Chapter72

posted on 08 May 2008 23:43 by moon-drop  in Moonlight-Serenade

เมื่อความปรารถนาในหัวใจกับความรู้ผิดชอบชั่วดีเดินสวนทางกัน ส่งผลให้ท่านชิต้องตัดสินใจทำอะไรบางอย่างลงไป เเละมีเสียงตอบกลับจากคนอ่านเข้ามาในหลายๆเเง่มุม


เป็นอะไรที่มูนดรอปดีใจมากค่ะ ต้องขอขอบคุณสำหรับทุกๆความคิดเห็นที่ส่งเข้ามาให้เลยนะคะ
เพราะฟิคเรื่องนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้าไม่ได้รับกำลังใจเเบบนี้จากทุกคนค่ะ^ ^


เนื้อเรื่องที่กำลังดำเนินอยู่ตอนนี้อาจจะถูกใจหลายๆคนเเละไม่ถูกใจหลายๆคน เเต่ก็ขอให้ติดตามให้กำลังใจกันต่อไปด้วยนะคะ

ปล...  มูนได้ตอบคอมเม้นของทุกท่านเอาไว้ในเอนทรี่ของตอนที่71เเล้วนะคะ  


---------------------------------------------


Chapter72



นัยน์ตาสีอเมทิสเพียงแค่ตวัดสายตาขึ้นมองโคมกระดาษสีแดงที่แขวนอยู่เหนืออาคารทรงสูงแบบร่วมสมัยที่ตกแต่งอย่างสวยงามก่อนจะตัดสินใจก้าวเข้าไปภายใน.... เห็นได้ชัดว่า50ปีที่ล่วงมานั้นได้ทำให้สถานที่แห่งนี้เปลี่ยนโฉมไปเสียจนแทบจำมิได้ ไม่ว่าจะเป็นการตกแต่งทั้งภายนอกและภายใน ทั้งสีสัน บรรยากาศและกลิ่นอายซึ่งดูหรูหราโอ่โถงมากกว่าแต่ก่อน


ชิออนหวนนึกครั้งที่สถานที่แห่งนี้ยังเปิดกิจการเป็นภัตตาคารและโรงแรมเล็กๆ ที่ซึ่งตนเคยแวะเวียนเข้าออกมานั่งรับประทานอาหารและเลี้ยงดูรับรองสหายรักจากโกโรโฮนับครั้งไม่ถ้วน ...คิดไม่ถึงว่า50ปีผ่านไปร้านอาหารแห่งนี้จะกลับกลายเป็นที่พักอาศัยของเหล่า “นางฟ้า” ผู้งดงามซึ่งถูกฝึกสอนให้เชี่ยวชาญในศาสตร์แห่งการร่ายรำ ขับร้องและดนตรี ตลอดจนการเอาอกเอาใจบุรุษสารพัดวิธี ....เป็น50ปีซึ่งเขาเองก็ไม่เคยคิดจะแวะมาเยือนอีกเลยเมื่อมันช่างขัดกับมโนธรรมในจิตใจยิ่งนัก



แม้ว่าในอดีตอันยาวนานของตนจะเคยมีสตรีมากหน้าหลายตาแวะเวียนเข้ามาในชีวิต ทว่าพวกนางก็ล้วนแต่ผ่านเข้ามาและจากไปด้วยความตั้งใจและเต็มใจของตนเอง...


ถึงอย่างไรก็ตาม เขาก็ไม่เคยมีความคิดที่จะมองเพศแม่เป็นเครื่องเล่นที่สามารถไขว่คว้าหามาแนบกายได้โดยง่ายเพียงแค่จ่ายค่าตอบแทนให้ .....ในเมื่อพวกนางก็คือมนุษย์ที่มีเลือดเนื้อ มีชีวิตจิตใจเช่นเดียวกับตน ทว่าในเวลานี้เขาไม่มีทางเลือกอีกต่อไปแล้ว... เพื่อเป็นการกำจัดความโหยหาที่มีต่อศิษย์เพียงคนเดียวของตนให้สิ้นซาก ชิออนจึงตัดสินใจที่จะกลับมาเยือนสถานที่แห่งนี้อีกครั้ง





“ยินดีต้อนรับค่ะ ...เชิญทางนี้สิคะท่านผู้มาเยือน”





ชายหนุ่มหันขวับเมื่อเสียงหวานๆทักขึ้นจากเบื้องหลังก่อนจะต้องถอนหายใจ เมื่อได้พบว่ามีสตรีสาว3นางในสภาพแต่งองค์ทรงเครื่องอย่างงดงามยืนยิ้มรออยู่ กิริยาย่างเยื่องซึ่งเต็มไปด้วยความเย้ายวนชวนเชิญนั้นบ่งบอกชัดถึงสิ่งที่พวกนางได้รับการฝึกสอนมา ทว่าชิออนกลับมองผ่านเลยไปอย่างไม่แยแสก่อนจะปล่อยให้หนึ่งในนั้นก้าวเข้ามาใกล้แล้วเกาะแขนตนไว้ในขณะที่อีก2นางเดินนำไปยั่งที่นั่งสำหรับรับรองแขก




ไม่ว่าจะมองอย่างไรอายุยังไม่น่าจะเกิน20ปีเลย ...เหตุใดจึงได้เลือกเดินในวิถีทางเช่นนี้นะ


..ช่างน่าเสียดายแทนนัก....





“..ไม่ต้องต้อนรับให้มากพิธีไปหรอก...”



น้ำเสียงอันทุ้มลึกขัดขึ้นทันทีที่ได้เห็นว่าพวกนางกำลังจะทำสิ่งใด เรือนกายที่กำลังร้อนจัดเอนหลังอิงพนักเก้าอี้อย่างฝืนใจ ด้วยพิษไข้ที่กำลังเล่นงานตนหนักขึ้นทุกนาทีนั้นชักจะไม่ใช่เรื่องล้อเล่นเสียแล้ว



“ในเวลานี้ข้าไม่มีแก่ใจจะมาชมการร่ายรำหรอก


ข้าต้องการที่จะลืมสตรีนางหนึ่ง ...และหากพวกเจ้าคนใดคนหนึ่งในที่นี้สามารถจะทำให้ข้าลืมนางได้ล่ะก็...”




นัยน์ตาสีม่วงเข้มวาววับกวาดมองดวงหน้าซึ่งตกแต่งอย่างงดงามด้วยสีสันต่างๆ ส่งผลให้บรรดา “นางฟ้า”ทั้งหลายต่างก็มีอันต้องใบหน้าร้อนผ่าวไปตามๆกันพร้อมกับพากันขยับล้อมวงเข้าไปใกล้ชายหนุ่มผู้ซึ่งพวกนางไม่เคยพบเจอใครรูปงามเช่นนี้มาก่อน




“ข้าจะตบรางวัลให้อย่างงาม”







.....................................................




“แกร๊ก..”



โกลเซนต์อารีเอสวางถาดในมือลงบนโต๊ะไม้ตัวเดิม ...ตัวที่เคยใช้เป็นที่แบ่งปัน แลกเปลี่ยนความรู้ ตลอดจนเรื่องราวต่างๆที่ได้พบเจอในแต่ละวันร่วมกับบุรุษผู้เป็นอาจารย์ทั้งในเวลาเช้า กลางวัน เย็นพร้อมด้วยสำรับอาหารที่อาจจะดูซ้ำซากจำเจอยู่บ้าง ...หากแต่การที่จามิลแห่งนี้มีผักปลาและเนื้อสัตว์ก็นับเป็นเรื่องน่าอัศจรรย์ยิ่งแล้ว ด้วยสภาพแวดล้อมอันเวิ้งว้างว่างเปล่าปราศจากบ้านเรือนของผู้คน อีกทั้งยังแห้งแล้งกันดารและเต็มไปด้วยภยันอันตรายเช่นนี้ การหาอาหารจึงมิใช่เรื่องที่ทำได้โดยง่าย


เจ้าของนัยน์ตาสีเขียวเข้มทอดมองออกไปยังนอกหน้าต่างพร้อมกับถอนใจ....




....ท่านอาจารย์...


เวลานี้ท่านไปอยู่ที่ใดกันนะ.. ทั้งๆที่มีไข้สูงถึงเพียงนั้น...




ตลอดหลายวันที่ผ่านมานี้ไม่ว่าจะส่งกระแสจิตไปหาอย่างไรก็แล้วแต่ ..ไม่เคยมีเสียงตอบกลับจากท่านเลยแม้แต่ครั้งเดียว... และก็เป็นอีกครั้งที่มูต้องรีบปาดน้ำตาทิ้งก่อนที่มันจะทำให้ขอบตาต้องบวมแดงมากว่าที่เป็นอยู่ ...ร่างน้อยฝืนใจหันกลับมาสนใจกับสำรับอาหารที่ตนนำมาตั้งไว้ตามเวลา3มื้อทุกวันไม่เคยขาด ด้วยความหวังลึกๆว่าท่านอาจจะกลับมาในเวลาใดเวลาหนึ่ง



....ด้วยสภาพร่างกายที่ยังไม่แข็งแรงดีเช่นนั้น ท่านอาจารย์คงจะต้องหิวแน่ๆ....





ถึงแม้ว่ามูจะยังคงหวาดหวั่นไปกับการกระทำที่เหลือเชื่อของบุคคลซึ่งตนรักและเชื่อใจมากที่สุด มากพอๆกับที่ยังไม่เข้าใจถึงเหตุผลที่ท่านทำเรื่องเช่นนั้นกับตน อีกทั้งยังสับสนไปกับความรู้สึกแปลกๆบางอย่างที่เกิดขึ้นในชั่วขณะนั้น..... ทว่าร่างน้อยก็ยังคงชะเง้อหาผู้ซึ่งเป็นที่รักอย่างเป็นห่วงเป็นใย ด้วยในอดีตที่ผ่านมาไม่เคยจะมีครั้งใดที่ท่านอาจารย์ของตนจะเป็นอย่างนี้ ..ท่านมักจะวางตัวสงบเยือกเย็นเสมอมาและไม่เคยจะกระทำตัวราวกับขาดสติถึงเพียงนี้มาก่อน



ในอึดใจนั้นคำเตือนด้วยความหวังดีของสหายรักก็พลันดังก้องขึ้นมาท่ามกลางความเงียบงันในใจ



...ระวังตัวให้ดี ไม่ว่าจะทำสิ่งใดก็ตามพึงระลึกไว้เสมอว่าเจ้าเป็นสตรี


โดยธรรมชาติแล้วไม่มีบุรุษคนใดหรอก ที่จะหักห้ามใจได้เมื่อมีดอกไม้งามมาให้เชยชมถึงที่...





คำพูดนั้นทำให้มูยิ่งกัดริมฝีปากแน่นอย่างหวาดหวั่นและเป็นกังวล ทั้งๆที่ตนเคยหัวเราะขันไปกับความคิดอันหาสาระมิได้ของชากะ แต่ในยามนี้กลับต้องตระหนักว่ามันมิใช่เรื่องล้อเล่น... เมื่อสัมผัสอันร้อนผ่าวยังคงทิ้งร่องรอยอยู่บนริมฝีปาก ในขณะที่ความหวาดกลัวยังคงเกาะกินจิตใจเช่นเดียวกับวันนั้น ....แต่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม.. ท่านอาจารย์กำลังไม่สบาย และตนจะไม่มีวันทอดทิ้งท่านอย่างเด็ดขาด




แต่ไม่ว่าจะเฝ้ารอสักเพียงไหนก็ดูเหมือนว่าในที่สุดก็คงจะต้องเทอาหารในส่วนของท่านอาจารย์ทิ้งไปอีกแล้ว เมื่อตะวันตกดินแล้วก็ยังไม่มีวี่แววว่าท่านจะกลับมา....

ภายใต้แสงสีชมพูหม่นของยามอัสดง อารีเอส มูจัดการกับอาหารเย็นของตนอย่างเงียบๆตามลำพัง มีเพียงแสงไฟดวงน้อยจากตะเกียงน้ำมันตรงหน้าเป็นเพื่อนคลายเหงา ดวงตาสีเขียวเข้มที่มีหยาดน้ำเอ่อคลอเพ่งมองประกายแสงที่ไหวระริกพลางคิดคำนึงถึงช่วงเวลาในอดีตที่เคยมีความสุข... ยามที่เคยมีท่านอยู่เคียงข้างเกือบตลอดเวลา...




แล้วภาพของเด็กน้อยที่นั่งเท้าคางอยู่ที่โต๊ะตัวนี้ ฟังเสียงท่านอาจารย์เล่าเรื่องราวต่างๆด้วยดวงตาที่เป็นประกายก็พลันปรากฏให้เห็นเป็นเงาส่ายไหวไปมาอยู่ที่ผนังห้องล้อแสงไฟจากตะเกียง ในขณะที่น้ำเสียงอันทุ่มนุ่มน่าฟังของท่านกลับดังขึ้นที่ริมหู และนั่นก็ส่งผลให้มูต้องวางตะเกียบในมือลงเมื่อรู้สึกว่ามิอาจทนฝืนได้อีกต่อไป


เป็นเช่นเดียวกับมื้อที่ผ่านๆมาซึ่งตนมิอาจจะกล้ำกลืนฝืนกินอะไรได้มากไปกว่าข้าวเพียงครึ่งถ้วยพร้อมด้วยกับข้าวอีกเล็กน้อยเท่านั้น เมื่อความห่วงกังวลถึงอาจารย์ผู้มีพระคุณส่งผลให้มิอาจจะข่มตาหลับได้เลยแม้แต่คืนเดียว



และก็เป็นเช่นเดียวกับมื้อเช้า มื้อกลางวัน หรือมื้อไหนๆที่ผ่านมา... ร่างเพรียวบางลุกขึ้นจากเก้าอี้พลางเก็บรวมรวมจานชามทั้งของตนเอง และสำรับที่ยังมิได้ถูกแตะต้องเข้าด้วยกันภายใต้ความรู้สึกหนักอึ้งในหัวใจ ที่เวลาผ่านมาถึงป่านนี้แล้วก็ยังไม่รู้ว่าผู้เป็นที่รักอยู่ที่ไหน ...มูยกแขนขึ้นปาดหยดน้ำตาที่คอยแต่จะเอ่อล้นขึ้นมาพร้อมกับสูดหายใจโดยแรง ก่อนจะค่อยๆเรียงจานชามสำรับอาหารลงในถาดไม้ใบเดิมโดยมิทันได้รู้สึกถึงห้วงอากาศที่บิดเป็นเกลียวที่ด้านหลัง





ทันทีที่ปรากฏร่างขึ้นที่ประตูทางเข้า....


ชิออนก็ถึงกับตะลึงงันเมื่อได้เห็นร่างเล็กๆที่ตนพยายามบังคับหัวใจตัวเองให้ลืมมาตลอด10วันที่ผ่านมา เรือนผมสีม่วงอ่อนยังคงรวบหลวมๆไว้ที่กลางหลังอย่างเช่นเคย ในขณะที่ปลายผมหนานุ่มเคลียเคล้าอยู่กับสะโพกผายพร้อมด้วยเสื้อผ้าชุดเก่าที่แสนจะเรียบง่าย หากภาพด้านหลังของศิษย์ตัวน้อยกลับงดงามจับจิตจับใจนัก ส่งผลให้ชายหนุ่มแทบไม่อาจจะละสายตาไปจากภาพตรงหน้าได้เลย...


ยิ่งกว่านั้นเขากลับรู้สึกว่าลมหายใจของตนเองติดขัด พร้อมด้วยความรักและความคิดถึงที่ตนมั่นใจว่าได้กลบฝังเอาไว้เป็นอย่างดีแล้วพลันล้นทะลักออกมาจากหัวใจ ในพริบตาเดียวกับที่มูหันหน้ากลับมา...


---------------------------------------------
To Be Con...Chapter73*0*


มูนดรอปคิดว่านี่เป็นตอนที่เขียนยากที่สุดตอนหนึ่งเลยก็ว่าได้ รวมถึงตอนที่73ซึ่งเป็นตอนหน้าด้วย... ในขณะที่เรื่องกลังจะถึงจุดไคลเเมคด้วยอะไรก็ตามที่หลายๆคนรอลุ้น เเต่จะทำอย่างไรให้ภาพที่ออกมานั้นไม่น่าเกลียดจนเกินไปนัก เป็นโจทย์ที่มูนดรอปยังตีไม่เเตกค่ะ



เเต่ในที่สุดท่านชิก็กลับบ้านเเล้ว เเละการเผชิญหน้ากันในครั้งนี้จะก่อให้เกิดผลอย่างไร....








ชิออนโอบกอดร่างน้อยที่สะอึกสะอื้นอย่างหนักไว้แนบอกพลางลูบไล้เรือนผมนุ่มอย่างปลอบโยน พร้อมกับได้ตระหนักถึงความจริงว่า... ในโลกนี้ไม่มีใครที่จะสามารถมาแทนที่เด็กคนนี้ได้ และช่วงเวลาที่มีมูอยู่ในอ้อมแขนนี้มันก็ช่างมีค่ามากมายมหาศาลเหลือเกิน ยิ่งไปกว่านั้น ..เขารัก... รักในทุกสิ่งทุกอย่างที่หล่อหลอมขึ้นมาเป็นสาวน้อยคนนี้มากเพียงใด.....


วันนี้เองเพิ่งจะได้รู้ เพิ่งจะเข้าใจถ่องแท้ ...ว่าแท้จริงแล้วเขาถวิลหามูอย่างเจ็บปวดรวดร้าวมากมายสักเพียงไหน และการที่มิได้เห็นหน้า มิได้ฟังเสียงหวานๆถึง10วันก็ทำให้เขา....





“...มู.. ...ข้า..”



...ทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว.......

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

อดทนอ่านมาได้72ตอน
ถ้าบทที่73ทิ้งระยะห่างนานเกินไป
มูน..ดรอบ
ข้าทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว เหมือนกัน
(โดดหักคอ)
อย่าแกล้งคนอ่านได้ไหม(ฟระ)
ตอนนี้ให้อารมณ์หลากหลาย
ทั้งสับสน โหยหา และความรู้สึกขัดแย้งในตัวเองต่อสิ่งที่กำลังกระทำ
และที่สำคัญ
วรรคสุดท้ายที่จบลงพร้อมกับความรู้สึกว่า
ที่สุดแล้วไม่ว่าจะทำอย่างไรท่านชิออนก็ไม่มีทางหนีตัวเองได้พ้น

#1 By moonyforever on 2008-05-09 06:59

ขอบคุณที่แวะไปเม้นท์ฟิคนะคะ ^^

รู้สึกว่าปัญหาจะย้ายข้างจากท่านมู มาเป็นชิออนแล้วนะคะ
เราว่าชิออนเป็นคนเด็ดเดี่ยว มั่นคงมาตลอด เพิ่งมาดูสับสน ไม่แน่นอนเอาตอนมีความรักนี่เองแหละ
แต่เนอะ...ชิออนซะอย่าง เล่นละครตบตาฮาเดสยังทำมาแล้วเลย เรื่องยอมรับความรักของตัวเองแค่นี้ ไม่ยากหรอกใช่ไหมคะ
big smile

ปล.ฟิคเราเกี่ยวข้องกับตระกูลแกะจริงๆแหละค่ะ แล้วไม่ใช่กิกิคนเดียวซะด้วย อิอิ

#2 By กำจาย (58.9.168.181) on 2008-05-09 15:27

" ถ้าบทที่73ทิ้งระยะห่างนานเกินไป
มูน..ดรอบ
ข้าทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว เหมือนกัน
(โดดหักคอ)
อย่าแกล้งคนอ่านได้ไหม(ฟระ)"
>>

เห็นด้วยกับพี่มูนนี่อย่างแรงค่ะ พูดได้โดนทุกประโยคเลย ถ้าเว้นช่วงเอาตอนนี้นานเกินไป คนอ่านได้อารมณ์ค้างยิ่งกว่าค้างเหล้าสร่างเมาเสียอีกจริงๆนะเออangry smile

อ่านมาช่วงหลังๆ อย่างที่แป้งเคยคุยกับพี่ว่าชิออนมันจะมีโครงสร้างร่างกายผิดมนุษย์มนาที่มีอายุยืนกว่าเต่า? แค่ไหน ภายในมันก็มีเลือดเนื้อ มีความรู้สึกเหมือนคนอื่นๆเช่นกัน ยิ่งเป็นแรงผลักดันตามธรรมชาติแบบนี้ด้วยแล้ว หากเครื่องร้อนแล้วดันไปเหยียบเบรก เกรงว่าคงเป็นไปไม่ได้ (ไม่รู้ท่านชิเป็นคนประเภทยอมหักแต่ไม่ยอมงอหรือเปล่านะ แต่ดูท่านจะทำตัวส่อให้เป็นแบบนั้นเสียจริ๊งงงง)

ในเรื่องของความรักและความรู้สึกของทั้งสองฝ่าย แป้งมองในมุมมองที่ไม่รู้ว่าจะตรงกับพี่หรือคล้ายกับเพื่อนๆที่อ่านคนอื่นๆหรือเปล่านะ

สำหรับมู >>
ความรักที่เจ้าตัวมีให้ชิออนแป้งว่าเข้าข่ายความรักบริสุทธิ์ รักที่ไม่เจือปนหรือหวังสิ่งใด ขอแค่ให้ได้อยู่เคียงใกล้และคนที่รักไม่หมางเมิน คอยดูแลเอาใจใส่ก็พอใจแล้ว ประมาณเรื่องโชบิทได้ไหมเนี่ย (รักที่ไม่ต้องมีเซ็กส์) เพราะจากที่อ่านมาตั้ง 70 กว่าตอนเนี่ย ขนาดตอนเป็นเด็กหนุ่ม มูยังไม่เคยเผยจุดตัวเองตรงไหนที่มีความคิดเชิงชู้สาวจนกระทั่งเลยเถิดไปเหมือนอย่างตาสง่า หรือท่านชิเลย ยิ่งตอนนี้กลายเป็นสาวเต็มตัว

อืม...ก็นะ ไม่รู้จะอธิบายไงดี แต่เอาเป็นว่า มูเป็นเหมือนสิ่งมีชีวิตที่มีค่าเกินกว่าที่ใครจะกล้าเข้ามาครอบครองให้หมองมลทินได้ล่ะมั้ง (ดูอย่างที่ท่านชิคิด ว่าแม้นรักเพียงใด จักไม่ยอมให้เจ้าต้องแปดเปื้อน โอววว เลี่ยนมากมายแต่ได้ใจแม่ยกไปเต็มๆเจ้าค่ะ)

สำหรับท่านชิออน >>
จากที่เคยวางตัวดี เหมาะสม เป็นผู้ใหญ่รู้จักคิดและมีสติรอบคอบเสมออย่างที่พี่แนนกล่าวไว้ แต่ดันมาตกม้าตายเอาตอนหลังจนได้ จากตอนแรกที่ผูกพันด้วยรักเหมือนลูก รักศิษย์ที่ปั้นและเลี้ยงดูมากับมือ แต่พอชีวิตของมูเปลี่ยนไป ใจของท่านก็เริ่มเปลี่ยนตามไปด้วย จากที่ไม่เคยรู้ตัว ก็เริ่มกล้าที่จะยอมรับ จนในที่สุดก็ได้ล่วงเกินมูไปเสียแล้ว(แม้จะนิดหน่อยก็เหอะ)

สำหรับคนอื่นอาจมองว่าท่านชิทำตัวเหลวแหลกและทำผิดต่อมูมากมายที่ไปหาเรื่องระบายเอากับเหล่านางโลมเหล่านั้น แต่สำหรับเราๆคิดว่ามันคงเป็นเรื่องปกติของผู้ชายล่ะมั้ง ยิ่งช่วงที่กำลังมีความรัก ด้านมืดมักจะครองครองสติไว้ได้เสมอ (สังเกตจากท่านชิที่ไม่เคยเหยียบย่างไปที่หอโคมนั้นหลายสิบปี แต่วันนี้กลับต้องมาพึ่งพาดอกไม้เมืองเหล่านี้ ทำไมมันรันทดแบบนี้ฟะ คนระดับเคียวโกเชียวนะ อ๊าก!! ทำไม้ทำไมไม่เลือกเหล่านางกำนัลชั้นสูงในแซงค์ทัวรี่เล่า) tongue

อืม ตอนนี้ขอมาเมนต์แค่นี้ก่อน ต้องไปอยู่เวรต่ออีกละ ไว้จะมาเมนต์ให้อีกทีนะคะ

รีบๆเอาตอนที่ 73 มาลงล่ะ แฟนๆรออ่านอยู่นะพี่นะ (สายตาคาดหวังและข่มขู่พุ่งศรมาที่พี่หลายสิบดอกเลยนา 555+)

#3 By Lavenya on 2008-05-09 19:05

73 73 เอามาลงเรวๆน้า
ไม่อยากให้ท่านชิตาย
เศร้าได้เจ็บได้แต่ ไม่อยากให้ท่านชิตาย 2 วันก่อนเราฝันว่าท่านชิตายด่วยแหละ

#4 By janaj on 2008-05-09 20:26

มาปั่นคอมเม้นท์ให้คนเขียนระทึกใจเล่น
แล้วก็เผ่นกลับวิหารเวอร์โกอย่างรวดเร็ว
(อ้าว เข้าผิด ดันไปวิหารท่านซากะ เอาฟระ! เท่เหมือนกัน)
....
....
....
....
นี่แกจะเข้ามาทำไมกันเนี่ย-*-

บทหน้าท่านชิออนทนไม่ไหว บอกรักมูแน่ๆเล้ยยยย
โย่ว ^0^/

#5 By moonyforever on 2008-05-09 21:41

cry !!!!!!!!

สุดยอดมากๆเขียนได้โดนใจมาก ไอหย่า!!

ตอนต่อไปจะเป็นยังไงน่า?!

#6 By เฟย์ (117.47.214.104) on 2008-05-09 22:12

>>ถ้าบทที่73ทิ้งระยะห่างนานเกินไป
มูน..ดรอบ
ข้าทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว เหมือนกัน
(โดดหักคอ)
อย่าแกล้งคนอ่านได้ไหม(ฟระ<<



เเหะๆsad smile เข้ามาอ่านเเล้วเเอบสะดุ้งเล็กน้อย

พี่มูนนี่ล่ะก็.. หาว่าเเกล้งคนอ่านซะอีก*0*



คิดๆไว้ว่าตอน73คงไม่นานมากหรอกค่ะ เเต่73ต่อ74นี่ยังไม่เเน่... เพราะว่ายังเขียนไม่จบ อาจจะรอนานหน่อยนะคะเเต่ถ้าเสร็จเร็วก็จะรีบมาต่อให้ค่ะ


มูนดรอปเอง ในตอนที่เขียนตอน72นี้ก็มองเห็นภาพท่านมูที่นั่งอยู่ตามลำพังในห้องสลัวๆพร้อมด้วยตะเกียงเพียงดวงเดียว กับสภาพจิตใจที่กำลังสับสนปนเป ทั้งห่วงใยเเละหวาดหวั่นกับสิ่งที่ตนเองก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไร ให้ความรู้สึกโหยหาจริงๆนั่นเเหละ


ในขณะที่ตัวท่านชิเองก็คงไม่ได้ดีไปกว่ากันเท่าไหร่นัก เพราะไม่ว่าท่านจะทำอะไรก็ตามก็มักจะมีคำว่าศักดิ์ศรีกับตำเเหน่งหน้าที่ค้ำคออยู่เสมอ เรียกว่า200ปีของท่านไม่เคยมีครั้งใดเลยที่จะได้ทำอะไรนอกกรอบตามใจตนเองอย่างอิสระ




>>...ชิออนซะอย่าง เล่นละครตบตาฮาเดสยังทำมาแล้วเลย เรื่องยอมรับความรักของตัวเองแค่นี้ ไม่ยากหรอกใช่ไหมคะ <<


อย่างที่เคยคุยกับพี่มูนนี่ไว้ว่า ในบางสังคมนั้นความเป็นอาจารย์กับศิษย์เป็นเรื่องที่ยึดถือกันเคร่งครัดมาก เเละด้วยความที่เป็นผู้มีพระคุณ จึงไม่ควรเป็นอย่างยิ่งที่จะมีความสำพันธ์เช่นนั้นต่อกัน


ดังนั้นเราจึงเห็นว่าท่านชิมีความเด็ดขาดในการบอกปฏิเสธมูครั้งเเล้วครั้งเล่ามากเเค่ไหน เเละก็เเข็งมาตลอดจนกระทั่งมาเสียการควบคุมตนเองเอาในที่สุด
ดังนั้นถ้ามองในเเง่นี้เเล้วบางทีกว่าที่ชิออนจะยอมรับหัวใจตนเองนี่ เป็นเรื่องที่ต้องใช้ความพยายามมากเหมือนกันนะคะ

ในความคิดมูนดรอปเเล้วเป็นอะไรที่ท่านจำต้องยอมรับพร้อมด้วยความอดสูเเละสมเพชตัวเองน่ะ




>>สำหรับเราๆคิดว่ามันคงเป็นเรื่องปกติของผู้ชายล่ะมั้ง ยิ่งช่วงที่กำลังมีความรัก ด้านมืดมักจะครองครองสติไว้ได้เสมอ<<



มีความเป็นไปได้(มั้ง) ไว้ถ้าได้ลองเป็นผู้ชายดูเเล้วจะบอกนะคะ เเต่สิ่งหนึ่งที่มูนดรอปเเน่ใจก็คือความคิดของผู้ชายกับผู้หญิงนั้นไม่เหมือนกัน เเละอาจจะเป็นความคิดที่เเตกต่างกันเเบบคนละขั้วเลยก็ว่าได้


ดังนั้นสิ่งใดที่สาวๆอย่างพวกเราคิดว่าใช่ บางทีพวกหนุ่มๆอาจจะส่ายหน้าไปตามๆกันก็ได้นะconfused smile

#7 By ~Moondrop~ on 2008-05-10 09:59

แวะเข้ามาอ่านตอนใหม่ค่ะ ตอนนี้มันช่างรันทดจนอยากจะ fast forward ไปตอนหน้าเร็ว ๆ จัง

ที่คุณมูนดรอปอธิบายถึงจิตใจที่ยึดมั่นถือมั่นในจารีตของชิออนนี่ ก็ทำให้พอเข้าใจความรู้สึกของท่านชิขึ้นมาบ้างล่ะค่ะ
แต่การะเกดคิดว่าเป็นไปได้มั้ยที่ปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่สภาพสังคมซะทีเดียว เพราะถ้าเราพิจารณาตามเนื้อเรื่องจะเห็นว่า
สังคมคนรอบข้างก็ค่อนข้างจะเปิดใจยอมรับมันได้ แต่คนที่แอนตี้เรื่องนี้อย่างรุนแรงก็มีแต่ชิออนคนเดียวเนี่ยแหละ
การะเกดคิดว่าช่องว่างระหว่างยุคสมัยที่ห่างกันตั้ง 200 กว่าปีน่าจะเป็นเหตุผลส่วนหนึ่ง เปรียบได้กับชายหนุ่มจากสมัย
เพิ่งตั้งกรุงรัตนโกสินทร์ กับหญิงสาวในยุคปัจจุบัน จริง ๆ แล้วหากท่านชิตั้งสติมองไปรอบ ๆ ตัว จะเห็นว่าคนรอบข้างเค้า
ก็เชียร์ท่านออกเหยง ๆ แบบนี้ต้องยืมคำพูดของอาเทน่ามาพูดค่ะว่า ตัวท่านเองนะแหละที่คิดวุ่นวายไปเองอยู่คนเดียว
แต่ดูท่าแล้วตอนหน้าท่านน่าจะคิดได้ซะทีนะคะ

#8 By การะเกด (203.118.111.246) on 2008-05-10 12:31

ตอบเม้นค่าbig smile


อันที่จริงคำว่า หนุ่มยุคกรุงรัตนโกสินทร์กับหญิงสาวในยุคปัจจุบัน ก็ทำให้เห็นภาพชัดดีเหมือนกันนะคะ

อย่างนี้ก็อาจจะเรียกได้ว่าเป็นช่องว่างระหว่างวัยจริงมั้ยคะ^ ^



มูนดรอปมาลองคิดดูเล่นๆว่าต่อให้พยายามปรับตัวเเค่ไหนเเต่ก็อย่างว่าเเระ... ไม้เเก่น่ะมันดัดยาก

คงไม่สามารถจะปรับตัวให้เป็นคนยุคใหม่ได้เเบบ100%มั้งคะ ผิดกับท่านอาเทน่าของเราซึ่งอยู่มายาวนานกว่าชิออนเสียอีก เเต่กลับมีหัวใจเป็นวัยสะรุ่นมากกว่า


>>>ข้าจึงได้บอกกับเจ้าอย่างไรล่ะว่า... จงทำตามเสียงหัวใจของตนเองเถิด


แต่ตัวเจ้าเองกลับมัวแต่คิดอะไรต่อมิอะไรยุ่งวุ่นวายไปหมด ระวังให้ดีเถิดเด็กน้อย... ระวังจะพลาดท่าเสียที เสียของรักให้กับเด็กเมื่อวานซืนคนนั้น...<<<



ขนาดชิออนมาหาเเบบทุกข์ใจเเสนสาหัส เจ๊เเกยังมีเเซวได้อีกsad smile


เเละเราจะได้เห็นตัวตนของเจ๊ใหญ่ที่สุดของเรื่องชัดเจนกว่านี้ในช่วงท้ายๆของเรื่องค่ะ ว่าที่จริงเเล้ว.. อาเทน่าคนนี้น่ะไม่ได้มีดีเเค่ซุป เเต่เเกเอาการเอางานกว่านั้นมากกกกกกconfused smile

#9 By ~Moondrop~ on 2008-05-10 15:33

ถ้าเขียนให้รักกันง่ายๆ แต่งงานแล้วจบ
มันจะสนุกรึ

#10 By moonyforever on 2008-05-10 22:18