Chapter72
posted on 08 May 2008 23:43 by moon-drop in Moonlight-Serenade
เมื่อความปรารถนาในหัวใจกับความรู้ผิดชอบชั่วดีเดินสวนทางกัน ส่งผลให้ท่านชิต้องตัดสินใจทำอะไรบางอย่างลงไป เเละมีเสียงตอบกลับจากคนอ่านเข้ามาในหลายๆเเง่มุม
เป็นอะไรที่มูนดรอปดีใจมากค่ะ ต้องขอขอบคุณสำหรับทุกๆความคิดเห็นที่ส่งเข้ามาให้เลยนะคะ
เพราะฟิคเรื่องนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้าไม่ได้รับกำลังใจเเบบนี้จากทุกคนค่ะ^ ^
เนื้อเรื่องที่กำลังดำเนินอยู่ตอนนี้อาจจะถูกใจหลายๆคนเเละไม่ถูกใจหลายๆคน เเต่ก็ขอให้ติดตามให้กำลังใจกันต่อไปด้วยนะคะ
---------------------------------------------
Chapter72
นัยน์ตาสีอเมทิสเพียงแค่ตวัดสายตาขึ้นมองโคมกระดาษสีแดงที่แขวนอยู่เหนืออาคารทรงสูงแบบร่วมสมัยที่ตกแต่งอย่างสวยงามก่อนจะตัดสินใจก้าวเข้าไปภายใน.... เห็นได้ชัดว่า50ปีที่ล่วงมานั้นได้ทำให้สถานที่แห่งนี้เปลี่ยนโฉมไปเสียจนแทบจำมิได้ ไม่ว่าจะเป็นการตกแต่งทั้งภายนอกและภายใน ทั้งสีสัน บรรยากาศและกลิ่นอายซึ่งดูหรูหราโอ่โถงมากกว่าแต่ก่อน
ชิออนหวนนึกครั้งที่สถานที่แห่งนี้ยังเปิดกิจการเป็นภัตตาคารและโรงแรมเล็กๆ ที่ซึ่งตนเคยแวะเวียนเข้าออกมานั่งรับประทานอาหารและเลี้ยงดูรับรองสหายรักจากโกโรโฮนับครั้งไม่ถ้วน ...คิดไม่ถึงว่า50ปีผ่านไปร้านอาหารแห่งนี้จะกลับกลายเป็นที่พักอาศัยของเหล่า “นางฟ้า” ผู้งดงามซึ่งถูกฝึกสอนให้เชี่ยวชาญในศาสตร์แห่งการร่ายรำ ขับร้องและดนตรี ตลอดจนการเอาอกเอาใจบุรุษสารพัดวิธี ....เป็น50ปีซึ่งเขาเองก็ไม่เคยคิดจะแวะมาเยือนอีกเลยเมื่อมันช่างขัดกับมโนธรรมในจิตใจยิ่งนัก
แม้ว่าในอดีตอันยาวนานของตนจะเคยมีสตรีมากหน้าหลายตาแวะเวียนเข้ามาในชีวิต ทว่าพวกนางก็ล้วนแต่ผ่านเข้ามาและจากไปด้วยความตั้งใจและเต็มใจของตนเอง...
ถึงอย่างไรก็ตาม เขาก็ไม่เคยมีความคิดที่จะมองเพศแม่เป็นเครื่องเล่นที่สามารถไขว่คว้าหามาแนบกายได้โดยง่ายเพียงแค่จ่ายค่าตอบแทนให้ .....ในเมื่อพวกนางก็คือมนุษย์ที่มีเลือดเนื้อ มีชีวิตจิตใจเช่นเดียวกับตน ทว่าในเวลานี้เขาไม่มีทางเลือกอีกต่อไปแล้ว... เพื่อเป็นการกำจัดความโหยหาที่มีต่อศิษย์เพียงคนเดียวของตนให้สิ้นซาก ชิออนจึงตัดสินใจที่จะกลับมาเยือนสถานที่แห่งนี้อีกครั้ง
“ยินดีต้อนรับค่ะ ...เชิญทางนี้สิคะท่านผู้มาเยือน”
ชายหนุ่มหันขวับเมื่อเสียงหวานๆทักขึ้นจากเบื้องหลังก่อนจะต้องถอนหายใจ เมื่อได้พบว่ามีสตรีสาว3นางในสภาพแต่งองค์ทรงเครื่องอย่างงดงามยืนยิ้มรออยู่ กิริยาย่างเยื่องซึ่งเต็มไปด้วยความเย้ายวนชวนเชิญนั้นบ่งบอกชัดถึงสิ่งที่พวกนางได้รับการฝึกสอนมา ทว่าชิออนกลับมองผ่านเลยไปอย่างไม่แยแสก่อนจะปล่อยให้หนึ่งในนั้นก้าวเข้ามาใกล้แล้วเกาะแขนตนไว้ในขณะที่อีก2นางเดินนำไปยั่งที่นั่งสำหรับรับรองแขก
ไม่ว่าจะมองอย่างไรอายุยังไม่น่าจะเกิน20ปีเลย ...เหตุใดจึงได้เลือกเดินในวิถีทางเช่นนี้นะ
..ช่างน่าเสียดายแทนนัก....
“..ไม่ต้องต้อนรับให้มากพิธีไปหรอก...”
น้ำเสียงอันทุ้มลึกขัดขึ้นทันทีที่ได้เห็นว่าพวกนางกำลังจะทำสิ่งใด เรือนกายที่กำลังร้อนจัดเอนหลังอิงพนักเก้าอี้อย่างฝืนใจ ด้วยพิษไข้ที่กำลังเล่นงานตนหนักขึ้นทุกนาทีนั้นชักจะไม่ใช่เรื่องล้อเล่นเสียแล้ว
“ในเวลานี้ข้าไม่มีแก่ใจจะมาชมการร่ายรำหรอก
ข้าต้องการที่จะลืมสตรีนางหนึ่ง ...และหากพวกเจ้าคนใดคนหนึ่งในที่นี้สามารถจะทำให้ข้าลืมนางได้ล่ะก็...”
นัยน์ตาสีม่วงเข้มวาววับกวาดมองดวงหน้าซึ่งตกแต่งอย่างงดงามด้วยสีสันต่างๆ ส่งผลให้บรรดา “นางฟ้า”ทั้งหลายต่างก็มีอันต้องใบหน้าร้อนผ่าวไปตามๆกันพร้อมกับพากันขยับล้อมวงเข้าไปใกล้ชายหนุ่มผู้ซึ่งพวกนางไม่เคยพบเจอใครรูปงามเช่นนี้มาก่อน
“ข้าจะตบรางวัลให้อย่างงาม”
.....................................................
“แกร๊ก..”
โกลเซนต์อารีเอสวางถาดในมือลงบนโต๊ะไม้ตัวเดิม ...ตัวที่เคยใช้เป็นที่แบ่งปัน แลกเปลี่ยนความรู้ ตลอดจนเรื่องราวต่างๆที่ได้พบเจอในแต่ละวันร่วมกับบุรุษผู้เป็นอาจารย์ทั้งในเวลาเช้า กลางวัน เย็นพร้อมด้วยสำรับอาหารที่อาจจะดูซ้ำซากจำเจอยู่บ้าง ...หากแต่การที่จามิลแห่งนี้มีผักปลาและเนื้อสัตว์ก็นับเป็นเรื่องน่าอัศจรรย์ยิ่งแล้ว ด้วยสภาพแวดล้อมอันเวิ้งว้างว่างเปล่าปราศจากบ้านเรือนของผู้คน อีกทั้งยังแห้งแล้งกันดารและเต็มไปด้วยภยันอันตรายเช่นนี้ การหาอาหารจึงมิใช่เรื่องที่ทำได้โดยง่าย
เจ้าของนัยน์ตาสีเขียวเข้มทอดมองออกไปยังนอกหน้าต่างพร้อมกับถอนใจ....
....ท่านอาจารย์...
เวลานี้ท่านไปอยู่ที่ใดกันนะ.. ทั้งๆที่มีไข้สูงถึงเพียงนั้น...
ตลอดหลายวันที่ผ่านมานี้ไม่ว่าจะส่งกระแสจิตไปหาอย่างไรก็แล้วแต่ ..ไม่เคยมีเสียงตอบกลับจากท่านเลยแม้แต่ครั้งเดียว... และก็เป็นอีกครั้งที่มูต้องรีบปาดน้ำตาทิ้งก่อนที่มันจะทำให้ขอบตาต้องบวมแดงมากว่าที่เป็นอยู่ ...ร่างน้อยฝืนใจหันกลับมาสนใจกับสำรับอาหารที่ตนนำมาตั้งไว้ตามเวลา3มื้อทุกวันไม่เคยขาด ด้วยความหวังลึกๆว่าท่านอาจจะกลับมาในเวลาใดเวลาหนึ่ง
....ด้วยสภาพร่างกายที่ยังไม่แข็งแรงดีเช่นนั้น ท่านอาจารย์คงจะต้องหิวแน่ๆ....
ถึงแม้ว่ามูจะยังคงหวาดหวั่นไปกับการกระทำที่เหลือเชื่อของบุคคลซึ่งตนรักและเชื่อใจมากที่สุด มากพอๆกับที่ยังไม่เข้าใจถึงเหตุผลที่ท่านทำเรื่องเช่นนั้นกับตน อีกทั้งยังสับสนไปกับความรู้สึกแปลกๆบางอย่างที่เกิดขึ้นในชั่วขณะนั้น..... ทว่าร่างน้อยก็ยังคงชะเง้อหาผู้ซึ่งเป็นที่รักอย่างเป็นห่วงเป็นใย ด้วยในอดีตที่ผ่านมาไม่เคยจะมีครั้งใดที่ท่านอาจารย์ของตนจะเป็นอย่างนี้ ..ท่านมักจะวางตัวสงบเยือกเย็นเสมอมาและไม่เคยจะกระทำตัวราวกับขาดสติถึงเพียงนี้มาก่อน
ในอึดใจนั้นคำเตือนด้วยความหวังดีของสหายรักก็พลันดังก้องขึ้นมาท่ามกลางความเงียบงันในใจ
...ระวังตัวให้ดี ไม่ว่าจะทำสิ่งใดก็ตามพึงระลึกไว้เสมอว่าเจ้าเป็นสตรี
โดยธรรมชาติแล้วไม่มีบุรุษคนใดหรอก ที่จะหักห้ามใจได้เมื่อมีดอกไม้งามมาให้เชยชมถึงที่...
คำพูดนั้นทำให้มูยิ่งกัดริมฝีปากแน่นอย่างหวาดหวั่นและเป็นกังวล ทั้งๆที่ตนเคยหัวเราะขันไปกับความคิดอันหาสาระมิได้ของชากะ แต่ในยามนี้กลับต้องตระหนักว่ามันมิใช่เรื่องล้อเล่น... เมื่อสัมผัสอันร้อนผ่าวยังคงทิ้งร่องรอยอยู่บนริมฝีปาก ในขณะที่ความหวาดกลัวยังคงเกาะกินจิตใจเช่นเดียวกับวันนั้น ....แต่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม.. ท่านอาจารย์กำลังไม่สบาย และตนจะไม่มีวันทอดทิ้งท่านอย่างเด็ดขาด
แต่ไม่ว่าจะเฝ้ารอสักเพียงไหนก็ดูเหมือนว่าในที่สุดก็คงจะต้องเทอาหารในส่วนของท่านอาจารย์ทิ้งไปอีกแล้ว เมื่อตะวันตกดินแล้วก็ยังไม่มีวี่แววว่าท่านจะกลับมา....
ภายใต้แสงสีชมพูหม่นของยามอัสดง อารีเอส มูจัดการกับอาหารเย็นของตนอย่างเงียบๆตามลำพัง มีเพียงแสงไฟดวงน้อยจากตะเกียงน้ำมันตรงหน้าเป็นเพื่อนคลายเหงา ดวงตาสีเขียวเข้มที่มีหยาดน้ำเอ่อคลอเพ่งมองประกายแสงที่ไหวระริกพลางคิดคำนึงถึงช่วงเวลาในอดีตที่เคยมีความสุข... ยามที่เคยมีท่านอยู่เคียงข้างเกือบตลอดเวลา...
แล้วภาพของเด็กน้อยที่นั่งเท้าคางอยู่ที่โต๊ะตัวนี้ ฟังเสียงท่านอาจารย์เล่าเรื่องราวต่างๆด้วยดวงตาที่เป็นประกายก็พลันปรากฏให้เห็นเป็นเงาส่ายไหวไปมาอยู่ที่ผนังห้องล้อแสงไฟจากตะเกียง ในขณะที่น้ำเสียงอันทุ่มนุ่มน่าฟังของท่านกลับดังขึ้นที่ริมหู และนั่นก็ส่งผลให้มูต้องวางตะเกียบในมือลงเมื่อรู้สึกว่ามิอาจทนฝืนได้อีกต่อไป
เป็นเช่นเดียวกับมื้อที่ผ่านๆมาซึ่งตนมิอาจจะกล้ำกลืนฝืนกินอะไรได้มากไปกว่าข้าวเพียงครึ่งถ้วยพร้อมด้วยกับข้าวอีกเล็กน้อยเท่านั้น เมื่อความห่วงกังวลถึงอาจารย์ผู้มีพระคุณส่งผลให้มิอาจจะข่มตาหลับได้เลยแม้แต่คืนเดียว
และก็เป็นเช่นเดียวกับมื้อเช้า มื้อกลางวัน หรือมื้อไหนๆที่ผ่านมา... ร่างเพรียวบางลุกขึ้นจากเก้าอี้พลางเก็บรวมรวมจานชามทั้งของตนเอง และสำรับที่ยังมิได้ถูกแตะต้องเข้าด้วยกันภายใต้ความรู้สึกหนักอึ้งในหัวใจ ที่เวลาผ่านมาถึงป่านนี้แล้วก็ยังไม่รู้ว่าผู้เป็นที่รักอยู่ที่ไหน ...มูยกแขนขึ้นปาดหยดน้ำตาที่คอยแต่จะเอ่อล้นขึ้นมาพร้อมกับสูดหายใจโดยแรง ก่อนจะค่อยๆเรียงจานชามสำรับอาหารลงในถาดไม้ใบเดิมโดยมิทันได้รู้สึกถึงห้วงอากาศที่บิดเป็นเกลียวที่ด้านหลัง
ทันทีที่ปรากฏร่างขึ้นที่ประตูทางเข้า....
ชิออนก็ถึงกับตะลึงงันเมื่อได้เห็นร่างเล็กๆที่ตนพยายามบังคับหัวใจตัวเองให้ลืมมาตลอด10วันที่ผ่านมา เรือนผมสีม่วงอ่อนยังคงรวบหลวมๆไว้ที่กลางหลังอย่างเช่นเคย ในขณะที่ปลายผมหนานุ่มเคลียเคล้าอยู่กับสะโพกผายพร้อมด้วยเสื้อผ้าชุดเก่าที่แสนจะเรียบง่าย หากภาพด้านหลังของศิษย์ตัวน้อยกลับงดงามจับจิตจับใจนัก ส่งผลให้ชายหนุ่มแทบไม่อาจจะละสายตาไปจากภาพตรงหน้าได้เลย...
ยิ่งกว่านั้นเขากลับรู้สึกว่าลมหายใจของตนเองติดขัด พร้อมด้วยความรักและความคิดถึงที่ตนมั่นใจว่าได้กลบฝังเอาไว้เป็นอย่างดีแล้วพลันล้นทะลักออกมาจากหัวใจ ในพริบตาเดียวกับที่มูหันหน้ากลับมา...
---------------------------------------------
To Be Con...Chapter73*0*
มูนดรอปคิดว่านี่เป็นตอนที่เขียนยากที่สุดตอนหนึ่งเลยก็ว่าได้ รวมถึงตอนที่73ซึ่งเป็นตอนหน้าด้วย... ในขณะที่เรื่องกลังจะถึงจุดไคลเเมคด้วยอะไรก็ตามที่หลายๆคนรอลุ้น เเต่จะทำอย่างไรให้ภาพที่ออกมานั้นไม่น่าเกลียดจนเกินไปนัก เป็นโจทย์ที่มูนดรอปยังตีไม่เเตกค่ะ
เเต่ในที่สุดท่านชิก็กลับบ้านเเล้ว เเละการเผชิญหน้ากันในครั้งนี้จะก่อให้เกิดผลอย่างไร....
ชิออนโอบกอดร่างน้อยที่สะอึกสะอื้นอย่างหนักไว้แนบอกพลางลูบไล้เรือนผมนุ่มอย่างปลอบโยน พร้อมกับได้ตระหนักถึงความจริงว่า... ในโลกนี้ไม่มีใครที่จะสามารถมาแทนที่เด็กคนนี้ได้ และช่วงเวลาที่มีมูอยู่ในอ้อมแขนนี้มันก็ช่างมีค่ามากมายมหาศาลเหลือเกิน ยิ่งไปกว่านั้น ..เขารัก... รักในทุกสิ่งทุกอย่างที่หล่อหลอมขึ้นมาเป็นสาวน้อยคนนี้มากเพียงใด.....
วันนี้เองเพิ่งจะได้รู้ เพิ่งจะเข้าใจถ่องแท้ ...ว่าแท้จริงแล้วเขาถวิลหามูอย่างเจ็บปวดรวดร้าวมากมายสักเพียงไหน และการที่มิได้เห็นหน้า มิได้ฟังเสียงหวานๆถึง10วันก็ทำให้เขา....
“...มู.. ...ข้า..”
...ทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว.......
ไว้จะมาเมนต์ให้อีกทีนะคะ
73
!!!!!!!!
เข้ามาอ่านเเล้วเเอบสะดุ้งเล็กน้อย
ถ้าบทที่73ทิ้งระยะห่างนานเกินไป
มูน..ดรอบ
ข้าทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว เหมือนกัน
(โดดหักคอ)
อย่าแกล้งคนอ่านได้ไหม(ฟระ)
ตอนนี้ให้อารมณ์หลากหลาย
ทั้งสับสน โหยหา และความรู้สึกขัดแย้งในตัวเองต่อสิ่งที่กำลังกระทำ
และที่สำคัญ
วรรคสุดท้ายที่จบลงพร้อมกับความรู้สึกว่า
ที่สุดแล้วไม่ว่าจะทำอย่างไรท่านชิออนก็ไม่มีทางหนีตัวเองได้พ้น
#1 By moonyforever on 2008-05-09 06:59