|
ดีค่ะ ^ ^
สืบเนื่องจากตอนที่เเล้ว..... เมื่อท่านชิออนตัดสินใจกลับไปอยู่ที่จามิลเป็นการชั่วคราวเพราะมีเรื่องราวบางอย่างเกิดขึ้น
เเล้วท่านมูที่อยู่เเซงทัวรี่ล่ะ จะทำยังไงต่อไป....
ปล: เครดิตภาพงามๆจาก....
น้องเเป้งLavenyaค่ะ
-------------------------------------------
Chapter70
“ข้าอยากไปหาท่านอาจารย์”
เวอร์โก ชากะส่ายหน้าช้าๆอย่างไม่เห็นด้วยกับสหายตัวน้อยก่อนจะหลับตาลงอย่างผู้ที่กำลังจะเข้าสู่สมาธิ เรือนร่างสูงใหญ่ภายใต้ชุดโกลครอธนั่งขัดสมาธิอยู่บนพื้นหินด้วยอาการอันสงบ ในขณะที่ร่างเล็กเพรียวบางของสตรีสาวอีกนางหนึ่งนั่งคุกเข่าอยู่เคียงข้างด้วยท่าทีอันกระวนกระวายใจอย่างเห็นได้ชัด เส้นผมยาวสีม่วงอ่อนเป็นมันวาวซึ่งถูกรวบหลวมๆไว้ที่กลางหลังสะท้อนแสงอาทิตย์เป็นประกายงดงาม ยิ่งขับความงามเปล่งปลั่งให้ปรากฏชัดยิ่งขึ้น
ทว่าในเวลานี้ดวงหน้าหวานนั้นกลับบูดบึ้งอย่างไม่สบอารมณ์ สาเหตุก็เป็นเพราะสหายหนุ่มตัวดีที่เจ้ากี้เจ้าการออกโรงขัดขวางมิให้ตนกลับไปจามิลเพื่อดูแลท่านอาจารย์ได้อย่างที่ใจคิด
“เจ้าลืมไปแล้วหรือว่าท่านเคียวโกได้สั่งเอาไว้ว่าอย่างไร... และในฐานะที่เจ้าคือศิษย์เพียงคนเดียวของท่าน ควรแล้วหรือที่จะละเมิดคำสั่งของผู้เป็นอาจารย์”
บุรุษผู้ใกล้เคียงพระเจ้าเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงอันทุ้มนุ่มนวล และนั่นก็ทำให้มูต้องหยุดคิดถึงสิ่งที่ท่านอาจารย์ได้บอกกับตนไว้
.....ข้ามีเรื่องบางอย่างที่จำเป็นต้องคิดและสะสางจึงต้องการเวลาเป็นส่วนตัวเพื่อที่จะทำอะไรตามลำพังสักพัก
ดังนั้น.. ข้าจะกลับจามิล ส่วนเจ้าก็จงอยู่ดูแลความเรียบร้อยที่แซงทัวรี่แห่งนี้ไปเถิด ไม่ต้องตามข้ากลับไปด้วยหรอก.....
ถึงแม้ว่าคำสั่งอันควรจะถือเป็นเด็ดขาดจากท่านอาจารย์เป็นสิ่งที่อารีเอส มูยึดถือและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดมาโดยตลอด หากแต่ครั้งนี้.... มันช่างปฏิบัติตามได้ยากเย็นเหลือเกิน เมื่อมูพบว่าตนกระวนกระวายใจอยู่แทบทุกลมหายใจเข้าออก และก็ได้เฝ้าอดทนสงบจิตใจอยู่แต่เพียงในวิหารพร้อมกับพยายามจะทำหน้าที่อย่างดีที่สุดแล้ว ทว่า...
“แต่นี่มัน2สัปดาห์แล้วนะชากะ! ....2สัปดาห์แล้ว.. เจ้าได้ยินไหม!!
ตั้งแต่ข้าจำความได้ท่านอาจารย์ของข้าไม่เคยหายไปนานถึงเพียงนี้เลย แล้วเจ้าจะมิให้ข้าเป็นกังวลเลยอย่างนั้นหรือ”
น้ำเสียงอันบ่งบอกถึงความไม่พอใจของสหายตัวน้อย ส่งผลให้ชากะต้องเปิดเปลือกตาขึ้นในที่สุดด้วยรู้สึกว่าการเข้าสมาธิมิอาจจะสำเร็จผลได้เสียแล้ว บุรุษผู้ใกล้เคียงพระเจ้าถอนหายใจน้อยๆก่อนจะหันมาประสานสายตาเข้ากับนัยน์ตากลมโตสีเขียวเข้มที่ส่อแววอยากจะกินเลือดกินเนื้อตนอย่างอ่อนใจ
“ข้าเองก็มิได้อยากจะพูดจาทำร้ายจิตใจเจ้านักหรอกนะมู แต่ตัวเจ้าน่ะกังวลเรื่องความเป็นอยู่ของอาจารย์เจ้าเพียงเท่านั้นจริงๆล่ะหรือ....
เจ้าแน่ใจนะ ..ว่ามิได้มีสิ่งใดแอบแฝงอยู่เลยแม้แต่น้อย”
คำพูดที่ราวกับมองเห็นทะลุทะลวงเข้าไปยังหัวใจของตนได้ ส่งผลให้ดวงหน้างามพลันเปลี่ยนเป็นสีชมพูเข้มขึ้นมาในบัดดล ในขณะที่สหายหนุ่มกลับทอดถอนหายใจ
“นั่นปะไรล่ะ.... หากว่าเจ้ายังคงอาลัยอาวรณ์ในตัวอาจารย์ของตนเองถึงเพียงนี้ ก็ยิ่งไม่สมควรเป็นอย่างยิ่งที่ข้าจะปล่อยให้เจ้ากลับจามิล
อันที่จริงข้าก็มิได้อยากจะห้ามปรามเรื่องหัวใจกับเจ้าหรอกนะ ด้วยเหตุที่ข้าเองก็เป็นบุรุษอีกทั้งยังเป็นผู้ออกบวช ..แต่ก็เป็นเพราะว่าเจ้ากำลังไม่ทำถูก
มูเอ๋ย.... ถ้าหากเจ้ายังคงหลงใหลในตัวของผู้ที่ไม่ควรหลง เฝ้าเพ้อฝันถึงแต่บุคคลผู้ไม่คู่ควรอยู่เช่นนี้
ข้าคิดว่าเจ้าน่าจะลองหันมามองคนข้างกายที่อยู่ใกล้ชิดบ้างจะไม่เป็นการดีกว่าหรือ”
“เจ้าจะบ้ารึชากะ!! ข้ามิได้หลงรักท่านอาจารย์เพราะไม่รู้จะมองใครที่ไหนสักหน่อย”
ถึงแม้ว่าร่างน้อยจะชะโงกหน้าเข้ามาใกล้อย่างเดือดดาลพร้อมด้วยกิริยาที่แทบจะตะโกนกรอกหูตนด้วยเสียงดังลั่น หากแต่ชากะกลับมีเพียงรอยยิ้มบางๆอย่างไม่ถือสาประดับอยู่บนริมฝีปากเท่านั้น โกลเซนต์เวอร์โกขยับกายออกห่างแล้วจึงลุกขึ้นยืนในที่สุด ก่อนจะหมุนร่างเดินกลับวิหารของตน
“ข้าก็ทำได้แค่เตือนเจ้า... หลังจากนี้ไม่ว่าเจ้าจะฟังหรือไม่ฟังก็สุดแท้แต่บุญแต่กรรม
แต่หลังจากที่ข้าได้ลองคิดทบทวนดูแล้ว ..การที่ข้ามานั่งเฝ้าเจ้าเช้าเย็นเพื่อห้ามปรามเจ้าไว้ก็ดูจะไม่ใช่ที่เสียแล้ว ด้วยมันรังแต่จะทำให้ข้าอยู่ห่างจากวิถีทางแห่งพระพุทธองค์มากขึ้นทุกทีๆ”
ถึงตอนนี้โกลเซนต์หนุ่มพลันหันกลับมาสบตากับมูด้วยดวงตาสีฟ้าใสที่สงบราบเรียบดังเช่นที่เคยเป็นทุกครั้ง หากแต่คำพูดคำจานั้นกลับส่งผลให้สหายตัวน้อยต้องคิดทบทวนซ้ำแล้วซ้ำเล่าพร้อมกับไม่เห็นด้วย
“เจ้าเป็นคนงามนะ ..มู... ถึงแม้ว่าจะเพิ่งเป็นสตรีได้ไม่นานแต่เจ้าก็ควรต้องรู้ตัวไว้ และการที่เจ้าพาตัวเข้าไปใกล้ชิดกับบุรุษคนใดมันก็ล้วนแต่จะส่งผลให้คนๆนั้นต้องจิตใจหวั่นไหวทั้งนั้น
ดังนั้นจงฟังคำเตือนของข้าไว้... ระวังตัวให้ดี ไม่ว่าจะทำสิ่งใดก็ตามพึงระลึกไว้เสมอว่าเจ้าเป็นสตรี และโดยธรรมชาติแล้วไม่มีบุรุษคนใดหรอก ที่จะหักห้ามใจได้เมื่อมีดอกไม้งามมาให้เชยชมถึงที่
และนี่ก็จะเป็นครั้งสุดท้ายที่ข้าจะเตือนเจ้าในเรื่องเหล่านี้ ด้วยตัวข้ายังมิปรารถนาจะเป็น1ในหมู่ภมรที่เฝ้าหลงวนเวียนอยู่ใกล้ดอกไม้งามหรอก”
....................................................
....เจ้าเป็นอะไรของเจ้านะชากะ..... ยิ่งนับวันก็ยิ่งพูดจาไม่เข้าหูมากขึ้นทุกทีๆ
น่าขันสิ้นดี...
..อย่างท่านอาจารย์น่ะหรือจะมาสนใจข้าในลักษณะเช่นนั้น...... ช่างพูดจาเหลวไหลเสียจริง
..ในขณะที่ตัวข้าเองก็มิได้คิดจะไปทำเรื่องเสื่อมเสียเช่นนั้น แล้วใยเจ้าต้อง.....
ร่างน้อยในอาภรณ์สีชมพูอ่อนแบบเรียบๆของสตรีพลันปรากฏร่างขึ้นที่หน้าประตูทางเข้าบ้าน พร้อมด้วยหัวใจพองโตที่อัดแน่นไปด้วยความคิดถึงผู้เป็นที่รัก... ถึงแม้จะหวาดวิตกอยู่ลึกๆถึงโทษทัณฑ์ที่อาจได้รับฐานฝ่าฝืนคำสั่งของผู้เป็นอาจารย์ทว่า..
....ขอเพียงได้เห็นท่านเพียงแค่แวบเดียวก็เพียงพอแล้ว และตนก็จะรีบกลับไปปฏิบัติหน้าที่ต่อที่แซงทัวรี่ จะไม่อยู่ให้ท่านต้องรำคาญใจอีกแม้แต่นาทีเดียว....
ทว่าในนาทีนั้นเองที่โกลเซนต์อารีเอสสัมผัสได้ถึงความผิดปรกติ..... เมื่อแต่ไหนแต่ไรมาไม่เคยจะมีครั้งใด ที่ท่านอาจารย์ของตนจะไม่รู้สึกตัวยามเมื่อมีใครมาเยือนถึงถิ่นพำนัก ถึงแม้ว่าจะมิได้ปรากฏกายออกมาทุกครั้ง หากท่านก็มักจะส่งกระแสจิตมาตรวจสอบทุกคราไป
หากวันนี้ทุกสิ่งกลับเงียบเชียบ.... ไร้ซึ่งปฏิกิริยาตอบสนองจากท่านอาจารย์ และนั่นก็มากเกินพอที่จะทำให้ศิษย์ตัวน้อยรีบเทเลพอร์ทตนเองเข้าไปข้างในอย่างร้อนใจ ..ถึงแม้จะตระหนักดีว่าเป็นเรื่องยากเพียงใดที่จะมีใครสักคนลอบทำร้ายท่านได้ ทว่ามูก็ยังอดหวาดวิตกมิได้....
...หรือว่าจะเกิดเหตุร้ายอันใดขึ้นกับท่าน.....
ร่างน้อยคุกเข่าลงที่หน้าห้องนอนของผู้เป็นอาจารย์ บัดนี้มีเพียงผ้าม่านหนาหนักซึ่งขึงกั้นอยู่ที่ซุ้มประตูโค้งอันเป็นเสมือนปราการกั้นขวางระหว่างบุคคลทั้ง2 ...มูกัดริมฝีปากแน่นด้วยมิกล้าเอ่ยปากเรียกอาจารย์ของตน เมื่อสัมผัสได้อย่างถนัดชัดเจนว่าท่านอยู่ในห้องนอน ในเวลากลางวันอันแสนจะผิดวิสัยเช่นนี้....
“เจ้ากลับมาทำไมกัน ...มูเอ๋ย....
ข้าได้สั่งให้เจ้าอยู่ดูแลวิหารมิใช่หรือ รึว่าบัดนี้ปีกกล้าขาแข็งเสียจนไม่จำเป็นต้องเชื่อฟังคำของข้าเสียแล้ว”
ทันทีที่ได้ฟังดวงตาคู่งามก็มีอันต้องเบิกกว้างด้วยความกังวล... มิใช่ด้วยเกรงกลัวโทษทัณฑ์จากผู้เป็นอาจารย์หากแต่เป็นเพราะสุ้มเสียงของท่าน ที่ช่างอ่อนระโหยโรยแรงราวกับคนใกล้ตายกระนั้น ...และในที่สุดศิษย์ตัวน้อยก็ตัดสินใจแหวกม่านเข้าไปในห้องของอาจารย์โดยวิสาสะ
ชิออนนอนซมอยู่บนเตียงนอนหลังใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางห้อง ตลอดทั้งร่างล้วนเต็มไปด้วยเหงื่อโทรมกาย ในขณะที่หน้าต่างทุกบานปิดสนิททว่าเรือนร่างแข็งแกร่งที่มิได้สวมใส่สิ่งใดติดกายเลยนอกจากผ้าห่มผืนบางๆที่คลุมอยู่บนร่างกลับกำลังหนาวสั่น... ส่งผลให้มูร้องอุทานเบาๆอย่างตกใจกับสภาพที่ทรุดหนักถึงเพียงนี้ หากชายหนุ่มกลับโบกมือไล่อย่างไม่แยแสก่อนจะพลิกร่างตะแคงหันหลังให้
“ท่านอาจารย์ ...นี่ท่าน..!!”
“ไปซะ... ข้าอยากพักผ่อน อย่าเพิ่งมายุ่งกับข้าตอนนี้”
“รอ..รอเดี๋ยวนะครับ ...ข้าจะรีบไปเอายามาให้ท่าน!!”
ยังไม่ทันที่ชายหนุ่มจะได้เอ่ยปากทัดทานสิ่งใด ร่างน้อยก็พลันหายตัวแวบออกไปจากห้องเสียแล้ว ทิ้งให้ชิออนต้องถอนหายใจพรืดอย่างโมโหตัวเอง เมื่อตระหนักได้ว่าความรู้สึกที่ตนเฝ้าเก็บงำไว้และพยายามจะลืมมันเสียกลับปะทุขึ้นมาอีกยามเมื่อได้ยลดวงหน้าที่ถวิลหา ...ยิ่งพิศก็ยิ่งงาม แม้จะเห็นแค่เพียงแวบเดียวทว่ามันกลับส่งผลให้หัวใจเต้นระรัวเสียจนแทบคลั่ง
..เจ้าจะกลับมาทำไมกัน ในเวลาที่ข้าต้องการจะอยู่ตามลำพังเช่นนี้.....
มิใช่เพราะไม่อยากจะทำให้เจ้าต้องมัวหมองหรอกหรือ ...มิใช่เพราะว่าข้าอยากจะทะนุถนอมเจ้าเอาไว้หรือไร
ช่างน่าอ่อนอกอ่อนใจนัก...
..เหตุใดเจ้าจึงไม่ได้เข้าใจอะไรบ้างเลย
---------------------------------------------
To Be Con...Chapter71^0^
ในความคิดของมูนดรอป ...ท่านชิก็น่าสงสารเหมิอนกันนะ เมื่อพยายามจะถอยห่างจากมูเพื่อที่ตัวเองจะได้ไม่ทำร้ายมูเข้าสักวันหนึ่ง เเต่จนเเล้วจนรอดก็หนีไม่พ้นสักที
น้องหนูมูก็ยังตามมารังควาญ!? อีกจนได้ เล่นเสียจนท่านอาจารย์ใกล้จะสติเเตกอยู่เเล้ว
“ข้าบอกให้ออกไปไง... เจ้าไม่ได้ยินที่ข้าสั่งหรือไร!.... ไปสิ!!!”
เป็นอีกครั้งหนึ่งที่มูต้องสะดุ้งเฮือก เมื่อน้ำเสียงอันเกรี้ยวกราดอย่างไม่มีเหตุผลของท่านอาจารย์ดังขึ้นอย่างกระแทกกระทั้น พร้อมด้วยดวงตากลมโตคู่งามที่กำลังฉายเเววสับสนไม่เข้าใจกับสภาพอารมณ์อันฉุนเฉียวอย่างไร้ที่มาของท่าน ...แต่ถึงแม้ว่าจะรู้ว่าทางที่ดีตนควรจะปฏิบัติตามคำสั่งแต่โดยดี หากเเต่ความเป็นห่วงในตัวท่านอาจารย์นั้นกลับมีอำนาจเหนือกว่า
และชิออนก็ต้องถอนหายใจออกมาอย่างขัดเคืองพร้อมกับขบกรามแน่น เมื่อมูตัดสินใจฝ่าฝืนคำสั่งของตนด้วยการโน้มร่างเข้ามาหาเเล้ววางผ้าชุบน้ำลงบนหน้าผาก ..พร้อมกับเเตะหลังมือลงบนเรียวเเก้มของตนอย่างเป็นกังวล
...กลิ่นหอมจางๆจากปอยผมนุ่มสีม่วงอ่อนที่ตกลงมาระใบหน้าชิออน คละเคล้าไปกับกลิ่นกายสาวอันหอมละมุน อีกทั้งความอดทนอดกลั้นที่เคยมีมานานซึ่งร่ำๆจะขาดผึงอยู่รอมร่อ ส่งผลให้ชายหนุ่มมิอาจจะหักห้ามใจได้อีกต่อไป...
|
#1 By Lavenya on 2008-05-03 00:36