Chapter68

posted on 26 Apr 2008 09:08 by moon-drop  in Moonlight-Serenade
ดีค่ะ...


ล่าสุดนี้มูนดรอปรู้สึกว่าเรตติ้งของท่านสง่าเเละท่านช่าดูจะสูสีๆกันอยู่นะคะ ในขณะที่ของท่านชิกลับตกฮวบลงอย่างไม่น่าเชื่อ*0*

เเต่ว่า... ความที่เป็น"ท่านชิจอมเก๊ก"ที่พวกเราหมั่นไส้กันมานานนั้นก็มีวันหมดอายุเหมือนกันล่ะ ซึ่งอดใจรออีกไม่นานเเล้วค่ะ



เเต่ว่าระหว่างนี้จะมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นอีกล่ะ....


----------------------------------------------


Chapter68




....ถึงที่สุดแล้วก็ยังมิอาจตัดสินกันได้อย่างเด็ดขาดหรือนี่.....


หากเป็นเช่นนี้ก็เห็นทีจะมีเพียงการระเบิดคอสโมใส่กันเท่านั้นกระมัง จึงจะทำให้รู้ผลชัดเจน....




บุรุษหนุ่มร่างสูงใหญ่ เจ้าของเรือนผมสีน้ำเงินยาวที่ยังคงเปียกชุ่มจากการชำระล้างคราบฝุ่นดินสกปรกจากการประลองที่ผ่านมาเมื่อช่วงหัวค่ำ ในขณะที่เรือนกายซึ่งเกือบเปลือยที่สวมเพียงกางเกงหนังสีเข้มก็ยังไม่แห้งดี....


เจมินี่ ซากะขยุ้มผ้าขนหนูเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้แห้งพลางเดินทอดน่องลงไปตามบันไดหินซึ่งพาตนให้เข้าไปใกล้วิหารแรกสุดอย่างใจลอย.... นัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มเหม่อมองฝ่าความมืดสลัวที่มีเพียงแสงจันทร์อันงามผุดผ่องส่องสว่างอยู่เบื้องบน ไปยังทิศทางที่ตั้งของวิหารอาริเอสพลางถอนหายใจ




...ตัวข้านี้ชักจะหนักข้อขึ้นทุกวันแล้ว


เพียงแค่ได้เห็นมูในภูษาบางเบาอันอวดรูปโฉมสรีระแห่งอิสตรีเท่านั้นก็ถึงกับบ้าไปเลยงั้นหรือ....



..แม้จะรู้ทั้งรู้ว่านางมิเคยจะเหลียวมองเลยสักครั้ง แต่ก็ยังมิวาย


ตอกย้ำความเจ็บปวดลงในหัวใจตน ด้วยการเดินมาแอบเมียงมองนางในดวงใจทำไมกัน...



ในเมื่อเวลานี้มูคงจะกำลังดูแลความเรียบร้อยบนวิหารของตนเองอย่างเช่นเคย และตนก็รู้ดีอยู่แก่ใจว่าการเข้าไปหาในเวลานี้ เป็นการเสี่ยงต่อการผิดคำสัญญาที่ได้ให้ไว้มากเพียงใด.... ชายหนุ่มทอดถอนหายใจอีกครั้งด้วยความกลัดกลุ้ม เมื่อตระหนักชัดว่าความรักที่ราวกับเพลิงสุมทรวงกำลังทำพิษอีกแล้ว ..เช่นเดียวกับทุกราตรีที่ล่วงเลยมา





.....เจ้าจะรู้บ้างรึไม่... ว่าคำมั่นที่ข้าได้ให้ไว้กับเจ้ามันกำลังแผดเผาให้ข้าต้องรุ่มร้อนเจียนตายสักเพียงไหน...


...แต่หากว่าการตกนรกทั้งเป็นนั้น จะทำให้เจ้าหันมายิ้มให้กับข้าในสักวันหนึ่งมันก็คุ้มค่าแล้ว





โกลเซนต์เจมินี่ ยังไม่ทันจะได้เข้าใกล้วิหารแรกสุดไปมากกว่านี้ก็มีอันต้องสะดุดสายตาเข้ากับบางสิ่งบางอย่าง.... ด้วยอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ที่กำลังเคลื่อนใกล้เข้ามาเรื่อยๆนั้นทำให้ชายหนุ่มเข้าใจว่าคงเป็นนางข้าช่วงใช้คนใดคนหนึ่งที่บังเอิญกลับที่พำนักของตนช้ากว่าปรกติ กิริยาท่าทีจึงได้ดูกระหืดกระหอบนัก


ทว่าเมื่อร่างนั้นใกล้เข้ามามากขึ้นจนพอจะเห็นได้ชัดว่าอะไรเป็นอะไรซากะก็ต้องปากคอแห้งผากพร้อมด้วยหัวใจที่เต้นระรัว ..เมื่อเรือนกายขาวผุดผ่องที่ต้องแสงจันทร์แลเห็นเป็นยองใย กับเรือนผมสีม่วงอ่อนที่ปล่อยยาวสยายให้พริ้วไปตามลมนั้นจะเป็นใครไปได้.... ถ้ามิใช่บุคคลผู้ซึ่งตนคิดถึงแทบขาดใจ หากก่อนที่จะได้เอ่ยปากทักโกลเซนต์หนุ่มก็มีอันต้องชะงักงัน เมื่อได้พบว่านางอันเป็นที่รักกำลังร่ำไห้.....


และนั่นก็ทำให้เจมินี่ ซากะตัดสินใจเอ่ยถามถึงสิ่งที่ตนก็รู้คำตอบดีอยู่เเก่ใจด้วยอดรนทนนิ่งอยู่ไม่ได้





“..เป็นอะไรไป....


อย่าบอกนะ.. ว่าเพราะ เขา อีกแล้ว”




อารีเอส มูต้องสะดุ้งเฮือก เมื่อน้ำเสียงอันคุ้นเคยที่พลันดังขึ้นอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัวนั้นเป็นของบุรุษหนุ่ม ผู้ซึ่งตนไม่คาดคิดว่าจะได้พบในเวลานี้ ...ดวงหน้าแสนหวานที่อาบน้ำตานองพลันเงยขึ้นมองในทันใด หากก็ไม่มีคำตอบใดจากริมฝีปากนุ่มที่กำลังสั่นระริกนอกจากความเงียบงัน.... มีเพียงเสียงสะอื้นเบาๆเท่านั้น ที่เป็นเครื่องบ่งชี้ว่าร่างน้อยตรงหน้านี้ยังมิได้มลายหายกลายเป็นธาตุอากาศไปเสียเเล้ว ..ทว่าแพขนตายาวงอนและดวงตาคู่งามที่เปียกชุ่มด้วยหยาดน้ำตาที่ยังคงไหลรินอาบเรียวแก้มนวลนั้นกลับเต็มไปด้วยความเจ็บปวดรวดร้าวอันเป็นภาวะซึ่งเขาสุดจะทนดูได้...


และทั้งๆที่ได้ให้คำมั่นเอาไว้เเล้วว่าตนจะไม่ล่วงเกินสตรีสาวตัวน้อยอีกเป็นครั้งที่2 หากเเต่ซากะกลับพบว่าตนดึงร่างน้อยเข้ามากอดกระชับไว้เเนบอกเสียเเล้ว





“เป็นข้าไม่ได้หรือ!!....



ข้าจะคอยดูและเอาใจใส่ จะอยู่เคียงข้างเจ้าทั้งเช้าค่ำ ข้าจะมิยอมปล่อยให้เจ้าต้องทุกข์ตรมเสียน้ำตาอย่างที่อาจารย์ของเจ้าทำกับเจ้าหรอก...

มู... ด้วยหัวใจรักที่ข้ามีให้เจ้าเพียงผู้เดียวเท่านั้น ....ซากะผู้นี้ขอสาบานว่าจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้เจ้ามีความสุขด้วย2แขนของข้าให้จงได้


ดังนั้น.. ได้โปรดเถอะ.....”




...รักข้า



มองข้าบ้าง.....






........................................................



สิ่งที่ได้เห็น... ราวกับเป็นสายฟ้าฟาดลงกลางใจ ส่งผลให้เรือนกายอันงามสง่าในชุดคลุมยาวต้องสั่นเทิ้มไปทั้งร่าง




เป็นครั้งแรกในชีวิต ที่เขาเกิดความรู้สึกเช่นนี้....

เมื่อตลอด200กว่าปีที่ผ่านมาไม่เคยมีครั้งใดเลย ที่ชิออนนึกอยากจะระเบิดใครสักคนให้เป็นจุณมากเท่ากับวันนี้ ส่งผลให้ใบหน้าอันงดงามไร้ที่ติ ซึ่งเคยเรียบเฉยอย่างสงวนท่าทีเสมอมากลับบึ้งตึงพร้อมกับขบกรามแน่นจนนูนเป็นสันเห็นได้ชัด พร้อมด้วยนัยน์ตาสีม่วงเข้มเปล่งประกายแข็งกร้าวที่มองตรงไปเบื้องหน้า


กระนั้นบุรุษผู้เป็นประมุขแห่งเหล่าเซนต์ก็ยังพยายามจะสงบสติอารมณ์แล้วบังคับให้ตนเองจ้องมองภาพบาดใจของ2หนุ่มสาวที่โอบกอดกันอยู่ท่ามกลางความมืดนั้นด้วยความเฉยชา.... แม้จะตระหนักดีว่าภายในร่างของตนกำลังเดือดพล่านราวกับเพลิงกาฬที่ลวกร้อนเผาผลาญหัวใจให้มอดไหม้ทรมาน ..ทว่ามันก็มิใช่ความผิดของเด็ก2คนนั้น



...ก็แล้วจะโทษใครได้อีกเล่า ถ้ามิใช่เพราะตัวข้าเองที่ทำให้ผู้เป็นที่รักต้องเสียใจ......







..ให้ตายเถิดปวงเทพเจ้า.....


ใยจึงได้ทำให้ข้าต้องเกิดมีรักขึ้นมาทั้งๆที่อยู่มาจนแก่ปานนี้ด้วยเล่า....





ช่างน่ารังเกียจสิ้นดี....


....ใยพระองค์จึงต้องทำให้ข้าหมดสิ้นความนับถือในตนเอง ..หมดสิ้นกระทั่งศักดิ์ศรีทั้งมวลที่เคยภาคภูมิใจ ไปกับการที่ต้องหลงรักศิษย์ของตนอย่างปักจิตฝังใจเช่นนี้



ใยพระองค์ต้อง...




ชิออนสะบัดชายเสื้อคลุมจากไปอย่างรวดเร็วพร้อมด้วยมือใหญ่ทั้งคู่ที่กำแน่นเสียจนข้อนิ้วขาวซีดด้วยมิอาจทนมองภาพตรงหน้าได้อีกต่อไป... ชายหนุ่มมิได้สนใจความเจ็บปวดยามที่ปลายเล็บจิกเข้าไปในเนื้อเสียจนได้เลือดแต่อย่างใด ...เมื่อในยามนี้หัวใจของตนกำลังร่ำร้องให้ตรงเข้าไปกระชากสาวน้อยนางนั้นออกมาจากอ้อมแขนของซากะ แล้วระเบิดร่างเจ้าหนุ่มอวดดีนั่นเสียมิให้เหลือแม้แต่เศษเถ้าธุลี.....


ทั้งอยากจะร้องตะโกนก้องสาปส่งชะตากรรมของตนด้วยนึกรังเกียจหัวใจสกปรกโสโครกดวงนี้.. ที่มันอยากแต่จะกอดเก็บศิษย์สาวตัวน้อยไว้แต่เพียงผู้เดียว และก็ทนมิได้ที่จะต้องเห็นบุรุษคนใดเข้ามาชิดใกล้



..มู.... เช่นนี้แล้วข้าจะอดกลั้นหัวใจตนเองยามเมื่อเข้าใกล้เจ้าได้อย่างไรกัน......







นานเท่าไรก็มิอาจรู้ได้ ที่ตกอยู่ในวงแขนของชายคนนี้... อารีเอส มูเงยหน้าขึ้นจากแผงอกกว้างของชายหนุ่มพร้อมด้วยขอบตาที่บวมแดง ก่อนจะพบเข้ากับนัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มที่กำลังจ้องมองมาด้วยความร้อนรุ่ม ...ซากะประคองดวงหน้างามอย่างแผ่วเบาพร้อมกับพยายามซึมซับภาพตรงหน้าที่ราวกับความฝันเอาไว้ให้สมองให้มากที่สุด





“ข้ารักเจ้า.... จะให้โอกาสข้าบ้างมิได้เชียวหรือ”



...มิใช่ว่าจะไม่รับรู้ถึงความรู้สึกของเจ้าของเรือนกายสูงใหญ่เบื้องหน้า.... ด้วยมันก็คึอภาพสะท้อนความรู้สึกของตนที่มีต่อท่านอาจารย์....


หากเเต่...




“อภัยด้วยท่านซากะ.... ถึงเเม้ว่าอารีเอส มูผู้นี้จะปรารถนาที่จะรักท่านสักเพียงใด...

หากเเต่หัวใจข้ากลับติดอยู่ในกรงขังเสียเนิ่นนานเเล้ว....”






กรงรัก ที่ซึ่งกักขังหัวใจ....


..ที่มีเพียงท่านอาจารย์ของข้าเท่านั้นที่เป็นเจ้าของ




ถึงแม้ว่าคำตอบที่ดังขึ้นแผ่วๆจากร่างน้อยในอ้อมแขนนั้นจะเป็นสิ่งที่ตนพอจะเดาได้อยู่แต่แรกแล้ว กระนั้นซากะก็ยังคงเฝ้ามองดวงหน้าหวานที่ตราตรึงอยู่ในความทรงจำและหัวใจอันรวดร้าวของตนอย่างเจ็บปวด



....มันไม่มีทางเลยหรือ... ที่เจ้าจะเป็นของข้า....




ชายหนุ่มไล้นิ้วหัวแม่มือช้าๆไปตามเรียวแก้มเนียนใส พลางเคลื่อนปลายนิ้วไปยังกลีบปากนุ่มอย่างแผ่วเบาพร้อมกับประสานสายตานิ่ง.. พลางรับรู้ได้ถึงความสับสนและเจ็บปวดที่ฉายชัดอยู่ในดวงตาสีเขียวเข้มคู่งามมากเท่าๆกับความเจ็บปวดและโหยหาที่ฝังแน่นอยู่ในหัวใจตน ...ก่อนจะหลับตาลงแล้วแนบริมฝีปากลงไปอย่างช้าๆในขณะที่สตรีผู้เป็นดวงใจกลับมิได้หลีกหนีดังเช่นทุกครั้ง ทว่าสัมผัสหวานล้ำจากริมฝีปากเนียนนุ่มในอึดใจแรกที่ได้ลิ้มรสกลับทำให้ซากะต้องหยุดชะงัก




...ไม่.....



หากว่าการกระทำของตนจะทำให้ร่างเล็กๆในอ้อมแขนต้องตกใจกลัวอีก เขาสู้ยอม.... ยอมเป็นฝ่ายถอนตัวจะดีกว่า...


..ถอนตัว ถอนใจ ทั้งๆที่รักมากเหลือเกิน....





เจมินี่ ซากะจำต้องบังคับให้ตนเองถอนใบหน้าขึ้นมาก่อนที่ความอดทนทั้งหมดจะขาดผึงลง พร้อมด้วยวงแขนที่คลายออกอย่างไม่เต็มใจ ใบหน้าคมเข้มพลันเบือนหน้าหนีภาพอันแสนหวานตรงหน้าพลางกำมือแน่น



“รีบกลับวิหารของเจ้าไปเสียเถิด ก่อนที่ข้าจะผิดสัญญาที่เคยให้ไว้”




ชายหนุ่มเฝ้ามองร่างน้อย ผู้ซึ่งเป็นสุดที่รักของตนวิ่งลับตาไปอย่างโหยหา ทว่าบัดนี้ความปรารถนาที่จะได้เห็นมูแย้มยิ้มมีมากกว่าแรงผลักดันตามธรรมชาติของตน และนั่นก็ทำให้เขาต้องก่นด่าตนเองในภายหลังที่ปล่อยให้ความฝันของตนหลุดมือไปอย่างไม่น่าให้อภัยที่สุด




....เจ้าโง่เอ๋ย.....


ช่างโง่อะไรอย่างนี้.. เพียงแค่แข็งใจอีกนิดเดียวเท่านั้นนางก็จะเป็นของเจ้าอยู่แล้ว

--------------------------------------------
To Be Con...Chapter69*0*


เป็นครั้งเรกที่ท่านสง่าไม่ฉวยโอกาสกับมู ทั้งๆที่ผ่านมาหากว่ามีโอกาสอย่างนี้พี่เเกไม่เคยจะปล่อยให้รอดมือไปได้

เเต่ครั้งนี้หมาป่าป่าวายร้ายกลับยอมปล่อยให้ลูกเเกะสาวกลับวิหารไปเเต่โดยดี....


เป็นอะไรที่มูนดรอปอยากจะสื่อให้เห็นถึงพัฒนาการของท่านสง่าค่ะ ...คนเราจะเป็นหมาป่าไปตลอดกาลมันก็คงไม่เข้าท่านักจริงมั้ย








และหากว่าในอนาคตมูคือคนที่จะมาดับลมหายใจของตนแล้วล่ะก็....


ชิออนก็เชื่อมั่นเหลือเกินว่าเด็กคนนั้นย่อมต้องตัดสินใจทำในสิ่งที่คิดว่าถูกต้องแล้ว ...เพราะว่านั่นคือนิสัยของมู



ในเมื่อเขาฟูมฟักเลี้ยงดูมากับมือ มีหรือที่จะไม่รู้ความนึกคิดของเด็กคนนั้น




...บางทีการที่ได้จบชีวิตด้วยมือของผู้เป็นที่รักคงจะเป็นรางวัลครั้งสุดท้าย ตอบแทนที่ตนทำหน้าที่มายาวนานกระมัง


Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

เม้นแรก โหมีพะทะนากานมากขึ้นจิงด้วย ท่านชิหึงแล้นๆๆ
แต่ตอนต่อไปอ่า อาไรจบชีวิตอาไร หวังว่าจาไม่ใช่อย่างที่คิดน้าาาาาาาาาาาาาาา อ้ากกกกกกกกกกกก
ป.ล.อัพเยอะๆเปงกำลังใจให้ค่า

#1 By janaj on 2008-04-26 16:10

มาแจ้งว่าอ่านจบแล้วค่ะ ตอนนี้ใช้เน็ตบนวอร์ดอ่านอยู่เลยเมนต์มากไม่ได้ ไว้ว่างๆจะกลับมาเมนต์ตอนที่ 68 นี้อีกรอบนะคะ

ปล. หวังว่าตอนต่อๆไปพี่แนนจะอัพไวๆนะคะ หึๆๆquestion

#2 By Lavenya on 2008-04-26 20:31

หุหุ big smile
อ่านฟิคตอนนี้แล้ว นึกถึงเพลงของเสือ ธนพล ขึ้นมาตะหงิดๆ
"ดังเรือใบล่องหาทิศทาง แบกภาระสุมจนเต็มลำ ติดตามไปคงไม่ถึงฝั่ง ดูใจดำแต่ฉันหวังดี ที่ต้องทิ้งเธอตามลำพัง ไม่อยากให้เธอต้องลำบากด้วยกัน
ความจริงใจสื่อสารลำบาก ฝากความหมายในเพลงบางคำ เผื่อสักวันเธออาจเข้าใจ...เผื่อสักวันเธอให้อภัย
คำว่ารักคงยังไม่พอ เธอคงไม่รับฟัง รักคงยังไม่พอ"

เราว่าชิออนคงอยากร้องเพลงนี้ให้มูฟังนิ big smile

#3 By กำจาย (58.9.159.99) on 2008-04-26 22:38

ที่หายไปเพราะว่าต้องไปทำงานวิจัยค่ะ แล้วก็ต้องไปดูงานต่างประเทศด้วย คือแบบว่าอ่านได้แต่เมนท์ไม่ได้
แต่ก็ได้โดจินกลับมาหลายเล่มเหมือนกัน กำลังจะสแกนลงบล็อกอยู่คะ (รอสอบเสร็จกับส่งงานวิจัยก่อน) ไปเดินหาคู่ชิออนxมูแทบตายไม่ยักเจอ
แต่ได้คู่ซากะxคาน่อนมาซะงั้น

ที่เห็นซากะน่ารักก็เพราะหลังจากอ่านเรื่องนี้แล้วก็ไปหาตอนเก่าๆมาดูใหม่เพราะหลงตระกูลแกะ แต่ดูไปดูมากลับหลงซากะขึ้นมาซะงั้น เพราะฉะนั้นคุณหมาป่าทำอะไรก็เลยน่ารักไปหมด ตอนนี้กำลังลำเอียงสุดๆเลยก็ว่าได้ ยิ่งอ่านฟิคตอนนี้เข้าไปยิ่งแบบว่าได้คะแนนสงสารแบบว่า เพราะว่ารักมาก ก็เลยไม่อยากทำร้ายคนที่รัก และเลือกที่จะยอมเจ็บเอง เทห์ซะcry ส่วนท่านชิออนก็น่าสงสารนะ รักมากแต่มีคุณธรรมสูงเลยทำอะไรไม่ได้ แต่ว่าไม่สงสารหรอกเพราะทำกับมูไว้เยอะtongue แต่ก็ชอบนะท่านชิออนตอนหึงนี่ช๊อบ ชอบ ท่านชิออนขี้หึงขนาดนี้เนี่ยถ้าน็อตหลุดขึ้นมาเมื่อไรน้องมูจะเอาอยู่ไหม๊เนี่ยsad smile อยากเห็นเร็วๆจังเลย

ว่าแต่ว่าไอ้ตัวอย่างตอนต่อไปเนี่ย อ่านแล้วมันทิ้งปริศนาที่ไม่ค่อยดีเลยนะ ท่านชิออนเนี่ยไปทำอะไรไว้เนี่ย อยากอ่านตอนต่อไปเร็วๆจัง

#4 By Mitsusyuuke on 2008-04-26 22:39

ในที่สุดก็เม้นท์ได้ ที่แท้เพราะข้าพเจ้าไม่ได้ล็อคอินมานานนั่นเอง

ไม่พูดมาก ระเบิดพลังคอสโมซะแล้วปลดปล่อยความพลุ่งพล่านที่อยู่ในกายออกมา ท่านชิ!

#5 By moonyforever on 2008-04-27 09:29

เข้ามาบอกว่า
ชอบท่านเจมินี่(เราเกิดราศีนี้นี่นา)
แต่รักแกะ

#6 By moonyforever on 2008-04-28 23:05

โอ้ >< น้องชายรินกลับมาแล้ว
หารเฉลี่ยเวลาใช้คอมแย่จริงๆค่ะ

ตอนแรกๆอ่านๆไป ชักเกิดอาการเชียร์สง่าขึ้นมาทันควัน
โธ่ เราหนอเราทำไมเป็นคนแบบนี้นะ
ลืมท่านชิซะได้

ทว่าคนเรามีทั้งดีและชั่วสงาก็เช่นกัน
และเราก็ได้เห็นด้านดีของหมอนี่ ถือว่าที่ผ่านมาก็จะลืมๆไปนะสง่าเอ๊ย

#7 By กระต่ายสีดำ on 2008-04-29 14:25

ไม่มีอะไรมาก แค่จะบอกว่าอ่านแล้วbig smile
ปล. พี่แนนมาคุยกันมั่งจิ เหงา
diamond-rose@live.com<<<เนี่ยmail big smile

#8 By diamondrose (125.26.156.238) on 2008-04-30 15:39

รับทราบจ้า ^^ เเล้วพี่จะพยายามออนนะคะ เเต่กลัวว่าเวลาออนเราจะไม่ตรงกันอะดิ เหอๆ

#9 By ~Moondrop~ on 2008-04-30 18:43

เริ่มให้คะแนนสง่าขึ้นมาอีกนิด ... นี้ดดดดดเดียว นี่เป็นครั้งแรกมั้งคะที่สง่าปล่อยมือจากมู แต่ตรงพรรณนาความรู้สึกนั่นใช่เลยค่ะ สมัยเด็กเจสก็เคยถาม..ด้วยคำถามเหล่านั้นเหมือนกันเลยเข้าใจความรู้สึกของสง่าดี แต่อย่างว่าล่ะค่ะ..เจสมันพวก not believe in love ก็คนที่เรารัก ทำร้ายเราได้เจ็บกว่าคนอื่นเป็นไหนๆ เพราะงั้นการรักคนอื่นก็คือการทำร้ายตัวเองนั่นล่ะ (คำคมประเทศไหนเนี่ย)

ความรัก..ลองว่ารักแล้วมันบังคับกันไม่ได้นะจ๊ะสง่า แต่มันก็น่าคิดนะคะว่าในกรณีที่ไม่ว่ายังไงท่านชิก็เซย์โนสถานเดียว ถ้าสง่าทำให้มูเป็นของตัวเองซะมันจะดีกว่าให้มูเศร้าอยู่คนเดียวรึเปล่า หรือจะยิ่งทำให้ทุกอย่างแย่ลงไปกว่าเดิมอีก

แล้วในที่สุด ท่านชิก็น็อตหลุดกระจาย แล้วจะทำยังไงต่อไปดีล่ะท่าน

หวังว่ามูจะยังไม่ใจอ่อนให้สง่าหรือท่านช่าหรือนะ

#10 By เจส (202.57.171.33) on 2008-05-11 22:39