Chapter65

posted on 19 Apr 2008 10:20 by moon-drop  in Moonlight-Serenade

ดีค่ะ^^


หลังจากที่ย้ายสถานที่ถ่ายทำกลับมายังเเซงทัวรี่ ก็เกิดเหตุการณ์ใหม่ล่าสุดขึ้นเเล้ว นั่นก็คือการพบกันระหว่างท่านมูเเละโกลเซนต์ที่เหลืออยู่


เเต่ว่าจะเป็นด้วยโอกาสอะไรนั้น ..วันนี้มีคำตอบค่ะ


--------------------------------------------


Chapter65



....ไม่ว่าจะเลือกทางใดก็ล้วนแล้วแต่พาให้ทุกข์ทรมานใจทั้งนั้น


และไม่ว่าจะเดินหน้าต่อไปหรือว่าหันหลังกลับ ก็ดูเหมือนว่าจะไม่มีหนทางใดรออยู่เลย...




โกลเซนต์อารีเอสทอดถอนหายใจก่อนจะรีบสลัดความหม่นหมองในใจทิ้งไปกับสายลมและแสงแดดยามเช้าด้วยเวลานี้มีเรื่องอื่นที่ต้องคิดคำนึงมากกว่านั้น...


เรือนร่างสูงเพรียวที่ซ่อนรูปลักษณ์อันงดงามน่าทะนุถนอมไว้ภายใต้ชุดโกลครอธที่ต้องแสงตะวันเป็นประกายสีทองระยิบระยับก้าวเดินช้าๆไปตามขั้นบันไดหินซึ่งมุ่งสู่วิหารเคียวโกด้วยความพรั่นพรึง... ด้วยนี่คือครั้งแรกที่ตนถูกท่านเคียวโกเรียกพบอย่างเป็นทางการนับจากวันที่ต้องเริ่มต้นชีวิตใหม่ในฐานะของสตรี



มูสูดหายใจลึกพลางกำมือแน่นพร้อมกับพยายามที่จะสงบสติอารมณ์ แต่ถึงแม้ว่าจะทำใจให้สงบลงได้ให้ที่สุด ทว่าเมื่อนึกถึงยามที่จะต้องพบหน้าสหายทั้ง11คนที่ไปรวมตัวกันอยู่ที่วิหารเคียวโกเรียบร้อยแล้วนั้นก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าพิสมัยนัก และหากมิใช่เพราะว่าเป็นวาระการชุมนุมใหญ่ประจำปีของแซงทัวรี่ซึ่งเวียนมาถึงแล้วไซร้... ตนแน่ใจว่าอย่างไรเสียท่านอาจารย์ก็ไม่มีวันที่จะเรียกหาอย่างแน่นอน



ร่างน้อยกัดริมฝีปากแน่นพลางบอกให้ตนเองเข้มแข็ง..... ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตามอารีเอส มูผู้แข็งแกร่งและงามสง่าคนนั้นจะต้องคืนชีพขึ้นมา ถึงแม้ว่าจะมีร่างกายที่เป็นสตรีหากแต่เขาก็คือโกลเซนต์คนหนึ่ง ..และเขาจะไม่มีวันลืมในเรื่องนั้น


ภายใต้แสงตะวันเจิดจ้าและไอแดดที่แผดเผา... ท่ามกลางสายตานับร้อยนับพันคู่และเสียงตะโกนโห่ร้องอันดังกึกก้อง โกลเซนต์อารีเอสจะไม่มีวันหลบหน้าเยี่ยงคนขลาด..... และไม่ว่าบุรุษอีก11คนที่ชุมนุมกันอยู่ ณ ที่นั้นจะมองตนเช่นไร ก็จะต้องอดทนและทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างผ่านพ้นไปให้ได้ ..อย่างเต็มความสามารถ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง....


....เรื่องนั้น..






วิหารเคียวโกยังคงให้ความรู้สึกถึงความศักดิ์สิทธิ์ ทรงอำนาจ น่ายำเกรงและเป็นการเป็นงานไม่เปลี่ยนแปลง.... ทว่าอย่างไรเสียการมาในครั้งนี้ก็ไม่มีทางที่จะเหมือนเดิมไปได้.. อารีเอส มูหยุดยืนอยู่เบื้องนอกวิหารพร้อมด้วยหัวใจที่เต้นระรัวอยู่ในอก ร่างเพรียวบางกำลังพยายามระงับอาการตื่นกลัวที่น่าขันของตน ในขณะที่มือน้อยซึ่งเปียกชื้นไปด้วยเหงื่อพลันขยุ้มผ้าคลุมด้านหลังเอาไว้แน่นพร้อมกับหลับตาลงจนกระทั่งรู้สึกว่า ....พร้อมแล้ว.. สำหรับการเผชิญหน้า


ดวงตากลมโตมองตรงไปข้างหน้ายังประตูทางเข้าวิหารพร้อมกับยืดร่างขึ้นเต็มความสูงแล้วก้าวตรงเข้าไปอย่างไม่ลังเล พร้อมๆกับทำใจยอมรับสายตานับสิบของสหายโกลเซนต์ที่จ้องมองมาอย่างตกตะลึงด้วยอาการไม่สะทกสะท้าน... เพราะนี่คือครั้งแรกที่รูปโฉมใหม่ของตนได้ปรากฏต่อสายตาของพวกเขา


มูพยายามไม่สนใจกับดวงตาที่เบิกโพลงของไอโอเรียกับสีหน้าที่ราวกับมองเห็นผีของมิโร่ มากพอๆกับปากที่อ้ากว้างอย่างลืมตัวของไอโอรอสและคนอื่นๆ ก่อนจะเอ่ยปากทักทายพวกเขาอย่างเป็นธรรมชาติที่สุด



“ดูเหมือนว่าเราจะมิได้พบกันมานานพอดูมิใช่หรือ ดีใจที่ได้พบพวกท่านอีกนะ ..สหาย”





แม้ว่ามันจะเป็นประโยคเดิมๆเช่นที่เคยได้ยินมาในอดีตนับครั้งไม่ถ้วน หากทว่ามันก็ไม่เหมือนเดิม และก็ไม่มีทางที่จะเหมือนเดิมไปได้ ... เมื่อมันมิได้ถูกเอื้อนเอ่ยออกมาจากปากของโกลเซนต์หนุ่มผู้สง่างามที่พวกตนเคยคุ้นดี หากแต่มาจากสตรีสาวตัวน้อยในชุดโกลครอธอารีเอสที่รัดรึงแนบกระชับไปกับสรีระโค้งเว้าอันงดงามสมบูรณ์แบบอย่างที่อิสตรีจะพึงมี และก็ช่างดูบริสุทธิ์ไร้เดียงสาราวกับเทพธิดา ในขณะเดียวกันก็พาให้ทำใจเชื่อได้ยากนัก ว่าร่างที่ยืนอยู่เบื้องหน้านี้คืออารีเอส มูคนนั้น



คนที่เคยกระโดดโลดเต้น เคยเล่นซุกซนจนถูกลงโทษ และเติบโตขึ้นมาพร้อมๆกับพวกตน....


ให้ตายสิ...... ถึงขั้นเคยแก้ผ้าวิ่งกระโดดน้ำเล่นกับพวกตนมาด้วยซ้ำ





“น..นี่เจ้า.. เจ้า ...เป็นเจ้าจริงๆหรือนี่”



“และถ้าเจ้าจะหุบปากลงเสียทีข้าก็จะรู้สึกขอบใจมาก ..ไอโอเรีย”


เสียงใสกังวานของมูพร้อมด้วยดวงหน้าหวานที่แปรเปลี่ยนเป็นสีชมพูเรื่อด้วยความกระดากอายทำให้โกลเซนต์เลโอหุบปากฉับลงทันที หากนัยน์ตาสีน้ำตาลทองยังคงจับจ้องมองดูเรือนร่างอันงดงามชวนมองอย่างไม่อยากเชื่อสายตา




ในขณะที่โกลเซนต์หนุ่มจากวิหารบนๆต่างก็พากันตกตะลึงถ้วนหน้า บางคนถึงกับใบหน้าถอดสีด้วยคิดไม่ถึงว่าในโลกนี้ยังจะมีเรื่องแปลกพิสดารเช่นนี้เกิดขึ้นได้.... ชูร่าถึงกับหลับตาแล้วตวัดรูปไม้กางเขนที่บ่าทั้ง2ข้าง หน้าผาก และหว่างอกอย่างรวดเร็วพร้อมกับท่องบ่นอะไรพึมพำอยู่อีกเป็นครู่ ....และหากว่ามูมิได้กำลังเขินอายกับรูปลักษณ์ใหม่ของตนอยู่ล่ะก็คงจะอดขำมิได้ เมื่อแม้แต่อโฟรดิเทและคามิวก็ยังถึงกับยกมือปิดปากพร้อมด้วยดวงตาที่เบิกค้างไม่แตกต่างกัน....


มิใช่ว่าพวกเขาจะไม่เคยรับรู้ถึงข่าวคราวความเปลี่ยนแปลงอันใหญ่หลวงนี้ เมื่อเรื่องราวการปะทะกันระหว่างท่านเคียวโกและเจมินี่ ซากะอันเป็นนี่ร่ำลือกันอยู่พักใหญ่ก็มีชนวนเหตุมาจากสาวน้อยเบื้องหน้าตนนี้ ทว่า.... เมื่อมีโอกาสได้พบหน้าค่าตาเข้าแล้วก็ยังมิอาจจะทำใจให้เชื่อได้




....นี่น่ะหรือ... คือผลของคำสาปและความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับสหายผู้พิทักษ์ปราการด่านแรก



คราเมื่อได้ยลโฉมเจ้าดอกไม้งาม พวกเขาก็ได้เข้าใจอย่างถ่องแท้....


เพราะอย่างนี้นี่เองเจมินี่ ซากะผู้นั้นจึงสุดที่จะหักห้ามใจไหว จนเป็นเหตุให้ท่านผู้นั้นต้องลงมือด้วยตนเอง ...ทั้งหมดนั้นก็เพื่อปกป้องศิษย์เพียงคนเดียวของตน





“ข้ากำลังรอเจ้าอยู่เลย มาทางนี้เถอะ”



น้ำเสียงอันทุ้มกังวานของโกลเซนต์เจมินี่ที่ราวกับจะไม่ชอบใจนักดังแทรกความเงียบขึ้น พร้อมๆกับร่างสูงใหญ่ในชุดโกลครอธเจมินี่ได้ก้าวแหวกทางเข้ามากลางวง.... ใบหน้าอันหล่อเหลาคมเข้มส่อแววบึ้งตึงด้วยความไม่สบอารมณ์อย่างเห็นได้ชัด ยามเมื่อสตรีที่ตนพึงใจกำลังตกเป็นเป้าสายตาของบุรุษคนอื่น ....และอย่างไม่รอฟังคำตอบ ชายหนุ่มก็คว้าข้อมือเล็กๆขึ้นมาแล้วจูงห่างออกไปอย่างมิได้สนใจว่าสหายโกลเซนต์คนอื่นๆจะมองด้วยสายตาเช่นไร



“ดะ ..เดี๋ยวสิ ท่านซากะ... ข้ายัง..”


“เจ้าไม่จำเป็นต้องทักทายให้ครบทุกคนหรอกน่า

ดูไม่ออกรึว่าเจ้าพวกนั้นกำลังมองเจ้าตาเป็นมันเลย และถ้าหากยังไม่อยากจะถูกตามตอแยล่ะก็รีบๆตามข้ามาจะดีกว่า”



เมื่อถูกคว้าข้อมือแล้วลากจูงไปอย่างไม่ปราณีปราศรัย ร่างน้อยก็จำต้องเดินตามไปอย่างเสียมิได้ ในขณะที่ดวงตากลมโตจับจ้องมองดูโกลเซนต์รุ่นพี่ที่กำลังออกอาการหงุดหงิดอย่างไม่รู้จะทำอย่างไรดี หากแต่ในนาทีนั้นเองทั้งมูและซากะก็ต้องสะดุ้งเฮือก... เมื่อน้ำเสียงอันแผ่วเบาของท่านเคียวโกดังขึ้น




“ต้องขอขอบใจเจ้ามากที่เป็นธุระช่วยดูแลศิษย์ของข้า ..ทว่าคงจะดีกว่า ถ้าจะปล่อยให้เขาแก้ปัญหาของตนเองอย่างผู้ใหญ่ที่ดูแลตัวเองได้”



เคียวโกอารีเอส ชิออนปรากฎกายขึ้นบนบัลลังก์พร้อมด้วยเครื่องทรงเต็มยศ เรือนร่างสูงใหญ่ยืนเด่นเป็นสง่าอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะทรุดกายลงนั่ง ในขณะที่เหล่าโกลเซนต์ก็พากันคุกเข่าลงอย่างพร้อมเพรียงกัน


ภายใต้หน้ากากสีดำมันวาว... ชิออนกวาดสายตามองใบหน้าทั้ง12ของเหล่าขุนพลทีละคนๆอย่างใจเย็น ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างของศิษย์ตัวน้อยที่ก้มหน้านิ่งอยู่ข้างโกลเซนต์เจมินี่ และนั่นก็ส่งผลให้ชายหนุ่มต้องถอนหายใจ พร้อมกับระงับความต้องการที่จะตรงเข้าไปเล่นงานเจ้าหนุ่มตัวดีที่บังอาจมายุ่งกับมูอย่างสุดความสามารถ..... กระนั้นเรือนร่างอันแข็งแกร่งภายใต้ชุดคลุมยาวสีดำสนิทก็เพียงแต่เอนหลังพิงพนักเก้าอี้พร้อมทั้งประสานมือทั้ง2ไว้ที่หน้าตักด้วยท่าทีอันผ่อนคลาย




“ต้องขอขอบใจพวกท่านทุกคนที่มาชุมนุมอย่างพร้อมเพรียงกันในวาระสำคัญซึ่งเวียนมาถึงนี้

และดังเช่นที่ข้าเคยบอกพวกท่านทุกครั้งที่เราเจอกันว่า.. อารีเอส ชิออนผู้นี้รู้สึกภาคภูมิใจมากเพียงใดที่มีพวกท่านอยู่เคียงข้างในฐานะ12ยอดขุนพล ผู้ซึ่งจะร่วมฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆไปด้วยกันรวมทั้งผนึกกำลังกันปกป้ององค์เทวีผู้สำคัญยิ่งชีพ...


และในปีนี้... ถึงแม้ว่าสถานการณ์โดยรวมจะค่อนข้างสงบเรียบร้อยดี หากแต่โดโกกลับเริ่มสัมผัสได้ถึงพลังอำนาจที่เพิ่มขึ้นของศัตรู ดังนั้น.. เป็นไปได้ว่าฮาเดสอาจกำลังจะคืนชีพขึ้นมาในอีกไม่ช้า จงเตรียมตัวเตรียมใจเอาไว้ให้พร้อม ทันทีที่ได้รับการยืนยันอย่างแน่ชัดข้าจะบอกพวกท่านอีกครั้ง


เรื่องราวของการต่อสู้ในสงครามศักดิ์สิทธิ์ครั้งที่ผ่านมาเป็นอย่างไรนั้น คิดว่าพวกท่านก็คงจะได้รับรู้มาแล้วไม่มากก็น้อย และพวกข้า2คน.... ที่รอดชีวิตมาจากสงครามครั้งที่แล้วก็มีความคาดหวังว่าโกลเซนต์รุ่นนี้จะอดทน เข้มแข็งและเสียสละ ไม่ให้น้อยหน้ารุ่นที่ผ่านมา”




ทันทีที่ท่านเคียวโกกล่าวจบทั้งวิหารก็ตกอยู่ภายใต้ความเงียบงัน ในขณะที่เหล่าโกลเซนต์ที่คุกเข่านิ่งอยู่เบื้องหน้านั้นยังคงรักษาอาการสงบสำรวมไว้เช่นเดิม จะมีก็เพียงแต่สายตาที่ชำเลืองมองกันไปมาเท่านั้น แต่แล้วโกลเซนต์ผู้ดูแลวิหารที่11อควอเรียส คามิวก็พลันเงยหน้าขึ้นแล้วเอ่ยปากถาม


“ถ้าเช่นนั้น... การประลองกำลังอันเป็นสิ่งที่ดำเนินคู่กับการชุมนุมมาทุกปีจะยังคงมีอยู่รึไม่ครับท่านเคียวโก”


“แน่นอนว่ายังคงมีอยู่ ว่าแต่ปีนี้ถึงคราวของใคร”น้ำเสียงอันทุ้มลึกของประมุขแห่งแซงทัวรี่ถามขึ้น ในขณะที่เหล่าโกลเซนต์ต่างก็มองหน้ากันไปมา





“เป็นข้าเองครับ”




อารีเอส มูตอบขึ้นด้วยน้ำเสียงหวานดุจระฆังเงิน ใบหน้างามผุดผ่องดังแสงจันทร์พลันเงยขึ้นสบตากับผู้เป็นนายเหนือหัวพร้อมด้วยดวงตาคู่งามที่จ้องตรงไปเบื้องหน้าอย่างแน่วแน่ด้วยเตรียมใจมาแล้วเป็นอย่างดี



“และก็ข้าด้วย”


บุรุษผู้ใกล้เคียงพระเจ้าเอ่ยขึ้นเป็นคนถัดมาก่อนจะชำเลืองมองสหายตัวน้อยด้วยหางตา และท่ามกลางเสียงพูดคุยกันเบาๆของคนอื่นๆทั้งมูและชากะต่างก็สบตากันนิ่ง พร้อมด้วยความโล่งใจของทั้งคู่ ..ที่สหายรักได้เวียนมาพบกันเองด้วยความบังเอิญอย่างที่สุด





“คงจะเป็นการประลองที่น่าจับตาดูมาก ถ้าหากว่าเจ้ายังคงเป็นบุรุษอยู่นะ... มู”


คำพูดของเคียวโกอารีเอส ชิออนดึงความสนใจของทุกคนกลับมาในที่สุด ...เรือนกายอันงามสง่ายืดกายขึ้นจากบัลลังก์อย่างแช่มช้าก่อนจะก้าวลงมายังพื้นหิน ในขณะที่สายตาอีก11คู่ของบุรุษหนุ่มผู้ดูแลวิหารต่างๆพลันจับจ้องอยู่ที่ร่างน้อยในชุดโกลครอธอารีเอสเป็นจุดเดียวกัน หากมูกลับก้มหน้านิ่งอย่างมิกล้าสบตากับผู้เป็นอาจารย์พร้อมด้วยมือเล็กเรียวบางที่กำแน่นอยู่ข้างลำตัว




“แต่ภายใต้รูปลักษณ์ของสตรีเช่นนี้ ข้าไม่คิดว่ามันจะเหมาะสมที่จะอนุญาตให้เจ้าลงประลองกำลังกับพวกเขาหรอกนะ และในขณะเดียวกันเพื่อนๆโกลเซนต์ของเจ้าก็คงจะลำบากใจเช่นกัน


อย่าได้เข้าใจผิด.. มิใช่ว่าข้าอยากจะกีดกันเจ้าแต่อย่างใด แต่เมื่อลองมาคิดดูแล้วการประลองกำลังแบบลูกผู้ชายที่สวมเพียงแต่ชุดชั้นในแล้วแลกกำปั้นกันล้วนๆโดยปราศจากเครื่องป้องกันใดๆนั้น มันก็ไม่เหมาะกับเจ้าจริงๆนั่นแหละ ดังนั้น...


ตั้งเเต่นี้ไปชิออนผู้นี้อนุญาตให้เจ้าไม่ต้องลงประลองกับผู้ใดอีกเป็นกรณีพิเศษ... รวมถึงการประลองของเซนต์หญิงด้วย เนื่องจากตัวเจ้าเป็นถึงระดับโกลเซนต์ก็ดูจะเป็นการเอาเปรียบพวกนางเกินไปหน่อย ”




“..เอ้อ... ถ้าเช่นนั้น ..แล้วผู้ใดจะมาแทนข้าล่ะครับ ท่านเคียวโก”


อารีเอส มูถามเสียงแผ่วพร้อมด้วยดวงหน้าแดงก่ำ เมื่อมิอาจจะบอกได้ว่าตนกำลังอับอายขายหน้าหรือว่าโล่งใจกันแน่ เมื่อใจหนึ่งรู้สึกว่าตนไม่เป็นที่ต้องการและไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของที่นี่เลย ในขณะที่อีกใจหนึ่งก็กลับรู้สึกราวกับยกภูเขาออกจากอก เมื่อรู้ว่าจะไม่ต้องลงประลองแบบกอด รัด ฟัด เหวี่ยงกับบุรุษร่างใหญ่พวกนี้อีก




“นั่นสินะ... ถ้าเช่นนั้นข้าขอมอบหมายหน้าที่นี้ให้เจ้าแทนก็แล้วกัน

เจ้าจงลงประลองในปีนี้คู่กับเวอร์โก ชากะเถิด”

----------------------------------------------
To Be Con... Chapter66^0^


การประลองประจำปีที่กำลังจะมาถึงเป็นเหมือนสิ่งที่ทุกคนตั้งตารอคอย เพราะคงไม่ง่ายนักที่จะได้มีโอกาสชมการต่อสู้ระหว่างโกลเซนต์ด้วยกัน


ดังนั้น... ทั้งเซนต์ในระดับอื่นๆ เซนต์ฝึกหัดเเละผู้คนที่อาศัยอยู่บริเวณรอบๆเเซงทัวรี่จะคอยชมการต่อสู้อย่างใจจดใจจ่อทีเดียวล่ะค่ะ



เเต่ว่า.. เเล้วใครกันที่ท่านเคียวโกเลือกให้ลงประลองเเทนมู......








เรือนกายอันงดงามประหนึ่งรูปสลักเทพบุตรที่ถูกแสงไฟจากคบเพลิงขับให้เป็นสีทองแดงนั้นเป็นมันวาวระยับดุจดังเปล่งประกายไปด้วยหยาดเหงื่อที่เกาะพราว ผสมกับน้ำมันหอมที่ชโลมร่างให้เป็นมันวาว ในขณะที่เรือนผมของชายหนุ่มทั้ง2ซึ่งเปียกหมาดๆเพราะผ่านการอบอุ่นร่างกายมาก่อนหน้านี้ ได้รวบเป็นหางม้าไว้ด้านหลังด้วยเชือกเส้นเล็กๆ



ตามกฏกติกาที่ปฏิบัติกันมาช้านานนั้นมีอยู่ว่า... เนื่องจากเป็นการประลองโดยมีจุดมุ่งหมายอยู่ที่การกระชับความสัมพันธ์ระหว่างเซนต์ด้วยกัน ดังนั้นรูปแบบของการต่อสู้จึงอนุญาตให้ใช้เพียงแรงกายและวิธีการต่อสู้แบบปกติธรรมดาเท่านั้น และการระเบิดคอสโมคือข้อห้ามที่สำคัญยิ่ง


ในขณะเดียวกัน... ผลของการต่อสู้จะเป็นเช่นไรนั้น ตัดสิน ณ เวลาที่เม็ดทรายสีขาวในนาฬิกาทรายซึ่งตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ในตำแหน่งที่เห็นได้ชัดที่สุดในสนามไหลลงมาจนหมด ดังนั้นทั้งคู่จะมีเวลาโรมรันกันอย่างอิสระประมาณ 88 นาทีก่อนที่จะถูกจับแยก อันถือเป็นเสมือนการละเล่นที่สำคัญและเป็นที่ชื่นชอบของเหล่าเซนต์มาตลอด

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

อยากบอกว่านี่ถ้าไม่ติดตรงตามใจคนเขียนฟิคล่ะก็ หากอ้างอิงความเป็นจริงต้องมีหนุ่มๆอีกหลายคนที่คิดจะป้อนขนมจีบมาประเคนให้มูแน่ แต่เราคงไม่มีโอกาสได้เห็น(เว้นเสียแต่เป็นตอนพิเศษ)ฉากเหล่านั้นเพราะพี่แนนคงเห็นว่าเวิ้นเว่อและเสียเวลาเกิน

เหตุผลสนับสนุนที่ทำให้แป้งคิดว่ามีอีกหลายหนุ่มเพราะดูอ้างอิงจากนิสัยพวกเขาจากฟิคพี่แต่ละเรื่อง อย่างน้อยๆก็คามิวคนหนึ่งละ ที่เจ้าชู้ไม่เลือกหน้ากับสาวงาม ซึ่งขนาดตาสง่ายังหลงได้ขนาดนี้ มีหรือที่คนอื่นๆจะไม่หลงบ้าง

มาคราวนี้สง่ากับชิออนเริ่มออกอาการหึงหวงให้คนอ่านเห็นชัดเจนแต่ไม่เจนจักษ์ คือสง่ารู้ตัวว่ารักมากจึงหวงมากเป็นธรรมดาขนาดเอาตัวมูมาไว้ใกล้ๆ "ประมาณว่าใครเข้าใกล้แม่สาวคนนี้เอ็งตาย!" ตามมาด้วยสายตาพิฆาตเหมือนหมาห้วงก้างเลย 555+ ด้านชิออนเองก็หึงหวง รายนี้แม้รู้ตัวแล้วว่ารักแต่ก็ไม่ได้แสดงออกอะไรไปด้วยฐานะทางสังคมมันค้ำคออยู่+กับความรู้สึกที่ไม่อยากให้ใครรู้เป็นทุนเดิมเลยเลือกจะปิดบังปล่อยให้สง่าทำแทนตัวเอง นับว่าฉลาดนะ อย่างน้อยไม่ต้องคอยระวังอีก 10 หนุ่มแต่หากสง่าทำไรมูก็เล่นงานกับมันเอาแทนเหมือนเดิมนี่แหล่ะ

ส่วนเรื่องคำพูดการจากับท่านชิที่บอกมูไม่ให้ลงประลอง ฟังแล้วดูเหมือนมันเป็นการทำให้มูน่าอับอายยังไงไม่รู้ แม้จะดีต่อมูเองที่ไม่ต้องประลองอะไรแบบนั้นก็เหอะ แล้วคนที่จะมาแทนมูแป้งว่าต้องเป็นสง่าแน่เลย เพราะเคยมีคดีเก่าติดชะงักกันอยู่ตั้งแต่ตอนช่าไปช่วยมูในตอนที่สง่ารังแกมูตอนที่ 31-33 อยู่ก่อนแล้ว หรือไม่แน่ว่าคนเขียนอาจทำเซอร์ไพรส์คนอ่านด้วยการเอาท่านอารีเอส ชิออนนี่แหละมาสู้เองเลย เหอembarrassed ก็ถือเป็นแกะเหมือนกันไง เปลี่ยนจากแกะสาวเป็นแกะหนุ่มก็เท่านั้น
รอลุ้นต่อค่า

มาอัพไวๆนะคะพี่แนน

#1 By Lavenya on 2008-04-19 11:05

ใครจะประลองแทนมูเนี่ยembarrassed

#2 By suigintou (124.121.240.181) on 2008-04-19 14:32

เห็นด้วยกะพี่แป้งเด็ดๆค่ะ รินก็นึกว่าจะมีหนุ่มๆมาจีบมูบ้าง
ที่ไม่มีนี่จีบไม่ลงหรือไม่กล้าจีบกันนะ cry

ว่าแต่สง่านี่ช่างกล้าขนาดอยู่ในวิหารเคียวโกแล้วยังกล้ามายุ่ง
กับมูอีกsad smileแต่รู้สึกว่าปฏิกิริยาของไอโอเรียกะมิโรนี่
สองสามัคคี "ศรีไม่่เชื่อ" 555+ กับคนที่เคยแก้ผ้าอาบน้ำด้วยกันน้อยมาจะคิดเกินกว่าเพื่อน

แต่รู่สึกฉุนแฮะท่านชิดันดูถูกมูซะนี่ ถ้ามูเป็นผู้หญิงแต่แรกคงได้มีวีนแตก อาจารย์ก็อาจารย์เหอะ อายุปูนนั้นเถียงลูกศิษย์สาวๆไม่ขึ้นหรอก

ตอนนี้ถูกใจรินมากๆเลยค่ะ อยากรู้จังท่านชิให้ใครลงประลองแทนมู เดาว่าเป็นซากะนะ เพราะชากะเก่ง และท่านชิอาจเกิดอาการหมั่นไส้เป็นการส่วนตัวก็ได้double wink

พี่มูนใจดีอัพติดต่อกันบ่อยๆ สู้ๆนะค่ะ

#3 By กระต่ายสีดำ on 2008-04-19 16:42

สรุปว่าแกะขึ้นจากหลุมแล้วกลับแซงค์โดยสวัสดิภาพ แถมยังรอดจากแข่งมวยปล้ำอีก ดีแล้วล่ะที่มูไม่ต้องแข่ง ถึงจะดูเหมือนจำกัดสิทธิสตรีไปหน่อย แต่ให้ตายท่านชิคงไม่ยอมให้ใครมาแตะมูง่ายๆหรอก

เดาว่าท่านชิเลือกสง่าค่ะ อยากเสนอหน้ามาให้(มู)เห็นดีนัก

ว่าแต่เหมือนไม่มีใครจะจีบมูเพิ่มเลยนะคะ ไม่รู้ช็อกจนลืมนึกหรือไม่กล้ากันแน่ (เห็นแววตาเคียวโกแล้วขอบาย)big smile

#4 By เจส (202.57.171.33) on 2008-05-11 21:33