Chapter70

posted on 02 May 2008 20:00 by moon-drop  in Moonlight-Serenade

ดีค่ะ ^ ^


สืบเนื่องจากตอนที่เเล้ว..... เมื่อท่านชิออนตัดสินใจกลับไปอยู่ที่จามิลเป็นการชั่วคราวเพราะมีเรื่องราวบางอย่างเกิดขึ้น


เเล้วท่านมูที่อยู่เเซงทัวรี่ล่ะ จะทำยังไงต่อไป....


 

ปล: เครดิตภาพงามๆจาก....

น้องเเป้งLavenyaค่ะ 

-------------------------------------------


Chapter70



“ข้าอยากไปหาท่านอาจารย์”




เวอร์โก ชากะส่ายหน้าช้าๆอย่างไม่เห็นด้วยกับสหายตัวน้อยก่อนจะหลับตาลงอย่างผู้ที่กำลังจะเข้าสู่สมาธิ เรือนร่างสูงใหญ่ภายใต้ชุดโกลครอธนั่งขัดสมาธิอยู่บนพื้นหินด้วยอาการอันสงบ ในขณะที่ร่างเล็กเพรียวบางของสตรีสาวอีกนางหนึ่งนั่งคุกเข่าอยู่เคียงข้างด้วยท่าทีอันกระวนกระวายใจอย่างเห็นได้ชัด เส้นผมยาวสีม่วงอ่อนเป็นมันวาวซึ่งถูกรวบหลวมๆไว้ที่กลางหลังสะท้อนแสงอาทิตย์เป็นประกายงดงาม ยิ่งขับความงามเปล่งปลั่งให้ปรากฏชัดยิ่งขึ้น


ทว่าในเวลานี้ดวงหน้าหวานนั้นกลับบูดบึ้งอย่างไม่สบอารมณ์ สาเหตุก็เป็นเพราะสหายหนุ่มตัวดีที่เจ้ากี้เจ้าการออกโรงขัดขวางมิให้ตนกลับไปจามิลเพื่อดูแลท่านอาจารย์ได้อย่างที่ใจคิด



“เจ้าลืมไปแล้วหรือว่าท่านเคียวโกได้สั่งเอาไว้ว่าอย่างไร... และในฐานะที่เจ้าคือศิษย์เพียงคนเดียวของท่าน ควรแล้วหรือที่จะละเมิดคำสั่งของผู้เป็นอาจารย์”


บุรุษผู้ใกล้เคียงพระเจ้าเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงอันทุ้มนุ่มนวล และนั่นก็ทำให้มูต้องหยุดคิดถึงสิ่งที่ท่านอาจารย์ได้บอกกับตนไว้




.....ข้ามีเรื่องบางอย่างที่จำเป็นต้องคิดและสะสางจึงต้องการเวลาเป็นส่วนตัวเพื่อที่จะทำอะไรตามลำพังสักพัก


ดังนั้น.. ข้าจะกลับจามิล ส่วนเจ้าก็จงอยู่ดูแลความเรียบร้อยที่แซงทัวรี่แห่งนี้ไปเถิด ไม่ต้องตามข้ากลับไปด้วยหรอก.....




ถึงแม้ว่าคำสั่งอันควรจะถือเป็นเด็ดขาดจากท่านอาจารย์เป็นสิ่งที่อารีเอส มูยึดถือและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดมาโดยตลอด หากแต่ครั้งนี้.... มันช่างปฏิบัติตามได้ยากเย็นเหลือเกิน เมื่อมูพบว่าตนกระวนกระวายใจอยู่แทบทุกลมหายใจเข้าออก และก็ได้เฝ้าอดทนสงบจิตใจอยู่แต่เพียงในวิหารพร้อมกับพยายามจะทำหน้าที่อย่างดีที่สุดแล้ว ทว่า...




“แต่นี่มัน2สัปดาห์แล้วนะชากะ! ....2สัปดาห์แล้ว.. เจ้าได้ยินไหม!!


ตั้งแต่ข้าจำความได้ท่านอาจารย์ของข้าไม่เคยหายไปนานถึงเพียงนี้เลย แล้วเจ้าจะมิให้ข้าเป็นกังวลเลยอย่างนั้นหรือ”




น้ำเสียงอันบ่งบอกถึงความไม่พอใจของสหายตัวน้อย ส่งผลให้ชากะต้องเปิดเปลือกตาขึ้นในที่สุดด้วยรู้สึกว่าการเข้าสมาธิมิอาจจะสำเร็จผลได้เสียแล้ว บุรุษผู้ใกล้เคียงพระเจ้าถอนหายใจน้อยๆก่อนจะหันมาประสานสายตาเข้ากับนัยน์ตากลมโตสีเขียวเข้มที่ส่อแววอยากจะกินเลือดกินเนื้อตนอย่างอ่อนใจ



“ข้าเองก็มิได้อยากจะพูดจาทำร้ายจิตใจเจ้านักหรอกนะมู แต่ตัวเจ้าน่ะกังวลเรื่องความเป็นอยู่ของอาจารย์เจ้าเพียงเท่านั้นจริงๆล่ะหรือ....


เจ้าแน่ใจนะ ..ว่ามิได้มีสิ่งใดแอบแฝงอยู่เลยแม้แต่น้อย”





คำพูดที่ราวกับมองเห็นทะลุทะลวงเข้าไปยังหัวใจของตนได้ ส่งผลให้ดวงหน้างามพลันเปลี่ยนเป็นสีชมพูเข้มขึ้นมาในบัดดล ในขณะที่สหายหนุ่มกลับทอดถอนหายใจ




“นั่นปะไรล่ะ.... หากว่าเจ้ายังคงอาลัยอาวรณ์ในตัวอาจารย์ของตนเองถึงเพียงนี้ ก็ยิ่งไม่สมควรเป็นอย่างยิ่งที่ข้าจะปล่อยให้เจ้ากลับจามิล


อันที่จริงข้าก็มิได้อยากจะห้ามปรามเรื่องหัวใจกับเจ้าหรอกนะ ด้วยเหตุที่ข้าเองก็เป็นบุรุษอีกทั้งยังเป็นผู้ออกบวช ..แต่ก็เป็นเพราะว่าเจ้ากำลังไม่ทำถูก


มูเอ๋ย.... ถ้าหากเจ้ายังคงหลงใหลในตัวของผู้ที่ไม่ควรหลง เฝ้าเพ้อฝันถึงแต่บุคคลผู้ไม่คู่ควรอยู่เช่นนี้

ข้าคิดว่าเจ้าน่าจะลองหันมามองคนข้างกายที่อยู่ใกล้ชิดบ้างจะไม่เป็นการดีกว่าหรือ”




“เจ้าจะบ้ารึชากะ!! ข้ามิได้หลงรักท่านอาจารย์เพราะไม่รู้จะมองใครที่ไหนสักหน่อย”



ถึงแม้ว่าร่างน้อยจะชะโงกหน้าเข้ามาใกล้อย่างเดือดดาลพร้อมด้วยกิริยาที่แทบจะตะโกนกรอกหูตนด้วยเสียงดังลั่น หากแต่ชากะกลับมีเพียงรอยยิ้มบางๆอย่างไม่ถือสาประดับอยู่บนริมฝีปากเท่านั้น โกลเซนต์เวอร์โกขยับกายออกห่างแล้วจึงลุกขึ้นยืนในที่สุด ก่อนจะหมุนร่างเดินกลับวิหารของตน




“ข้าก็ทำได้แค่เตือนเจ้า... หลังจากนี้ไม่ว่าเจ้าจะฟังหรือไม่ฟังก็สุดแท้แต่บุญแต่กรรม

แต่หลังจากที่ข้าได้ลองคิดทบทวนดูแล้ว ..การที่ข้ามานั่งเฝ้าเจ้าเช้าเย็นเพื่อห้ามปรามเจ้าไว้ก็ดูจะไม่ใช่ที่เสียแล้ว ด้วยมันรังแต่จะทำให้ข้าอยู่ห่างจากวิถีทางแห่งพระพุทธองค์มากขึ้นทุกทีๆ”


ถึงตอนนี้โกลเซนต์หนุ่มพลันหันกลับมาสบตากับมูด้วยดวงตาสีฟ้าใสที่สงบราบเรียบดังเช่นที่เคยเป็นทุกครั้ง หากแต่คำพูดคำจานั้นกลับส่งผลให้สหายตัวน้อยต้องคิดทบทวนซ้ำแล้วซ้ำเล่าพร้อมกับไม่เห็นด้วย



“เจ้าเป็นคนงามนะ ..มู... ถึงแม้ว่าจะเพิ่งเป็นสตรีได้ไม่นานแต่เจ้าก็ควรต้องรู้ตัวไว้ และการที่เจ้าพาตัวเข้าไปใกล้ชิดกับบุรุษคนใดมันก็ล้วนแต่จะส่งผลให้คนๆนั้นต้องจิตใจหวั่นไหวทั้งนั้น

ดังนั้นจงฟังคำเตือนของข้าไว้... ระวังตัวให้ดี ไม่ว่าจะทำสิ่งใดก็ตามพึงระลึกไว้เสมอว่าเจ้าเป็นสตรี และโดยธรรมชาติแล้วไม่มีบุรุษคนใดหรอก ที่จะหักห้ามใจได้เมื่อมีดอกไม้งามมาให้เชยชมถึงที่


และนี่ก็จะเป็นครั้งสุดท้ายที่ข้าจะเตือนเจ้าในเรื่องเหล่านี้ ด้วยตัวข้ายังมิปรารถนาจะเป็น1ในหมู่ภมรที่เฝ้าหลงวนเวียนอยู่ใกล้ดอกไม้งามหรอก”





....................................................


....เจ้าเป็นอะไรของเจ้านะชากะ..... ยิ่งนับวันก็ยิ่งพูดจาไม่เข้าหูมากขึ้นทุกทีๆ




น่าขันสิ้นดี...


..อย่างท่านอาจารย์น่ะหรือจะมาสนใจข้าในลักษณะเช่นนั้น...... ช่างพูดจาเหลวไหลเสียจริง



..ในขณะที่ตัวข้าเองก็มิได้คิดจะไปทำเรื่องเสื่อมเสียเช่นนั้น แล้วใยเจ้าต้อง.....






ร่างน้อยในอาภรณ์สีชมพูอ่อนแบบเรียบๆของสตรีพลันปรากฏร่างขึ้นที่หน้าประตูทางเข้าบ้าน พร้อมด้วยหัวใจพองโตที่อัดแน่นไปด้วยความคิดถึงผู้เป็นที่รัก... ถึงแม้จะหวาดวิตกอยู่ลึกๆถึงโทษทัณฑ์ที่อาจได้รับฐานฝ่าฝืนคำสั่งของผู้เป็นอาจารย์ทว่า..



....ขอเพียงได้เห็นท่านเพียงแค่แวบเดียวก็เพียงพอแล้ว และตนก็จะรีบกลับไปปฏิบัติหน้าที่ต่อที่แซงทัวรี่ จะไม่อยู่ให้ท่านต้องรำคาญใจอีกแม้แต่นาทีเดียว....





ทว่าในนาทีนั้นเองที่โกลเซนต์อารีเอสสัมผัสได้ถึงความผิดปรกติ..... เมื่อแต่ไหนแต่ไรมาไม่เคยจะมีครั้งใด ที่ท่านอาจารย์ของตนจะไม่รู้สึกตัวยามเมื่อมีใครมาเยือนถึงถิ่นพำนัก ถึงแม้ว่าจะมิได้ปรากฏกายออกมาทุกครั้ง หากท่านก็มักจะส่งกระแสจิตมาตรวจสอบทุกคราไป


หากวันนี้ทุกสิ่งกลับเงียบเชียบ.... ไร้ซึ่งปฏิกิริยาตอบสนองจากท่านอาจารย์ และนั่นก็มากเกินพอที่จะทำให้ศิษย์ตัวน้อยรีบเทเลพอร์ทตนเองเข้าไปข้างในอย่างร้อนใจ ..ถึงแม้จะตระหนักดีว่าเป็นเรื่องยากเพียงใดที่จะมีใครสักคนลอบทำร้ายท่านได้ ทว่ามูก็ยังอดหวาดวิตกมิได้....



...หรือว่าจะเกิดเหตุร้ายอันใดขึ้นกับท่าน.....




ร่างน้อยคุกเข่าลงที่หน้าห้องนอนของผู้เป็นอาจารย์ บัดนี้มีเพียงผ้าม่านหนาหนักซึ่งขึงกั้นอยู่ที่ซุ้มประตูโค้งอันเป็นเสมือนปราการกั้นขวางระหว่างบุคคลทั้ง2 ...มูกัดริมฝีปากแน่นด้วยมิกล้าเอ่ยปากเรียกอาจารย์ของตน เมื่อสัมผัสได้อย่างถนัดชัดเจนว่าท่านอยู่ในห้องนอน ในเวลากลางวันอันแสนจะผิดวิสัยเช่นนี้....




“เจ้ากลับมาทำไมกัน ...มูเอ๋ย....


ข้าได้สั่งให้เจ้าอยู่ดูแลวิหารมิใช่หรือ รึว่าบัดนี้ปีกกล้าขาแข็งเสียจนไม่จำเป็นต้องเชื่อฟังคำของข้าเสียแล้ว”



ทันทีที่ได้ฟังดวงตาคู่งามก็มีอันต้องเบิกกว้างด้วยความกังวล... มิใช่ด้วยเกรงกลัวโทษทัณฑ์จากผู้เป็นอาจารย์หากแต่เป็นเพราะสุ้มเสียงของท่าน ที่ช่างอ่อนระโหยโรยแรงราวกับคนใกล้ตายกระนั้น ...และในที่สุดศิษย์ตัวน้อยก็ตัดสินใจแหวกม่านเข้าไปในห้องของอาจารย์โดยวิสาสะ



ชิออนนอนซมอยู่บนเตียงนอนหลังใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางห้อง ตลอดทั้งร่างล้วนเต็มไปด้วยเหงื่อโทรมกาย ในขณะที่หน้าต่างทุกบานปิดสนิททว่าเรือนร่างแข็งแกร่งที่มิได้สวมใส่สิ่งใดติดกายเลยนอกจากผ้าห่มผืนบางๆที่คลุมอยู่บนร่างกลับกำลังหนาวสั่น... ส่งผลให้มูร้องอุทานเบาๆอย่างตกใจกับสภาพที่ทรุดหนักถึงเพียงนี้ หากชายหนุ่มกลับโบกมือไล่อย่างไม่แยแสก่อนจะพลิกร่างตะแคงหันหลังให้



“ท่านอาจารย์ ...นี่ท่าน..!!”


“ไปซะ... ข้าอยากพักผ่อน อย่าเพิ่งมายุ่งกับข้าตอนนี้”




“รอ..รอเดี๋ยวนะครับ ...ข้าจะรีบไปเอายามาให้ท่าน!!”





ยังไม่ทันที่ชายหนุ่มจะได้เอ่ยปากทัดทานสิ่งใด ร่างน้อยก็พลันหายตัวแวบออกไปจากห้องเสียแล้ว ทิ้งให้ชิออนต้องถอนหายใจพรืดอย่างโมโหตัวเอง เมื่อตระหนักได้ว่าความรู้สึกที่ตนเฝ้าเก็บงำไว้และพยายามจะลืมมันเสียกลับปะทุขึ้นมาอีกยามเมื่อได้ยลดวงหน้าที่ถวิลหา ...ยิ่งพิศก็ยิ่งงาม แม้จะเห็นแค่เพียงแวบเดียวทว่ามันกลับส่งผลให้หัวใจเต้นระรัวเสียจนแทบคลั่ง




..เจ้าจะกลับมาทำไมกัน ในเวลาที่ข้าต้องการจะอยู่ตามลำพังเช่นนี้.....



มิใช่เพราะไม่อยากจะทำให้เจ้าต้องมัวหมองหรอกหรือ ...มิใช่เพราะว่าข้าอยากจะทะนุถนอมเจ้าเอาไว้หรือไร





ช่างน่าอ่อนอกอ่อนใจนัก...


..เหตุใดเจ้าจึงไม่ได้เข้าใจอะไรบ้างเลย

---------------------------------------------
To Be Con...Chapter71^0^



ในความคิดของมูนดรอป ...ท่านชิก็น่าสงสารเหมิอนกันนะ เมื่อพยายามจะถอยห่างจากมูเพื่อที่ตัวเองจะได้ไม่ทำร้ายมูเข้าสักวันหนึ่ง เเต่จนเเล้วจนรอดก็หนีไม่พ้นสักที


น้องหนูมูก็ยังตามมารังควาญ!? อีกจนได้ เล่นเสียจนท่านอาจารย์ใกล้จะสติเเตกอยู่เเล้ว







“ข้าบอกให้ออกไปไง... เจ้าไม่ได้ยินที่ข้าสั่งหรือไร!.... ไปสิ!!!”




เป็นอีกครั้งหนึ่งที่มูต้องสะดุ้งเฮือก เมื่อน้ำเสียงอันเกรี้ยวกราดอย่างไม่มีเหตุผลของท่านอาจารย์ดังขึ้นอย่างกระแทกกระทั้น พร้อมด้วยดวงตากลมโตคู่งามที่กำลังฉายเเววสับสนไม่เข้าใจกับสภาพอารมณ์อันฉุนเฉียวอย่างไร้ที่มาของท่าน ...แต่ถึงแม้ว่าจะรู้ว่าทางที่ดีตนควรจะปฏิบัติตามคำสั่งแต่โดยดี หากเเต่ความเป็นห่วงในตัวท่านอาจารย์นั้นกลับมีอำนาจเหนือกว่า


และชิออนก็ต้องถอนหายใจออกมาอย่างขัดเคืองพร้อมกับขบกรามแน่น เมื่อมูตัดสินใจฝ่าฝืนคำสั่งของตนด้วยการโน้มร่างเข้ามาหาเเล้ววางผ้าชุบน้ำลงบนหน้าผาก ..พร้อมกับเเตะหลังมือลงบนเรียวเเก้มของตนอย่างเป็นกังวล



...กลิ่นหอมจางๆจากปอยผมนุ่มสีม่วงอ่อนที่ตกลงมาระใบหน้าชิออน คละเคล้าไปกับกลิ่นกายสาวอันหอมละมุน อีกทั้งความอดทนอดกลั้นที่เคยมีมานานซึ่งร่ำๆจะขาดผึงอยู่รอมร่อ ส่งผลให้ชายหนุ่มมิอาจจะหักห้ามใจได้อีกต่อไป...

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ใกล้ถึงตอนที่เฝ้ารอคอยมานานแสนนานแล้วสิ พี่แนนนี่ก็จริงๆเลย ชอบยั่วให้อยากแล้วจากไป แบบนี้อีกทีวันตอนหน้าจะเอามาอัพก็ไม่รู้ ฮือๆ รออ่านจนไม่เป็นอันอ่านหนังสือแล้วเนี่ย

#1 By Lavenya on 2008-05-03 00:36

อ่านะ...sad smile


อันที่จริงตอนนี้มันก็8หน้าwordเเล้วนะจ๊ะ ขืนยาวกว่านี้พี่จะเเฮ้งซะก่อนอะ


ไว้ถ้าพี่เขียนเสร็จเรียบร้อยดีเเล้วจะเอามาลงให้เลยจ้า ตอนนี้ก็ตั้งอกตั้งใจอ่านหนังสือไปก่อนเถอะนะ

#2 By ~Moondrop~ on 2008-05-03 00:45

อีกทั้งความอดทนอดกลั้นที่เคยมีมานานซึ่งร่ำๆจะขาดผึงอยู่รอมร่อ ส่งผลให้ชายหนุ่มมิอาจจะหักห้ามใจได้อีกต่อไป...
หักห้ามทำไม ลงมือไปเลยท่านชิ

#3 By moonyforever on 2008-05-03 09:50

หึหึหึ สองหนุ่มตัว ช. เริ่มขันติหมด
ท่านช่าอย่าอ้อมค้อมเลยน่า เริ่มมองมูจ๊ะจ๋าของเราแบบไหนแล้วเนี่ย

ท่านชิ แอบหัวเราะให้ดังๆเพราะท่านเริ่มสติหลุดแล้ว ความฝันของมูจ๋าจะเป็นไงล่ะท่านชิ (/me หัวเราะฮ่าๆๆแล้วลอยจากไป)

#4 By [Sai] on 2008-05-03 17:54

ในที่สุดท่านชิออนก็จะตะบะแตกแล้วดีใจจังเลย
แต่ไม่อยากให้ท่านชิออนตายเลยสงสารท่านมูจัง

แต่ท่านชากะนี่สิ หึหึหึ อยู่กับมูมากๆก็หลงท่านมูเหมือนกัน เลยรีบถอนตัวสินะเรื่องนี้เป็นท่านชิออนxมู เรื่องหน้าก็เป็นท่านชากะxมูบ้างก็ดีนะ ชอบคู่นี้มากเลย หรือว่าจะทำเป็นภาค 2 แล้วเปลี่ยนเป็นคู่ซากะxมูเวอร์ชั่นน้องมูถูกบังคับก็ได้ (จะถูกแฟนท่านชิออนฆ่าไม๊เนี่ย รึบเผ่นก่อนดีกว่าsad smile )

#5 By Mitsusyuuke on 2008-05-03 22:09

เข้ามาเดินดูเหตุการณ์ก่อนจะโบยบินจากไป
ไม่ต้องยับยั้งชั่งใจอะไรอีกต่อไปแล้วท่านอาจารย์
แปลงร่างเป็นหมาป่าแล้วหม่ำลูกแกะน้อยเนื้อนุ่มไปเลย
ถ้าตอนหน้าท่านชิยังบ่ายเบี่ยงไม่ลงมือ
พี่จะเปลี่ยนร่างเป็นสวินนี่ท็อดด์ แล้วเชือดท่านมูนดรอปเอง 5 5 5

#6 By moonyforever on 2008-05-03 22:29

เรื่องของท่านช่านี่เป็นนานนานจิตตังค่ะ ...มูนดรอปอยากให้คนอ่านลองคิดกันดูเล่นๆว่าจริงๆเเล้วความรู้สึกของท่านช่านั้นจะมีอะไรมากกว่าความเป็นเพื่อนเเอบซ่อนอยู่หรือเปล่า^^


ส่วนเรื่องท่านชิ เห็นๆกันอยู่เเล้วค่ะว่าท่านเริ่มสติเเตกมากขนาดไหนเเล้ว

ดังนั้นมูนดรอปคงจะรอดจากการโดนเชือดใช่มะคะพี่มูนนี่??big smile sad smile sad smile sad smile

#7 By ~Moondrop~ on 2008-05-04 09:31

ง่า....

อ่านไปอ่านมาตัวอย่างตอนต่อไป ชวนให้คิดลึกsad smile

#8 By เฟย์ (117.47.214.104) on 2008-05-09 21:35

ท่านช่านี่ดูไม่ออกแฮะ ตอนก่อนๆก็เหมือนจะออกโรงขัดขวางความรักของศิษย์กับอาจารย์อยู่ดีๆ ไปๆมาๆเหมือนพวกจะตัดเรื่องทางโลกให้ขาดหรือว่ากำลังพยายามตัดใจตัวเองกันแน่ 666+

แล้วหนูมูที่ไม่เอะใจเล้ยว่าอาจารย์เปลี่ยนไปขนาดไหนแล้ว (คะแนนความสังเกตติดลบเลยนะนี่)ก็ตามมาหาที่จามิลจนได้ เดาได้เลยว่าต้องเกิดเรื่องอีกแหงๆ

นึกได้อีกอย่าง ที่ว่าท่านชิจะตายด้วยน้ำมือศิษย์น่ะค่ะ อาจเป็นแบบนี้ก็ได้ เห็นกันอยู่ว่าตอนนี้ท่านชิแทบจะตายคามือมูอยู่แล้ว ก็ทั้งหลบ ทั้งหลีก ทั้งเลี่ยง หนูมูผู้ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ก็ยังตามติดจนได้ แบบนี้ไม่อึดอัดใจตายจะเรียกอะไร confused smile

#9 By เจส (202.57.171.33) on 2008-05-11 22:59