่อตัวเจ้าเองนั่นล่ะแม่หนู
ถือเป็นความเมตตากรุณาที่ผู้ใหญ่เช่นข้าพอจะมีให้แก่เจ้า ..เพื่อที่เจ้าจะได้ตัดใจจากข้าได้เสียที
---------------------------------------------
Tp Be Con...Chapter64^0^
เป็นครั้งเเรกในรอบ63ตอนที่มูนให้ท่านชิออนประคารมกับเด็กผู้หญิง*0*
เเละโดยส่วนตัวเเล้วก็อดคิดไม่ได้ว่าท่านช่างใจร้ายจริงๆที่พูดอะไรเเบบนั้นออกไป เเต่ทั้งหมดก็เพื่อปกป้องความลับสุดขอบฟ้าของตัวเอง เเละเพื่อให้ไซร่าตัดใจได้เด็ดขาดด้วย เข้าทำนองกระสุนนัดเดียวได้นก2ตัว (ถ้ายิงโดน)!?
“จงฟังข้านี่.... ความรักนั้นเป็นสิ่งสวยงามที่มิใช่ว่าจะเกิดขึ้นได้ง่ายๆ ดังนั้นเมื่อมันเกิดขึ้นแล้วก็จงประคับประคองมันไว้ให้ดีที่สุดด้วยหัวใจ ไม่ว่าเขาคนนั้นจะเป็นใครก็ตาม ..หรือแม้จะเป็นอาจารย์ของตนเองก็เถอะ
อย่าได้ลังเลหรือหวาดกลัวไป... ทำตามสิ่งที่หัวใจร่ำร้องสิ”
“อย่าเชียวนะมู... จงใช้หัวสมองของเจ้าแยกแยะถูกผิดให้ดี
มนุษย์เรานั้นคือสิ่งมีชีวิตเพียงชนิดเดียวที่สามารถแยกแยะผิดชอบชั่วดีได้ อย่าให้อารมณ์ใฝ่ต่ำที่เกิดขึ้นจากผลกรรมในชาติปางก่อนมาทำให้เจ้าต้องแปดเปื้อน ด้วยการหลงอยู่ในวังวนของความผิดบาปเลย”
สืบเนื่องจากตอนก่อนๆที่ทั้งท่านชิออนเเละมูต้องกอดกันกลมดิ๊กเพราะไม่มีผ้าห่ม - -* ท่ามกลางบรรยากาศมืดสลัวๆอันเเสนเป็นใจ (เเต่เเล้วก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น จนคนอ่านชักจะเริ่มสงสัย.
.. หรือว่าท่านชิจะหมดไฟเสียเเล้ว)
ที่จริงมูนดรอปเพียงเเต่อยากจะให้เห็นภาพว่าท่านชิพยายามควบคุมตัวเองมากเพียงไร ในขณะที่ได้รับรู้ว่า "ฤดูใบไม้ผลิของเรามาถึงเเล้วนะ" ถึงเเม้จะมาช้าไป200กว่าปี เเต่มันก็มาเเล้ว - -*
เหอๆ... มูนชักเลอะเลอะใหญ่เเร้ววว เอาเป็นว่าเรามาติดตามตอนต่อไปเลยดีกว่าค่ะ ก่อนที่จะเข้ารกเข้าพงมากไปกว่านี้
---------------------------------------------
Chapter63
ถึงแม้จะไม่ชอบใจนัก หากตนก็มิอาจปฏิเสธได้ว่า ....ทั้งบุรุษและสตรีผู้มาจากโลกภายนอกคู่นั้นมีความสำคัญในระดับที่สามารถจะชี้เป็นชี้ตายให้กับเผ่าพันธุ์ได้เลยทีเดียว และการที่ตนนิ่งเงียบอยู่เช่นนี้จะดีแล้วหรือ... ทั้งๆที่ท่านมูก็กำลังบาดเจ็บและกำลังต้องการการเยียวยาอย่างเร่งด่วน
คงจะทั้งหนาวและหิวโหยอยู่สินะ.....
...ทว่าก็ช่างน่าริษยานักที่ได้อยู่ในอ้อมแขนอันแข็งแกร่งของท่านผู้นั้น
.....ข้าอยู่กับท่านอาจารย์มาปีนี้เป็นปีที่17แล้ว ....จึงมิใช่เรื่องแปลกอะไรที่ในสายตาของข้าจะมีเพียงท่าน แต่..... ช่างมันเถิด
ในเมื่อท่านมิเคยคิดที่จะมองข้าเลย ข้าก็มิอยากจะเอ่ยถึงมันอีกแล้ว...........
เด็กสาวย่นจมูกอย่างชิงชังเมื่อนึกถึงคำที่มูเคยพูดกับตนในครั้งแรกที่ได้พบกัน
....ฮึ...
หากว่าเป็นข้า ..ไซร่า....... ต่อให้ท่านผู้นั้นมิยอมสนใจใยดีข้าก็จะทำทุกวิถีทางเพื่อให้ท่านหันกลับมามองให้ได้สักวันหนึ่งแม้ว่าจะต้องเอาร่างกายเข้าแลกก็ตาม ...หากข้าก็รู้ตัวดีว่าตัวเองไม่มีหวัง..... ด้วยชะตาฟ้าลิขิตและบุญคุณอันหนักหนาสาหัสของแผ่นดินเกิดที่มีต่อพวกเราทุกคนทำให้ข้าต้อง....
..จำต้องยอมหลีกทางให้แก่ท่าน
แล้วดูสิว่าท่านทำอะไร..
ท่านมู! ท่านดูแคลนความตั้งใจของข้าคนเดียวยังไม่พอ หากแต่ยังไม่เห็นใจ ไม่เห็นถึงความหวังของประชาชนด้วย!!...
ไซร่าหยุดยืนมองดูความโกลาหลรอบๆกายพร้อมด้วยความรู้สึกอัดอั้นตันใจ เมื่อรู้ทั้งรู้ว่าตนไม่ควรจะนิ่งเฉยอยู่ภายใต้สถานการณ์ตึงเครียดที่ทุกคนกำลังตั้งหน้าตั้งตาค้นหาบุคคลทั้ง2อย่างเอาเป็นเอาตายชนิดแทบจะพลิกแผ่นดินเช่นนี้ ทว่า...
ส่วนลึกในใจก็ยังปรารถนาที่จะได้เห็นมูลิ้มรสความทุกข์ทรมานเป็นการตอบแทน ....ค่าที่ไม่เห็นความสำคัญของประชาชนผู้ภัคดีที่คาดหวังจะได้เห็นความรุ่งเรืองของเผ่าพันธุ์จากผู้สืบสายโลหิตอันสูงส่งเพียงหนึ่งเดียว และเป็นค่าตอบแทนที่ตนต้องยอมถอยห่างจากท่านผู้นั้น ในขณะที่คนซึ่งคู่ควรกว่ากลับไม่พยายามทำอะไรเลย....
..เมื่อมีรักแล้วใยจึงไม่ไขว่คว้ามาไว้ในมือ....
หากว่าท่านมิใช่ท่านมู ผู้ซึ่งเป็นถึงราชนิกุลเพียงหนึ่งเดียวที่เหลืออยู่ของเราแล้วล่ะก็ ...รู้ไว้เถิดว่าข้าจะไม่มีวันยอมเปิดทางให้ท่านแต่โดยดีเช่นนี้หรอก
ร่างน้อยทรุดกายลงนั่งบนโขดหินก่อนจะทอดสายตาไปยังตัววิหารใหญ่ ที่ซึ่งเชื่อมต่อกับเขตหวงห้ามด้านหลัง ที่มิเคยมีผู้ใดบ้าบิ่นพอที่จะคิดเข้าไปหากไม่มีเหตุจำเป็นพร้อมกับกัดริมฝีปากแน่นคราเมื่อนึกถึงเรื่องที่ตนได้พบเจอในวันนั้น.... วันที่ตนและท่านผู้นั้นได้พูดจาโต้ตอบกันอย่างจริงๆจังๆเป็นครั้งแรก วันนั้น.... วันที่ตนได้ตระหนักถึงตัวตนอันแสนร้ายกาจ เย็นชา และได้รู้ซึ้งถึงความลำบากใจที่ท่านมูกำลังแบกรับอยู่
แต่อย่างไรก็ตาม.... ไซร่าก็มิอาจทนนิ่งดูดายได้ ถึงแม้จะน่าเจ็บใจนักแต่ทั้ง2คนนั้นก็จะต้องได้รับการช่วยเหลือให้ปลอดภัย และแม้ว่าเวลาจะล่วงผ่านมาเกือบ2วันแล้ว หากภาพบาดตาบาดใจของหนุ่มสาวคู่นั้นก็ยังคงฝังแน่นอยู่ในความทรงจำ และไม่ว่าตนจะพยายามสักเพียงใดก็มิอาจสลัดมันออกไปจากใจได้....
ดูประหนึ่งคู่รักที่กำลังอิงแอบแนบชิดกัน เมื่อท่อนแขนแข็งแกร่งกำยำทั้ง2ข้างของท่านผู้นั้นโอบรัดรอบร่างงามพร้อมกับชันเข่าขึ้นข้างหนึ่งเพื่อรองรับน้ำหนัก.... เห็นได้ชัดว่าท่านชิออนยอมเสียสละทุกสิ่งทุกอย่างของตนเพื่อศิษย์เพียงคนเดียวมากเพียงไร เมื่อร่างกายท่อนบนที่เปลือยเปล่าของท่านซึ่งนั่งเอนหลังพิงผนังหินเริ่มจะเปลี่ยนเป็นสีขาวซีดๆที่มองเห็นได้ชัดแม้จะอยู่ในที่มืด ในขณะที่เสื้อของท่านกลับสวมใส่อยู่บนร่างของท่านมู
ท่านกำลังแนบใบหน้าเข้ากับเรือนผมนุ่มที่ปล่อยยาวสยายด้วยกิริยาท่าทีที่ราวกับห่วงหาอาวรณ์อีกฝ่ายมากเหลือเกิน และในนาทีนั้นตนก็รู้สึกอยู่ลึกๆว่า... ไม่ว่าจะมองอย่างไรทั้งคู่ก็ดูจะห่างไกลจากคำว่าศิษย์อาจารย์ยิ่งนัก ในขณะที่ท่านมูกลับต้องเสียน้ำตาเพราะรักที่ไม่สมหวัง
หรือว่าที่แท้.......
ทว่าไซร่ามิได้มีโอกาสเฝ้ามองผู้ที่ตนหลงใหลมากมายนัก เมื่อชิออนรู้สึกตัวว่าถูกแอบมองเพียงอึดใจต่อมา ใบหน้างามประหนึ่งเทพบุตรก็พลันแหงนเงยขึ้นสบตาในวินาทีนั้นเอง
“..เจ้า... ชื่อ ไซร่าสินะ”
น้ำเสียงอันทุ้มลึกเอ่ยถามขึ้นอย่างชัดถ้อยชัดคำพร้อมด้วยนัยน์ตาซึ่งเป็นประกายวาววับคู่นั้นจ้องมองฝ่าความมืดขึ้นมา
ด้วยความตกใจ.. ไซร่ากระถดกายถอยหลังไปนิดหนึ่งก่อนจะต้องสะดุ้งน้อยๆเมื่อชิออนร้องเรียกด้วยเสียงที่ดังกว่าเดิม ร่างงามหยุดกึกก่อนจะตั้งสติได้แล้วจึงค่อยๆชะโงกตัวมองลงไปยังคุกมืดเบื้องล่างอีกครั้ง และหากว่าเด็กสาวได้เห็นแววตาคู่นั้นอย่างถนัดชัดเจน.. ก็คงไม่พลาดที่จะได้เห็นถึงความฉงนสนเท่ห์ระคนโล่งใจที่ปรากฏชัดอยู่ในดวงตาของชายหนุ่ม
“อย่าเข้ามาใกล้ปากหลุม!!.. เจ้าอาจจะได้รับอันตราย!”ชิออนร้องเตือนเสียงดังลั่นก่อนจะก้มลงมองดูดวงหน้าที่หลับตาพริ้มอยู่ในอ้อมแขน แล้วจึงแหงนหน้ามองกลับขึ้นไปข้างบน
“ดีเหลือเกินที่ในที่สุดก็มีคนมาพบเข้าจนได้! ...เร็วเข้า รีบไปตามดีกิมาที่นี่
มีเพียงดีกิผู้เดียวเท่านั้นที่สามารถ..”
“คือข้า ..เอ่อ... ..ข้ายังมิได้บอกเสียหน่อยว่าจะช่วยท่าน”
ชิออนต้องตกตะลึงพรึงเพริดด้วยนึกไม่ถึงว่าจะต้องเจอเข้ากับปฏิกิริยาเช่นนี้จากสาวน้อยผู้เป็นความหวังเดียวของตน ชายหนุ่มเพ่งมองใบหน้าเล็กจิ๋วที่อยู่ไกลเสียจนเห็นเป็นเงาดำๆซึ่งกำลังชะโงกหน้าลงมาจากปากทางเบื้องบนอย่างงุนงงสงสัย ...กระนั้นใบหน้าคมคายก็ยังคงเรียบเฉย ในขณะที่ริมฝีปากกลับเม้มจนเป็นเส้นตรง
“แต่ถ้าหากว่าท่านจะยอมตอบคำถามข้าในบางเรื่อง...”
“แม่หนูน้อย.... นี่มิใช่เวลามาเล่นเกม20คำถามของเด็กๆนะ
พวกข้าติดอยู่ในนี้มาเกือบ2วันแล้ว และมูเองก็กำลังบาดเจ็บจากกับดักมนตราในคุกมืดแห่งนี้
เป็นเด็กดีทำตัวว่าง่ายๆแล้วไปตามผู้ใหญ่มาจะดีกว่านะไซร่า”
“ข้าไม่ใช่เด็กนะ! ...ข้ากำลังจะอายุ15แล้ว และก็โตพอที่จะแต่งงานได้แล้วด้วย!!”
และก็เป็นอีกครั้งที่ชิออนจำต้องนิ่งงันพร้อมด้วยความลำบากใจที่กำลังก่อตัวขึ้นช้าๆ เมื่อเด็กสาวขี้อายที่ตนเคยพบในตอนแรกกลับกลายเป็นสาวน้อยจอมดื้อดึงช่างเอาแต่ใจไปเสียแล้ว ชายหนุ่มคลายวงแขนออกช้าๆก่อนจะประคองร่างมูให้นอนราบลงกับพื้นแล้วลุกขึ้นยืนพลางเท้าสะเอว ในขณะที่ดวงตาสีอเมทิสจับจ้องนิ่งอยู่ที่เงาดำๆของไซร่าพลางถอนหายใจ
“เอาละ.. ข้าจะยอมเล่นตามน้ำไปกับเจ้าก่อนก็ได้
แล้วยังไงล่ะ... เจ้าต้องการจะถามอะไรจากข้า”
“....ท่านรักศิษย์ของท่านรึเปล่าคะ.. ข้าหมายถึงอย่างคนรักน่ะ”
อย่างไม่คาดคิด.... คำถามอันเร็วปรื๋อจากปากสาวน้อยพาให้ชิออนต้องกุมขมับพลางเกาศีรษะแกรกๆพร้อมทั้งนึกขอบใจความมืดมิดที่ห้อมล้อมอยู่โดยรอบ ที่ทำให้เด็กคนนั้นมิอาจจะเห็นสีหน้าของตนได้
.....เด็กคนนี้เกิดไปเห็นอะไรเข้าหรือไร จึงได้ตั้งคำถามแปลกๆเช่นนี้....
ชายหนุ่มหลับตาลงพร้อมกับสูดหายใจลึก... ถ้าเช่นนั้นการตัดไฟเสียแต่ต้นลมคงจะเป็นหนทางที่ดีที่สุดแล้วในเวลานี้ .....ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ศิษย์ของเขาจะไม่มีวันได้รับรู้ถึงความรู้สึกที่แท้จริงของเขาอย่างเด็ดขาด ไม่ว่าจากปากของผู้ใดก็ตาม
ชายหนุ่มหัวเราะเบาๆในลำคอประหนึ่งว่าขบขันเสียเต็มประดา ในขณะเดียวกันก็ประสานสายตาเข้ากับเด็กสาวอย่างไม่สะทกสะท้านก่อนจะตอบโต้ด้วยน้ำเสียงอันทุ้มลึกดังกังวาน
“คิดว่าเรื่องอะไรเสียอีก.... ข้าคิดว่าเจ้าคงจะถูกกระแสเรียกร้องของคนในหมู่บ้านที่ต้องการจะเห็นข้าหมั้นหมายกับมูครอบงำเข้าให้เต็มๆแล้วล่ะนะไซร่า
เด็กคนนี้น่ะข้าเลี้ยงดูมาตั้งแต่ยังแบเบาะจวบจนเติบใหญ่ที่ไหนจะมีความรู้สึกฉันท์ชู้สาวได้ ควรแล้วหรือที่เจ้าจะคิดสงสัยในความรักของข้า ...นี่.. แม่หนูน้อย ในฐานะที่เจ้าหาญกล้ามาตั้งคำถามเช่นนี้กับข้า ข้าก็จะบอกอะไรให้อย่างหนึ่งนะ
อารีเอส ชิออนผู้นี้น่ะ ปีนี้ก็อายุปาเข้าไป258ปีแล้ว ...ข้าใช้ชีวิตมายาวนานเกินกว่าที่เจ้าจะเคยคิดฝันถึง ได้เห็นโลกเห็นผู้คนมามากมายเกินกว่าที่เจ้าจะจินตนาการได้ ข้าเคยผ่านสาวๆสวยๆมานักต่อนักแล้วตั้งแต่ปู่ของปู่เจ้ายังหัดคลานอยู่เลย.... และกับเด็กสาวธรรมดาๆอย่างเจ้ากับมูน่ะ ไม่เพียงพอที่จะทำให้ข้าเกิดความสนใจได้หรอก
จงรู้ไว้เถิด... ว่าถึงแม้เจ้าจะไม่ช่วยข้ากับมู แต่หากถึงคราวจำเป็น.. เซนต์อย่างเราก็สามารถก่อสงครามต่อเนื่องกันได้นับพันวันโดยมิต้องดื่มกินหรือนอนหลับพักผ่อน ดังนั้นอย่าคิดนะว่าพวกข้าจะต้องง้อเจ้า”
................................................
เสียงรองเท้าที่กระทบพื้นดินอย่างแรงก่อนจะค่อยๆเบาลงแล้วจางหายไปมิได้ทำให้ชิออนร้อนใจมากไปกว่าที่เป็นอยู่ ถึงแม้จะตระหนักได้ว่าคำพูดของตนส่งผลให้ไซร่าตกใจจนวิ่งหนีไปเสียแล้ว ..และความช่วยเหลือจากนางก็พลอยหลุดลอยหายไปพร้อมกับเสียงฝีเท้าที่ห่างออกไปเรื่อยๆแต่ก็ช่างมันเถิด.. ในเมื่อเวลานี้ตนมีสิ่งซึ่งสำคัญยิ่งกว่า ที่จะต้องรักษาไว้
.....เด็กหนอเด็ก ทั้งๆที่ยังมิทันสาวสะพรั่งเลยแท้ๆ ช่างแก่แดดแก่ลมเสียจริง.........
..อิสตรี....... คำๆนี้ช่างน่าฉงนนัก
....ไม่ว่าจะกี่ร้อยปีวงจรวัฏจักรของพวกนางก็ยังคงเส้นคงวาไม่เคยเปลี่ยน ....ถูกรัก ไม่ถูกรัก อิจฉาริษยากัน หึงหวง เจ้าอารมณ์ เอาแต่ใจ.....
แต่อยากโกรธก็โกรธไป...
วาจารุนแรงหยาบคายเมื่อครู่นี้ก็เพื่อตัวเจ้าเองนั่นล่ะแม่หนู
ถือเป็นความเมตตากรุณาที่ผู้ใหญ่เช่นข้าพอจะมีให้แก่เจ้า ..เพื่อที่เจ้าจะได้ตัดใจจากข้าได้เสียที
---------------------------------------------
Tp Be Con...Chapter64^0^
เป็นครั้งเเรกในรอบ63ตอนที่มูนให้ท่านชิออนประคารมกับเด็กผู้หญิง*0*
เเละโดยส่วนตัวเเล้วก็อดคิดไม่ได้ว่าท่านช่างใจร้ายจริงๆที่พูดอะไรเเบบนั้นออกไป เเต่ทั้งหมดก็เพื่อปกป้องความลับสุดขอบฟ้าของตัวเอง เเละเพื่อให้ไซร่าตัดใจได้เด็ดขาดด้วย เข้าทำนองกระสุนนัดเดียวได้นก2ตัว (ถ้ายิงโดน)!?
“จงฟังข้านี่.... ความรักนั้นเป็นสิ่งสวยงามที่มิใช่ว่าจะเกิดขึ้นได้ง่ายๆ ดังนั้นเมื่อมันเกิดขึ้นแล้วก็จงประคับประคองมันไว้ให้ดีที่สุดด้วยหัวใจ ไม่ว่าเขาคนนั้นจะเป็นใครก็ตาม ..หรือแม้จะเป็นอาจารย์ของตนเองก็เถอะ
อย่าได้ลังเลหรือหวาดกลัวไป... ทำตามสิ่งที่หัวใจร่ำร้องสิ”
“อย่าเชียวนะมู... จงใช้หัวสมองของเจ้าแยกแยะถูกผิดให้ดี
มนุษย์เรานั้นคือสิ่งมีชีวิตเพียงชนิดเดียวที่สามารถแยกแยะผิดชอบชั่วดีได้ อย่าให้อารมณ์ใฝ่ต่ำที่เกิดขึ้นจากผลกรรมในชาติปางก่อนมาทำให้เจ้าต้องแปดเปื้อน ด้วยการหลงอยู่ในวังวนของความผิดบาปเลย”
Tags: fic, fiction, mu, saint seiya, shion3 Comments
อีกกี่ตอนจะจบคะ
แต่ถึงท่านจะหนาวเพียงไร หากบ้านข้าร้อนยิ่งนักอีกทั้งถึงสงกรานต์แล้ว
ข้าจึงเตรียมการสาดน้ำท่านทั้งคู่
#1 By [Sai] on 2008-04-12 18:44