Chapter64

posted on 15 Apr 2008 22:34 by moon-drop  in Moonlight-Serenade
สวัสดีปีใหม่ไทยค่า*0*



สงกรานต์ไปเที่ยวที่ไหนกันบ้างคะ มาเล่าสู่กันฟังได้นะ^ ^ ส่วนมูนดรอปไม่ค่อยได้ไปไหนไกลๆมากนักค่ะ เพราะถือว่าเป็นวันหยุดที่นานๆครั้งจะมีเวลาพักผ่อนบ้าง เเละก็ทำให้มีเวลาเขี่ยฟิคมากขึ้นด้วย




อ้อ เเต่ก่อนอื่นมูนดรอปมีเรื่องที่จะต้องเตือนคนอ่านค่ะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งน้องๆที่ยังอายุน้อยๆ


คือว่าตั้งเเต่ตอนที่64เป็นต้นไป... เนื้อเรื่องของฟิคmoonlight Serenadeนี้จะมีการพลิกผันไปในทางที่ไม่ค่อยจะเหมาะกับเด็กๆสักเท่าไหร่ โดยอาจจะมีบางฉากที่ไม่เหมาะสม(เรท)ในอนาคต เเต่สำหรับผู้ที่คิดว่าตนเองอายุเกิน18เเล้ว... ไม่ว่ากันค่ะ



ดังนั้น... น้องๆคนไหนที่ยังอายุไม่ถึง มูนดรอปขอเตือนให้ออกไปก่อนเถอะค่ะ ยังมีฟิคเรื่องอื่นๆที่เนื้อหาเบาสบายเหมาะกับเด็กๆอีกมากมายนับไม่ถ้วน




เอาล่ะ ....ติดตามกันต่อไปเลย ตั้งเเต่นี้ไปเจะย้ายสถานที่ถ่ายทำกลับมาที่เก่า


------------------------------------------------


Chapter64



...แซงทัวรี่......




ดินแดนศักดิสิทธิ์ ที่ซึ่งเปรียบเสมือนบ้านเกิดแห่งที่2ของเหล่าเซนต์.... ที่ซึ่งอยู่อาศัยได้ยากลำบากนักหากไม่เคยชิน ด้วยสภาพอากาศที่แปรปรวนอย่างรุนแรง กล่าวคือ... เวลากลางวันนั้นร้อนอบอ้าวในขณะที่กลางคืนกลับเย็นจัดเสียจนน้ำค้างจับตัวแข็งเป็นเกล็ด


ทว่าหลังจากที่กลับมาจากการเยือนหมู่บ้านที่ราวกับจะเป็นเพียงตำนานเก่าแก่ซึ่งน่าจะมีอยู่แค่เพียงในหนังสือนิทาน กับเผ่าพันธุ์ที่เหลือเชื่อมากเท่าๆกับที่น่าเวทนาเป็นที่สุด ตลอดจนสภาพอากาศหนาวเย็นอันแสนโหดร้ายทารุณและสายลมหนาวซึ่งคมกริบราวกับใบมีดที่โหมกระหน่ำอยู่ตลอดเวลาทั้งกลางวันและกลางคืน ทำให้อารีเอส มูรู้สึกว่าบรรยากาศยามโพล้เพล้ ณ อาณาเขตของเทพีแห่งสงครามนี้ช่างอบอุ่นนัก ...อุ่นเสียจนกระทั่งเกือบจะร้อนเลยทีเดียว


โกลเซนต์อารีเอสยกแขนขึ้นปาดเหงื่อบนหน้าผากออกพลางถอนหายใจ.... ความหนาวเย็นของแซงทัวรี่นั้นมิอาจจะเทียบได้แม้เพียงเสี้ยวหนึ่งของเซเรนติเลย.. และทั้งๆที่จากไปเพียงไม่นานทว่ามูกลับพบว่าตนได้รับความทรงจำมากมายติดตัวกลับมาด้วย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องชาติกำเนิดของตนเอง เรื่องโศกนาฏกรรมของบิดามารดาผู้ให้กำเนิด หรือแม้กระทั่งเรื่องของหัวใจ.....


...เรื่องของความรักซึ่งไม่มีวันจะได้รับการตอบสนอง ที่ยิ่งนานวันก็ยิ่งเห็นเป็นรูปธรรมได้ชัดเจนยิ่งขึ้น....





...ทว่าขอเพียงได้เฝ้ามองอยู่เช่นนี้ก็เป็นสุขใจแล้ว ไม่จำเป็นจะต้องให้ใครมาร่วมรับรู้ด้วย... และตนจะเก็บความรู้สึกนี้ไว้ยังส่วนที่ลึกที่สุดของหัวใจ เมื่อท่าทีอันแสนเย็นชาของท่านอาจารย์นั้นยิ่งกว่าเป็นการตอกย้ำซ้ำเติมว่า ท่านไม่ต้องการที่จะใกล้ชิดกับตนในลักษณะเช่นนั้นมากเพียงไร....



นั่นคือความคิดของมู ...ซึ่งเจ้าตัวจำต้องมาตระหนักในภายหลังว่าความลับไม่เคยมีในโลก และมันก็ส่งผลให้มูต้องนึกตำหนิความไม่รู้จักระวังตัวของตนเอง... ดังเช่นคำที่ท่านอาจารย์เคยดุว่าอยู่เสมอๆมิผิดเพี้ยน ..มาถึงบัดนี้ตนจึงได้เข้าใจอย่างถ่องแท้ถึงผลที่ตามมา เมื่อสายตาอันคมกริบของสหายรักที่จ้องตรงมาอย่างตำหนิติเตียนนั้น พาให้มูจำต้องเกิดความรู้สึกผิดขึ้นในใจอย่างมิอาจหลีกเลี่ยงได้


เป็นเพราะสายตาเจ้ากรรมที่ทอดมองตามหลังท่านอาจารย์แท้ๆ ที่เป็นเหตุให้เด็กหนุ่มเจ้าของเรือนผมยาวสีทองอร่ามผู้นี้จับพิรุธได้ และทันทีที่ความลับถูกเปิดเผยเจ้าตัวก็ไม่รอช้าที่จะเปิดฉากเทศนายกใหญ่






“ตัดใจเสียเถิด.. เจ้ากำลังเดินทางผิดแล้ว ..มูเอ๋ย....”



และนี่ก็เป็นอีกครั้งที่มูจำต้องนิ่งฟังอย่างอดทน ...เมื่อน้ำเสียงอันเนิบนาบของเวอร์โก ชากะดังขึ้นอย่างแผ่วเบาพร้อมกับเปิดเปลือกตาขึ้นช้าๆ และนั่นก็ทำให้มูต้องสะดุ้งน้อยๆเมื่อรู้ดีมาแต่ไหนแต่ไรว่าหากชากะลืมตาขึ้นเมื่อไร.. นั่นหมายความว่าเหตุการณ์ในขณะนั้นย่อมมิใช่เป็นเรื่องล้อเล่นในความคิดของเขาอีกต่อไป



.....อะไรกัน... ข้าทำอะไรผิดมากนักหรือ.....



ใบหน้างามพลันเปลี่ยนเป็นสีชมพูเรื่อด้วยกระดากอายที่ถูกสหายรักล่วงรู้ความลับในใจ ..แต่กระนั้นมูก็ยังคงนั่งตัวตรงแล้วเชิดหน้าขึ้นราวกับจะไม่สนใจเด็กหนุ่มที่นั่งอยู่เคียงข้าง



“เวลานี้ข้าไม่ต้องการคำแนะนำจากเจ้าหรอก มิใช่ว่าข้าจะไม่รู้ว่าสิ่งใดควรไม่ควรแต่...”


“..ไม่มีแต่....”


ถึงตอนนี้น้ำเสียงทุ้มนุ่มดูจะแข็งกร้าวขึ้นมาในบัดดล โกลเซนต์หนุ่มถอนหายใจพร้อมกับชะโงกหน้าเข้ามาใกล้พลางจับจ้องมองดูสีหน้าลำบากใจของเพื่อนสาวด้วยนัยน์ตาที่เป็นประกายคมกล้า
และนั่นก็ส่งผลให้มูต้องหลบสายตาอย่างมิอาจเลี่ยงได้



“มู.... ข้าเองก็พอจะรู้อยู่ว่าเจ้าต้องทนรับสภาพเช่นนี้ด้วยความลำบากเพียงใด ในขณะที่ชากะผู้นี้ก็ทำได้แค่เพียงสงสารและเห็นใจเจ้า... ที่ผ่านมาข้าต้องทรมานใจเพราะมิอาจจะทำสิ่งใดเพื่อเป็นการช่วยเหลือเจ้าได้เลยในฐานะเพื่อนนอกจากยืนมองเฉยๆ

แต่ว่าคราวนี้... เมื่อมีโอกาสแล้วข้าจะไม่มีวันยอมทนดูเจ้าเดินลงเหว ด้วยการหลงรักอาจารย์ผู้มีพระคุณของตนเองหรอกนะ”



ชากะจบประโยคพร้อมด้วยสายตาที่ราวกับจะคาดคั้นเอาคำตอบให้จงได้ ในขณะที่มูได้แต่นั่งก้มหน้านิ่งอย่างอึดอัดใจ มิใช่ว่าตนจะไม่เข้าใจถึงความหวังดีของสหายรัก... หากวาจาที่ตักเตือนนั้นราวกับจะทิ่มแทงหัวใจให้ยิ่งเป็นแผลลึกยิ่งขึ้น



....ลำพังแค่พูดน่ะจะอย่างไรก็ได้ แต่แล้วมันทำได้ง่ายดายเหมือนพูดเสียเมื่อไหร่.....





“...ข้า.. ข้าเองก็มิได้อยากจะรักท่านหรอกนะ และหากว่าการตัดใจเป็นเรื่องง่ายข้าก็คงจะทำไปนานแล้วเพื่อที่จะได้ไม่ต้องมาทรมานใจอยู่เช่นนี้

...แต่ข้าก็รู้ว่าข้าทำไม่ได้.... มันสายเกินไปแล้ว”




“แล้วท่านเคียวโกล่ะ.. ข้าไม่อยากเชื่อว่าท่านจะตอบรับความรักของเจ้า..”


“ไม่ๆ”



ดวงหน้าหวานพลันเงยหน้าขึ้นสบตาในทันที และนั่นก็ส่งผลให้โกลเซนต์เวอร์โกต้องถอนหายใจ นัยน์ตาสีฟ้าใสจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าของสหายรักอย่างสงสารเห็นใจ ก่อนจะล้วงผ้าเช็ดหน้าออกมาส่งให้...



ไม่ว่าบุรุษคนใดก็ย่อมมิอาจทนเห็นน้ำตาของสตรีได้ ..คำกล่าวนั้นเป็นเรื่องจริงแท้แน่นอน

และดูเหมือนว่าตัวเขาเองก็มิได้รับการยกเว้น....




“มีหรือ... ที่ท่านอาจารย์จะมาหลงผิดไปด้วย ในเมื่อท่านได้ปฏิเสธข้าอย่างชัดเจนหลายต่อหลายครั้งตลอดหลายเดือนที่ผ่านมานี้

เจ้าจงอย่าได้มากล่าวโทษท่านอาจารย์ของข้าเชียวนะ หากจะมีผู้ใดสักคนเป็นฝ่ายผิดในครั้งนี้ คนๆนั้นก็ย่อมต้องเป็นข้า...”



“เรื่องของความรักนั้นมิอาจเจาะจงเลือกได้หรอก ตัวข้ากลับเห็นว่าไม่มีใครผิดเลยสักคน... เช่นเดียวกับที่ไม่มีใครถูก

และหัวใจนั่นไงเล่าที่จะเป็นตัวตัดสิน”





น้ำเสียงอันทุ้มต่ำของบุรุษผู้มาใหม่ที่ดังขึ้นจากเบื้องหลังส่งผลให้โกลเซนต์ทั้ง2ต้องหันกลับมาพร้อมๆกัน ในขณะที่นัยน์ตามีเขียวเข้มของมูต้องเบิกกว้างอย่างตกใจเมื่อได้พบว่าเจมินี่ ซากะยืนนิ่งอยู่เบื้องหลังพวกตนในชุดโกลครอธเต็มยศ



ดวงตาสีน้ำเงินเข้มลึกล้ำพราวระยับขึ้นทันตาเมื่อได้เห็นใบหน้าของสตรีผู้เป็นที่รัก ในขณะที่ชากะเพียงแต่พยักหน้าน้อยๆ พลางจับตาดูโกลเซนต์รุ่นพี่ทิ้งกายลงนั่งเคียงข้างมูก่อนจะเอ่ยปากถามขึ้นอย่างเป็นงานเป็นการ


“ท่านซากะมีธุระอันใดหรือครับ”




โกลเซนต์เจมินี่หัวเราะเบาๆอยู่ในลำคออย่างขบขันกับท่าทีที่แปรเปลี่ยนเป็นระมัดระวังตัวขึ้นมาในทันทีทันใดของทั้ง2คน... เห็นได้ชัดว่ามิใช่แต่เพียงแค่มูเสียแล้ว แม้แต่เจ้าหนูวิหารที่6เองก็ยังคงหวาดระแวงตนอยู่ไม่เสื่อมคลาย




“ขออภัย.. ข้ามิได้จงใจจะมาแอบฟังหรอกนะ แต่เพราะว่าคิดถึงเจ้าจึงได้แวะมาหาแล้วก็ได้ยินเข้าพอดี”


ซากะไม่สนใจที่จะตอบคำถามเมื่อดวงตาสีน้ำเงินเข้มคู่นั้นจ้องมองแต่ดวงหน้างามที่ตนแสนจะคิดถึง ในขณะที่มูกระถดกายถอยห่างออกมาเล็กน้อยอย่างไม่ไว้ใจ ...แต่แล้วก็มีอันต้องสะดุ้งเฮือกเมื่อชายหนุ่มพลันคว้าข้อมือตนไว้แน่น



“ไม่ต้องหนีหรอกน่า... ข้าได้ให้สัญญากับเจ้าแล้วมิใช่หรือว่าจะไม่ทำอะไรล่วงเกินเจ้าอีกเป็นครั้งที่2 และในขณะที่พระเอกขี่ม้าขาวของเจ้าก็นั่งอยู่ด้วยเช่นนี้แล้วจะกลัวไปใย...

ถึงอย่างไรซากะผู้นี้ก็มิได้มีรสนิยมชอบแสดงบทรักให้ใครต่อใครดูนักหรอกนะ”



คำพูดของโกลเซนต์รุ่นพี่ส่งผลให้ทั้งมูและชากะต้องใบหน้าแดงก่ำขึ้นมาพร้อมๆกัน ในขณะที่ตนเองเฝ้าดูสีหน้าของเด็กทั้ง2อย่างขบขันก่อนจะปล่อยข้อมือเล็กๆข้างนั้นให้เป็นอิสระ พร้อมๆกับเสียงถอนหายใจเบาๆอย่างโล่งอกของฝ่ายตรงข้าม


ซากะจ้องมองสีหน้าลำบากใจของมู กับใบหน้าที่ยังคงเรียบเฉยมิเปลี่ยนแปลงของชากะสลับกันไปมาพลางนึกถึงสิ่งที่ตนได้ยินเข้าโดยบังเอิญ แล้วพริบตานั้นท่าทางที่ราวกับมีเจตนาเพียงยั่วเย้าอย่างทีเล่นทีจริงของโกลเซนต์เจมินี่ก็กลับกลายเป็นเคร่งขรึมขึ้นมาในบัดดล ร่างสูงใหญ่ขยับเข้าไปใกล้สาวน้อยที่นั่งอยู่ตรงกลางระหว่างตนกับชากะก่อนจะเริ่มต้นขึ้นด้วยน้ำเสียงอันเป็นการเป็นงานมากขึ้น




“จงฟังข้านี่.... ความรักนั้นเป็นสิ่งสวยงามที่มิใช่ว่าจะเกิดขึ้นได้ง่ายๆ ดังนั้นเมื่อมันเกิดขึ้นแล้วก็จงประคับประคองมันไว้ให้ดีที่สุดด้วยหัวใจ ไม่ว่าเขาคนนั้นจะเป็นใครก็ตาม ..หรือแม้ว่าจะเป็นอาจารย์ของตนเองก็เถอะ

อย่าได้ลังเลหรือหวาดกลัวไป... ทำตามสิ่งที่หัวใจร่ำร้องสิ”



“อย่าเชียวนะมู... จงใช้หัวสมองของเจ้าแยกแยะถูกผิดให้ดี”


มูยังไม่ทันจะได้พูดจาตอบโต้อันใดกับซากะ น้ำเสียงอันติดจะเข้มงวดของสหายรักก็พลันแทรกขึ้นมาเสียก่อน




“มนุษย์เรานั้นคือสิ่งมีชีวิตเพียงชนิดเดียวที่สามารถแยกแยะผิดชอบชั่วดีได้ อย่าให้อารมณ์ใฝ่ต่ำที่เกิดขึ้นจากผลกรรมในชาติปางก่อนมาทำให้เจ้าต้องแปดเปื้อน ด้วยการหลงอยู่ในวังวนของความผิดบาปเลย”




โกลเซนต์เจมินี่ถอนหายใจอย่างไม่สบอารมณ์ในขณะที่ใบหน้าคมเข้มพลันส่อแววหงุดหงิดขึ้นมาอย่างชัดเจน... นัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มจับจ้องใบหน้าอันงดงามไร้ที่ติของบุรุษผู้ใกล้เคียงพระเจ้าแน่นิ่งพร้อมด้วยโทสะที่กำลังแล่นขึ้นมาเป็นริ้วๆ ในขณะที่ฝ่ายตรงข้ามเองก็จ้องกลับมาอย่างไม่สะทกสะท้านดุจเงาสะท้อนในกระจกมิผิดเพี้ยน


และท่าทางประหนึ่ง2พยัคฆ์ ที่เขม่นหมายจะเข้าห้ำหั่นกันนั้นก็ส่งผลให้มูรู้สึกไม่เป็นสุขเอาเสียเลย ร่างงามขยับตัวอย่างอึดอัดอยู่ระหว่างบุรุษทั้ง2ที่กำลังจ้องตากันนิ่งพร้อมด้วยรังสีกดดันที่ทวีความเข้มข้นขึ้นราวกับจะเป็นการพยายามข่มอีกฝ่าย....




“ชากะ ..ที่พูดเช่นนี้ เจตนาจะหมายความว่าข้าเป็นคนบาปต่อหน้ามูงั้นสินะ!!”


“มิได้! หากแต่มูเป็นเพื่อนข้า สิ่งใดที่เห็นว่าไม่เหมาะสมข้าก็จำเป็นต้องว่ากล่าวตักเตือน ถึงแม้ว่ามันจะไปกระทบกระทั่งใครก็ตาม ...ท่านซากะ!!”



“พวกท่าน! ...จะใจเย็นๆค่อยๆเจรจากันมากกว่านี้มิได้หรือ!!”




สิ้นเสียงใสกังวาน ชากะก็ยอมเป็นฝ่ายถอนตัวด้วยการยอมหลบสายตาก่อน... บุรุษผู้ใกล้เคียงพระเจ้ากระแอมเบาๆก่อนจะปิดเปลือกตาลงดังเดิมพร้อมทั้งเปลี่ยนท่านั่งเป็นขัดสมาธิท่ามกลางเสียงถอนหายใจอย่างโล่งอกของมู ในขณะที่ซากะกลับเบือนหน้าไปอีกทางหนึ่งพลางขบกรามแน่น




“..ขออภัย....”




เจมินี่ ซากะฝืนยิ้มรับคำขอโทษนั้นก่อนจะยันกายขึ้นจากพื้น



“ข้ารู้ดีว่าตนเองมิได้มีอำนาจพอที่จะบังคับให้ผู้ใดเชื่อถือในคำพูดได้ ...มิฉะนั้นข้าคงไม่ต้องทรมานใจเพราะรักอยู่ทุกคืนวันเช่นนี้เป็นแน่ ทว่า...


มู ....อย่าได้เข้าใจผิดว่าซากะผู้นี้จะเอาใจช่วยแล้วมองดูเจ้าเคียงคู่กับท่านเคียวโกหรอกนะ ถึงอย่างไรข้าก็ยังคงยืนยันคำเดิมอย่างที่เคยบอกเจ้าเอาไว้ ว่าข้า... จะยังรักและรอเจ้าอยู่เสมอ

และวันใดก็ตามที่เจ้ารู้สึกว่าการหลงรักอาจารย์ของตนเป็นเรื่องที่หนักหนาสาหัสจนเกินไป ...วันนั้นก็จงให้โอกาสข้าบ้าง”



โกลเซนต์เจมินี่กล่าวทิ้งท้ายเอาไว้เพียงเท่านั้นก่อนจะสะบัดผ้าคลุมเดินจากไป ทิ้งให้อีกฝ่ายต้องนั่งทบทวนดูหนทางที่แตกแยกออกเป็น2สาย พร้อมด้วยดวงหน้างามที่ฉายแววลำบากใจเป็นล้นพ้น

------------------------------------------------
To Be Con...Chapter65*0*



ดูเหมือนว่าความห่วงใยของคนรอบข้างจะส่งผลร้ายมากกว่าผลดี เมื่อมันทำให้มูต้องยิ่งลำบากใจเพิ่มขึ้น


ในขณะเดียวกัน... เเต่ละคนต่างก็มีเหตุผลของตัวเองเสียด้วย






วิหารเคียวโกยังคงให้ความรู้สึกถึงความศักดิ์สิทธิ์ ทรงอำนาจ น่ายำเกรงและเป็นการเป็นงานไม่เปลี่ยนแปลง.... ทว่าอย่างไรเสียการมาในครั้งนี้ก็ไม่มีทางที่จะเหมือนเดิมไปได้.. อารีเอส มูหยุดยืนอยู่เบื้องนอกวิหารพร้อมด้วยหัวใจที่เต้นระรัวอยู่ในอก ร่างเพรียวบางกำลังพยายามระงับอาการตื่นกลัวที่น่าขันของตน ในขณะที่มือน้อยซึ่งเปียกชื้นไปด้วยเหงื่อพลันขยุ้มผ้าคลุมด้านหลังเอาไว้แน่นพร้อมกับหลับตาลงจนกระทั่งรู้สึกว่า ....พร้อมแล้ว.. สำหรับการเผชิญหน้า


ดวงตากลมโตมองตรงไปข้างหน้ายังประตูทางเข้าวิหารพร้อมกับยืดร่างขึ้นเต็มความสูงแล้วก้าวตรงเข้าไปอย่างไม่ลังเล พร้อมๆกับทำใจยอมรับสายตานับสิบของสหายโกลเซนต์ที่จ้องมองมาอย่างตกตะลึงด้วยอาการไม่สะทกสะท้าน... เพราะนี่คือครั้งแรกที่รูปโฉมใหม่ของตนได้ปรากฏต่อสายตาของพวกเขา


Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

แฮ่ ขอโทษที่ไม่ได้มาเมนต์ให้นะคะ ตอนนี้ได้ฤกษ์แล้วเลยขอมาเมนต์ส่งท้ายสงกรานต์หน่อยละกัน เอ้า ซู่ซ่าขันน้ำ ดอกมะลิ ปืนฉีดน้ำ

รวบยอดเมนต์ตอนที่ 63-63 เลยนะคะ

ส่วนตัวจากที่เคยคุยๆกันเรื่องฉากกอดกันกลมในคุกสวาทเอ๊ย คุกนรกว่ามันน่าจะมีอะไรๆให้คิดมากกว่านั้น หรือไม่รู้ว่าพี่จงใจละไม่เขียนหรือเปล่านะ เป็นงงฮ่ะembarrassed

แต่ในตอนที่หกสามที่สะใจมากที่ก็เหมือนกับที่คุยทางเอ็มกันไปแล้วคือการตัดไฟแต่ต้นลมของท่านชิที่ใส่ต่อไซร่านี่แหล่ะ แหม ฟังแล้วเพศแม่อย่างเราๆก็ของขึ้นได้เหมือนกันนะคะเนี่ย (แต่ไม่เป็นไรฮ่ะ สำหรับคนพันธ์แกะแล้วเรายอมให้ได้ โดยเฉพาะแก่วัยทองเนี่ย ยิ่งชอบฮ่ะ) โฮะๆๆ

กลับมาตอนปัจจุบัน
ตัดฉากมาได้ฉับไวสมใจอยาก(ของแป้ง)ดีมากเลยพี่ ไม่เวิ้นเว้อและเอื่อยเกิน แต่มาถึงสาวมูก็โดนพระหลวงพี่จับมาสั่งสอนเทศน์ไปกี่กัณแล้วก็ไม่รู้ ไม่ต้องไปย้ำมากหรอก มูเขารู้สติดี แต่ในเมื่อมันเป็นเรื่องของหัวใจ มันห้ามกันได้ง่ายเมื่อไหร่ล่ะท่านช่าเอ๋ย

ลองให้ท่านมามีความรักดูบ้างจะยิ่งโดนมองว่าผิดศีลและบาปหนาหนักกว่ามูอีกล่ะมั้ง เพราะมูยังเป็นปุถุชนธรรมดา กิเลสตัณหา อารมณ์สารพัดที่คนธรรมดามีกันย่อมถือเป็นอะไรชิวๆมาก แต่กรณีท่านช่ามีนี่เราว่าโลกาคงวิบัติเลยล่ะ (ยกตัวอย่างฟิคท่านช่า the last man เป็นต้น อ้าว ไหงโยงไปเชื่อมได้?)

ว่าแล้วพระสนมหมายเลขสองก็กลับมามีบทอีกครั้งหลังเข้ารพ.รักษาตัวมาอย่างดี ฟิตร่างกายเต็มที่เพื่อรอเวลาโดนยำ เอ๊ยไม่ใช่ โดนสอยจากท่านเคียวโกปากไม่ตรงกับใจ ใจไม่ตรงกับพฤติกรรมอย่างที่สุด (ดีไม่ดีงวดหน้าไม่แค่กระเด็นโดนเสาพระวิหาร แต่อาจกระดอนไปอีกมิติหนึ่งตามท่าไม้ตายของท่านเองก็ได้ใครจะรู้)

มาแล้วไม่มาเปล่า เก็บกดและเจ็บปวดมานาน ฉะนั้นโอกาสมาให้ฉวยท่านเป็นต้องฉวยไว้ก่อน (ใครสอนไว้ฟะ?) สังเกตได้ว่าแม้สาวเจ้าไม่อยากเล่นด้วยแต่พี่ท่านก็ไม่สน ตามจับตามกุม (และมีลวนลามทางสายตาได้อีกตะหาก >> อันหลังนี้ล้อเล่นฮ่ะพี่ กั๊กๆๆ)

ตบท้ายด้วยการโต้วาทีระหว่างฝ่ายสนับสนุนและฝ่ายค้าน (น่าจะยกพลพรรคโกลด์ที่เหลือมานั่งฟังข้อถกเถียงประเด็นนี้ไปด้วยเลยนะ ไหนๆตอนหน้าก็จะมีบทให้ออกครบทุกวิหารแล้วนิ?) มุมแดง ฝ่ายค้าน นำทีมเดี่ยวด้วยท่านช่าว่าความรักนี้เป็นสิ่งต้องห้าม ให้ถอยเกียร์กลับมาด่วนก่อนถลำตัวลงไปหุบเหวมากไปกว่านี้

ขณะที่มุมน้ำเงิน ฝ่ายสนับสนุนนั้นพลีกายถวายชีวีเรื่องความรักอยู่แล้ว แม้ปากจะพาไปให้คัดค้านว่าความรักเป็นสิ่งดี แต่จริงๆในใจคงเห็นด้วยเต็มที่กับท่านช่าว่ากรณีศิษย์อาจารย์ไม่เหมาะสม แต่ถ้าเป็นสง่าล่ะก็รับได้) เลยพูดกลางๆว่าความรักเป็ฯสิ่งดีไม่ควรกลัว แต่ต้องกล้าที่จะรุก (อ้าว ไหงสอนสาวซะงั้นล่ะเฮีย)

ตอนนี้รอลุ้นตอนหน้ามากเลยว่า response แต่ละคนที่เห็นมูมาดใหม่จะเป็นไงกันบ้าง อย่างน้อยก็อยากรู้ว่านังปลาตี้จะเทียบไหมว่าใครสวยกว่ากัน (เทียบยากอะ กระเทยอาคาซ่ากับสาวแท้ๆดั่งนางฟ้า?)

เมนต์คราวนี้ติงต๊องไร้สาระสุดๆพี่แนนอย่าถือเลยนะคะ พิมพ์ตอนคืนที่ไม่ได้นอนเลย แถมกำลังเครียดได้ที่ ผลเลยออกมาแบบนี้ ชอบมิชอบก็ต้องขออภัยมา ณ ที่นี่ด้วยค่า

ปล รออ่านฟิคพี่อยู่เสมอนะคะ ขอให้อัพมาเหอะ

#1 By Lavenya on 2008-04-17 08:26

เย่ๆ อัพแล้นๆ หนุกมากเรยจาเอาใจช่วยต่อไปน้า
ป.ล. สวัศดีปีใหม่(ไทย)ค่าขันน้ำ ดอกมะลิ ปืนฉีดน้ำ โชคดี สุขภาพแข็งแรง อัพฟิกเยอะน้าค้า

#2 By janaj on 2008-04-17 17:40

อยากอ่านตอนต่อไปค่าquestion

#3 By suigintou (124.120.74.33) on 2008-04-17 17:45

ตอบคุณdiamondroseค่ะ^^ (ยกยอดมาตอบจากตอนที่63)


อาจจะเเอบสั้นไปนิดสำหรับบางตอน เเต่ว่ามูนดรอปก็ตั้งใจที่จะชดเชยให้ยาวขึ้นในตอนต่อๆไปค่ะ

เเละสำหรับจำนวนตอนทั้งหมดในเวลานี้ยังไม่ลงตัวเลยค่ะ ดังนั้นก็เลยยังตอบไม่ได้ว่าอีกกี่ตอนละจบ เเต่คาดว่าอีกหลายอยู่นะคะ


ว่าเเต่คนอ่านอยากให้จบเร็วๆรึเปล่าคะ?

#4 By ~Moondrop~ on 2008-04-18 11:44

เย้ได้ไปเที่ยวหาดใหญ่แล้ว
ปล.อยากอ่านจบเร็วๆรึเปล่า เฉยๆค่ะ ไม่ยึดติด
ปล2.diamonrose.igetweb.com เข้าไปดูแล้วติชมหน่อยนะคะจะได้ปรับปรุงให้ดีขึ้นbig smile

#5 By diamondrose (125.26.70.187) on 2008-04-18 12:06

สวัสดีปีใหม่ไทยนะค่ะพี่มูน รินขอรดน้ำให้พี่มูนคลาย
ร้อนและขอคราวะให้กับความอุสาหะของพี่ที่มีต่อ
ฟิกทั้งหลายทั้งปวง ขอให้พี่สู้ต่อไปนะค่ะ สู้ๆ

เริ่มต้นที่แซงค์...
รู้สึกว่าเหมือนมูกะท่านชิจะหนีจากหมู่บ้านออกมาแฮะ
รึว่าหนีสถานการณ์ อันนี้รินทำประจำตนคุณอาอารณ์ไม่ดี
555+

ความลับมันไม่น่าจะมีตั้งแต่ที่มูเกือบโดนปล้ำแล้วล่ะจ๊ะมู
อ่านๆไปเหมือนสำนึกดีชั่วมาเถียงกันเองเลยแฮะ

ซากะัปะทะชากะ แค่ชื่อก็สมเหตุสมผลแล้วล่ะค่ะ
พี่มูน(เอาหน้ามาถูๆขา)ตอนหน้ารินอยากรู้เเฮะว่าพวกเซนต์
จะคิดอะไรตอนที่ได้เห็นมู อัพไวๆนะค่ะ สู้ๆ อิๆ

ว่าตกลงแล้วแต่ท่านช่าแอบชอบมูมั่งหรือเปล่านะ

#6 By กระต่ายสีดำ on 2008-04-18 22:05