Chapter68
posted on 26 Apr 2008 09:08 by moon-drop in Moonlight-Serenade| ดีค่ะ... ล่าสุดนี้มูนดรอปรู้สึกว่าเรตติ้งของท่านสง่าเเละท่านช่าดูจะสูสีๆกันอยู่นะคะ ในขณะที่ของท่านชิกลับตกฮวบลงอย่างไม่น่าเชื่อ*0* เเต่ว่า... ความที่เป็น"ท่านชิจอมเก๊ก"ที่พวกเราหมั่นไส้กันมานานนั้นก็มีวันหมดอายุเหมือนกันล่ะ ซึ่งอดใจรออีกไม่นานเเล้วค่ะ เเต่ว่าระหว่างนี้จะมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นอีกล่ะ.... ---------------------------------------------- Chapter68 ....ถึงที่สุดแล้วก็ยังมิอาจตัดสินกันได้อย่างเด็ดขาดหรือนี่..... หากเป็นเช่นนี้ก็เห็นทีจะมีเพียงการระเบิดคอสโมใส่กันเท่านั้นกระมัง จึงจะทำให้รู้ผลชัดเจน.... บุรุษหนุ่มร่างสูงใหญ่ เจ้าของเรือนผมสีน้ำเงินยาวที่ยังคงเปียกชุ่มจากการชำระล้างคราบฝุ่นดินสกปรกจากการประลองที่ผ่านมาเมื่อช่วงหัวค่ำ ในขณะที่เรือนกายซึ่งเกือบเปลือยที่สวมเพียงกางเกงหนังสีเข้มก็ยังไม่แห้งดี.... เจมินี่ ซากะขยุ้มผ้าขนหนูเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้แห้งพลางเดินทอดน่องลงไปตามบันไดหินซึ่งพาตนให้เข้าไปใกล้วิหารแรกสุดอย่างใจลอย.... นัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มเหม่อมองฝ่าความมืดสลัวที่มีเพียงแสงจันทร์อันงามผุดผ่องส่องสว่างอยู่เบื้องบน ไปยังทิศทางที่ตั้งของวิหารอาริเอสพลางถอนหายใจ ...ตัวข้านี้ชักจะหนักข้อขึ้นทุกวันแล้ว เพียงแค่ได้เห็นมูในภูษาบางเบาอันอวดรูปโฉมสรีระแห่งอิสตรีเท่านั้นก็ถึงกับบ้าไปเลยงั้นหรือ.... ..แม้จะรู้ทั้งรู้ว่านางมิเคยจะเหลียวมองเลยสักครั้ง แต่ก็ยังมิวาย ตอกย้ำความเจ็บปวดลงในหัวใจตน ด้วยการเดินมาแอบเมียงมองนางในดวงใจทำไมกัน... ในเมื่อเวลานี้มูคงจะกำลังดูแลความเรียบร้อยบนวิหารของตนเองอย่างเช่นเคย และตนก็รู้ดีอยู่แก่ใจว่าการเข้าไปหาในเวลานี้ เป็นการเสี่ยงต่อการผิดคำสัญญาที่ได้ให้ไว้มากเพียงใด.... ชายหนุ่มทอดถอนหายใจอีกครั้งด้วยความกลัดกลุ้ม เมื่อตระหนักชัดว่าความรักที่ราวกับเพลิงสุมทรวงกำลังทำพิษอีกแล้ว ..เช่นเดียวกับทุกราตรีที่ล่วงเลยมา .....เจ้าจะรู้บ้างรึไม่... ว่าคำมั่นที่ข้าได้ให้ไว้กับเจ้ามันกำลังแผดเผาให้ข้าต้องรุ่มร้อนเจียนตายสักเพียงไหน... ...แต่หากว่าการตกนรกทั้งเป็นนั้น จะทำให้เจ้าหันมายิ้มให้กับข้าในสักวันหนึ่งมันก็คุ้มค่าแล้ว โกลเซนต์เจมินี่ ยังไม่ทันจะได้เข้าใกล้วิหารแรกสุดไปมากกว่านี้ก็มีอันต้องสะดุดสายตาเข้ากับบางสิ่งบางอย่าง.... ด้วยอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ที่กำลังเคลื่อนใกล้เข้ามาเรื่อยๆนั้นทำให้ชายหนุ่มเข้าใจว่าคงเป็นนางข้าช่วงใช้คนใดคนหนึ่งที่บังเอิญกลับที่พำนักของตนช้ากว่าปรกติ กิริยาท่าทีจึงได้ดูกระหืดกระหอบนัก ทว่าเมื่อร่างนั้นใกล้เข้ามามากขึ้นจนพอจะเห็นได้ชัดว่าอะไรเป็นอะไรซากะก็ต้องปากคอแห้งผากพร้อมด้วยหัวใจที่เต้นระรัว ..เมื่อเรือนกายขาวผุดผ่องที่ต้องแสงจันทร์แลเห็นเป็นยองใย กับเรือนผมสีม่วงอ่อนที่ปล่อยยาวสยายให้พริ้วไปตามลมนั้นจะเป็นใครไปได้.... ถ้ามิใช่บุคคลผู้ซึ่งตนคิดถึงแทบขาดใจ หากก่อนที่จะได้เอ่ยปากทักโกลเซนต์หนุ่มก็มีอันต้องชะงักงัน เมื่อได้พบว่านางอันเป็นที่รักกำลังร่ำไห้..... และนั่นก็ทำให้เจมินี่ ซากะตัดสินใจเอ่ยถามถึงสิ่งที่ตนก็รู้คำตอบดีอยู่เเก่ใจด้วยอดรนทนนิ่งอยู่ไม่ได้ “..เป็นอะไรไป.... อย่าบอกนะ.. ว่าเพราะ เขา อีกแล้ว” อารีเอส มูต้องสะดุ้งเฮือก เมื่อน้ำเสียงอันคุ้นเคยที่พลันดังขึ้นอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัวนั้นเป็นของบุรุษหนุ่ม ผู้ซึ่งตนไม่คาดคิดว่าจะได้พบในเวลานี้ ...ดวงหน้าแสนหวานที่อาบน้ำตานองพลันเงยขึ้นมองในทันใด หากก็ไม่มีคำตอบใดจากริมฝีปากนุ่มที่กำลังสั่นระริกนอกจากความเงียบงัน.... มีเพียงเสียงสะอื้นเบาๆเท่านั้น ที่เป็นเครื่องบ่งชี้ว่าร่างน้อยตรงหน้านี้ยังมิได้มลายหายกลายเป็นธาตุอากาศไปเสียเเล้ว ..ทว่าแพขนตายาวงอนและดวงตาคู่งามที่เปียกชุ่มด้วยหยาดน้ำตาที่ยังคงไหลรินอาบเรียวแก้มนวลนั้นกลับเต็มไปด้วยความเจ็บปวดรวดร้าวอันเป็นภาวะซึ่งเขาสุดจะทนดูได้... และทั้งๆที่ได้ให้คำมั่นเอาไว้เเล้วว่าตนจะไม่ล่วงเกินสตรีสาวตัวน้อยอีกเป็นครั้งที่2 หากเเต่ซากะกลับพบว่าตนดึงร่างน้อยเข้ามากอดกระชับไว้เเนบอกเสียเเล้ว “เป็นข้าไม่ได้หรือ!!.... ข้าจะคอยดูและเอาใจใส่ จะอยู่เคียงข้างเจ้าทั้งเช้าค่ำ ข้าจะมิยอมปล่อยให้เจ้าต้องทุกข์ตรมเสียน้ำตาอย่างที่อาจารย์ของเจ้าทำกับเจ้าหรอก... มู... ด้วยหัวใจรักที่ข้ามีให้เจ้าเพียงผู้เดียวเท่านั้น ....ซากะผู้นี้ขอสาบานว่าจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้เจ้ามีความสุขด้วย2แขนของข้าให้จงได้ ดังนั้น.. ได้โปรดเถอะ.....” ...รักข้า มองข้าบ้าง..... ........................................................ สิ่งที่ได้เห็น... ราวกับเป็นสายฟ้าฟาดลงกลางใจ ส่งผลให้เรือนกายอันงามสง่าในชุดคลุมยาวต้องสั่นเทิ้มไปทั้งร่าง เป็นครั้งแรกในชีวิต ที่เขาเกิดความรู้สึกเช่นนี้.... เมื่อตลอด200กว่าปีที่ผ่านมาไม่เคยมีครั้งใดเลย ที่ชิออนนึกอยากจะระเบิดใครสักคนให้เป็นจุณมากเท่ากับวันนี้ ส่งผลให้ใบหน้าอันงดงามไร้ที่ติ ซึ่งเคยเรียบเฉยอย่างสงวนท่าทีเสมอมากลับบึ้งตึงพร้อมกับขบกรามแน่นจนนูนเป็นสันเห็นได้ชัด พร้อมด้วยนัยน์ตาสีม่วงเข้มเปล่งประกายแข็งกร้าวที่มองตรงไปเบื้องหน้า กระนั้นบุรุษผู้เป็นประมุขแห่งเหล่าเซนต์ก็ยังพยายามจะสงบสติอารมณ์แล้วบังคับให้ตนเองจ้องมองภาพบาดใจของ2หนุ่มสาวที่โอบกอดกันอยู่ท่ามกลางความมืดนั้นด้วยความเฉยชา.... แม้จะตระหนักดีว่าภายในร่างของตนกำลังเดือดพล่านราวกับเพลิงกาฬที่ลวกร้อนเผาผลาญหัวใจให้มอดไหม้ทรมาน ..ทว่ามันก็มิใช่ความผิดของเด็ก2คนนั้น ...ก็แล้วจะโทษใครได้อีกเล่า ถ้ามิใช่เพราะตัวข้าเองที่ทำให้ผู้เป็นที่รักต้องเสียใจ...... ..ให้ตายเถิดปวงเทพเจ้า..... ใยจึงได้ทำให้ข้าต้องเกิดมีรักขึ้นมาทั้งๆที่อยู่มาจนแก่ปานนี้ด้วยเล่า.... ช่างน่ารังเกียจสิ้นดี.... ....ใยพระองค์จึงต้องทำให้ข้าหมดสิ้นความนับถือในตนเอง ..หมดสิ้นกระทั่งศักดิ์ศรีทั้งมวลที่เคยภาคภูมิใจ ไปกับการที่ต้องหลงรักศิษย์ของตนอย่างปักจิตฝังใจเช่นนี้ ใยพระองค์ต้อง... ชิออนสะบัดชายเสื้อคลุมจากไปอย่างรวดเร็วพร้อมด้วยมือใหญ่ทั้งคู่ที่กำแน่นเสียจนข้อนิ้วขาวซีดด้วยมิอาจทนมองภาพตรงหน้าได้อีกต่อไป... ชายหนุ่มมิได้สนใจความเจ็บปวดยามที่ปลายเล็บจิกเข้าไปในเนื้อเสียจนได้เลือดแต่อย่างใด ...เมื่อในยามนี้หัวใจของตนกำลังร่ำร้องให้ตรงเข้าไปกระชากสาวน้อยนางนั้นออกมาจากอ้อมแขนของซากะ แล้วระเบิดร่างเจ้าหนุ่มอวดดีนั่นเสียมิให้เหลือแม้แต่เศษเถ้าธุลี..... ทั้งอยากจะร้องตะโกนก้องสาปส่งชะตากรรมของตนด้วยนึกรังเกียจหัวใจสกปรกโสโครกดวงนี้.. ที่มันอยากแต่จะกอดเก็บศิษย์สาวตัวน้อยไว้แต่เพียงผู้เดียว และก็ทนมิได้ที่จะต้องเห็นบุรุษคนใดเข้ามาชิดใกล้ ..มู.... เช่นนี้แล้วข้าจะอดกลั้นหัวใจตนเองยามเมื่อเข้าใกล้เจ้าได้อย่างไรกัน...... นานเท่าไรก็มิอาจรู้ได้ ที่ตกอยู่ในวงแขนของชายคนนี้... อารีเอส มูเงยหน้าขึ้นจากแผงอกกว้างของชายหนุ่มพร้อมด้วยขอบตาที่บวมแดง ก่อนจะพบเข้ากับนัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มที่กำลังจ้องมองมาด้วยความร้อนรุ่ม ...ซากะประคองดวงหน้างามอย่างแผ่วเบาพร้อมกับพยายามซึมซับภาพตรงหน้าที่ราวกับความฝันเอาไว้ให้สมองให้มากที่สุด “ข้ารักเจ้า.... จะให้โอกาสข้าบ้างมิได้เชียวหรือ” ...มิใช่ว่าจะไม่รับรู้ถึงความรู้สึกของเจ้าของเรือนกายสูงใหญ่เบื้องหน้า.... ด้วยมันก็คึอภาพสะท้อนความรู้สึกของตนที่มีต่อท่านอาจารย์.... หากเเต่... “อภัยด้วยท่านซากะ.... ถึงเเม้ว่าอารีเอส มูผู้นี้จะปรารถนาที่จะรักท่านสักเพียงใด... หากเเต่หัวใจข้ากลับติดอยู่ในกรงขังเสียเนิ่นนานเเล้ว....” กรงรัก ที่ซึ่งกักขังหัวใจ.... ..ที่มีเพียงท่านอาจารย์ของข้าเท่านั้นที่เป็นเจ้าของ ถึงแม้ว่าคำตอบที่ดังขึ้นแผ่วๆจากร่างน้อยในอ้อมแขนนั้นจะเป็นสิ่งที่ตนพอจะเดาได้อยู่แต่แรกแล้ว กระนั้นซากะก็ยังคงเฝ้ามองดวงหน้าหวานที่ตราตรึงอยู่ในความทรงจำและหัวใจอันรวดร้าวของตนอย่างเจ็บปวด ....มันไม่มีทางเลยหรือ... ที่เจ้าจะเป็นของข้า.... ชายหนุ่มไล้นิ้วหัวแม่มือช้าๆไปตามเรียวแก้มเนียนใส พลางเคลื่อนปลายนิ้วไปยังกลีบปากนุ่มอย่างแผ่วเบาพร้อมกับประสานสายตานิ่ง.. พลางรับรู้ได้ถึงความสับสนและเจ็บปวดที่ฉายชัดอยู่ในดวงตาสีเขียวเข้มคู่งามมากเท่าๆกับความเจ็บปวดและโหยหาที่ฝังแน่นอยู่ในหัวใจตน ...ก่อนจะหลับตาลงแล้วแนบริมฝีปากลงไปอย่างช้าๆในขณะที่สตรีผู้เป็นดวงใจกลับมิได้หลีกหนีดังเช่นทุกครั้ง ทว่าสัมผัสหวานล้ำจากริมฝีปากเนียนนุ่มในอึดใจแรกที่ได้ลิ้มรสกลับทำให้ซากะต้องหยุดชะงัก ...ไม่..... หากว่าการกระทำของตนจะทำให้ร่างเล็กๆในอ้อมแขนต้องตกใจกลัวอีก เขาสู้ยอม.... ยอมเป็นฝ่ายถอนตัวจะดีกว่า... ..ถอนตัว ถอนใจ ทั้งๆที่รักมากเหลือเกิน.... เจมินี่ ซากะจำต้องบังคับให้ตนเองถอนใบหน้าขึ้นมาก่อนที่ความอดทนทั้งหมดจะขาดผึงลง พร้อมด้วยวงแขนที่คลายออกอย่างไม่เต็มใจ ใบหน้าคมเข้มพลันเบือนหน้าหนีภาพอันแสนหวานตรงหน้าพลางกำมือแน่น “รีบกลับวิหารของเจ้าไปเสียเถิด ก่อนที่ข้าจะผิดสัญญาที่เคยให้ไว้” ชายหนุ่มเฝ้ามองร่างน้อย ผู้ซึ่งเป็นสุดที่รักของตนวิ่งลับตาไปอย่างโหยหา ทว่าบัดนี้ความปรารถนาที่จะได้เห็นมูแย้มยิ้มมีมากกว่าแรงผลักดันตามธรรมชาติของตน และนั่นก็ทำให้เขาต้องก่นด่าตนเองในภายหลังที่ปล่อยให้ความฝันของตนหลุดมือไปอย่างไม่น่าให้อภัยที่สุด ....เจ้าโง่เอ๋ย..... ช่างโง่อะไรอย่างนี้.. เพียงแค่แข็งใจอีกนิดเดียวเท่านั้นนางก็จะเป็นของเจ้าอยู่แล้ว -------------------------------------------- To Be Con...Chapter69*0* เป็นครั้งเรกที่ท่านสง่าไม่ฉวยโอกาสกับมู ทั้งๆที่ผ่านมาหากว่ามีโอกาสอย่างนี้พี่เเกไม่เคยจะปล่อยให้รอดมือไปได้ เเต่ครั้งนี้หมาป่าป่าวายร้ายกลับยอมปล่อยให้ลูกเเกะสาวกลับวิหารไปเเต่โดยดี.... เป็นอะไรที่มูนดรอปอยากจะสื่อให้เห็นถึงพัฒนาการของท่านสง่าค่ะ ...คนเราจะเป็นหมาป่าไปตลอดกาลมันก็คงไม่เข้าท่านักจริงมั้ย และหากว่าในอนาคตมูคือคนที่จะมาดับลมหายใจของตนแล้วล่ะก็.... ชิออนก็เชื่อมั่นเหลือเกินว่าเด็กคนนั้นย่อมต้องตัดสินใจทำในสิ่งที่คิดว่าถูกต้องแล้ว ...เพราะว่านั่นคือนิสัยของมู ในเมื่อเขาฟูมฟักเลี้ยงดูมากับมือ มีหรือที่จะไม่รู้ความนึกคิดของเด็กคนนั้น ...บางทีการที่ได้จบชีวิตด้วยมือของผู้เป็นที่รักคงจะเป็นรางวัลครั้งสุดท้าย ตอบแทนที่ตนทำหน้าที่มายาวนานกระมัง |
Tags: fic, fiction, mu, saint seiya, shion10 Comments
ส่วนท่านชิออนก็น่าสงสารนะ รักมากแต่มีคุณธรรมสูงเลยทำอะไรไม่ได้ แต่ว่าไม่สงสารหรอกเพราะทำกับมูไว้เยอะ
แต่ก็ชอบนะท่านชิออนตอนหึงนี่ช๊อบ ชอบ ท่านชิออนขี้หึงขนาดนี้เนี่ยถ้าน็อตหลุดขึ้นมาเมื่อไรน้องมูจะเอาอยู่ไหม๊เนี่ย
อยากเห็นเร็วๆจังเลย
แต่ตอนต่อไปอ่า อาไรจบชีวิตอาไร หวังว่าจาไม่ใช่อย่างที่คิดน้าาาาาาาาาาาาาาา อ้ากกกกกกกกกกกก
ป.ล.อัพเยอะๆเปงกำลังใจให้ค่า
#1 By janaj on 2008-04-26 16:10