Chapter73

posted on 11 May 2008 08:29 by moon-drop  in Moonlight-Serenade

ดีค่า^ ^


ในตอนที่ผ่านมา ท่ามกลางความสับสนเเละเป็นกังวลของท่านมู ในที่สุดท่านอาจารย์ก็ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้า....


ต่างคนต่างก็ตกตะลึงที่ได้พบกันอีกครั้งอย่างไม่คาดฝัน เมื่อชิออนก็ไม่คิดว่ามูจะยังรอคอยตนอยู่ที่จามิล ในขณะที่น้องมูเองก็ไม่รู้ว่าอาจารย์จะกลับมาเมื่อไหร่ ดังนั้น... มูนดรอปคิดว่าเป็นนาทีที่น่าจับตามองค่ะ

ปล: เครดิตภาพงามๆจาก....

http://thorn.xii.jp/ellen/menu.html


-------------------------------------------------

Chapter73




“เพล้ง!!”




พริบตาที่หันมาสบตา... ชามกระเบื้องเนื้อหยาบที่ถืออยู่ก็พลันหลุดร่วงไปจากมือโดยไม่ทันรู้ตัวก่อนจะหล่นลงพื้นแตกกระจาย หากเจ้าตัวกลับมิได้คิดสนใจใยดีจะเก็บกวาด เมื่อการได้พบหน้าผู้ที่เฝ้าห่วงหามาหลายวันส่งผลให้สมองมึนชาเสียจนมิอาจคิดอะไรออก มีเพียงใบหน้าอันแสนคิดถึงตรงหน้าเพียงเท่านั้นที่มีอิทธิพลต่อจิตใจของมูในเวลานี้ ...แต่กระนั้นศิษย์สาวตัวน้อยก็กลับตะลึงงันเสียจนทำอะไรไม่ถูก





....ท่านอาจารย์......



ริมฝีปากนุ่มขยับพูดหากแต่ไม่มีเสียงเล็ดรอดออกมา มีเพียงน้ำตาหยดหนึ่งที่ไหลรินออกมาจากดวงตาคู่งามที่แดงช้ำเพียงเท่านั้น ทว่าใบหน้าหวานซึ่งอิดโรยจากการอดหลับอดนอนมาหลายคืนกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกต่างๆนานาปรากฏชัดอยู่บนสีหน้า..... อารีเอส มูได้แต่จ้องมองร่างสูงใหญ่ในชุดลำลองชุดเดิมที่ยังคงยืนนิ่งไม่ไหวติงอยู่ที่ประตูบ้านอย่างไม่อยากเชื่อสายตา





“..! ...ท่าน!!...”



ชิออนถึงกับสำลักลมหายใจตนเอง.... ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าโดยแรงประหนึ่งเพิ่งจะได้รับอากาศหายใจ ในวินาทีที่ดึงร่างเล็กๆที่เฝ้าหลอกหลอนตนเสียจนแทบคลั่งทั้งในยามหลับและตื่นเข้ามากอดแนบแน่นโดยมิได้นำพากับเสียงร้องอุทานอย่างตกใจจากร่างงามในอ้อมแขน ชายหนุ่มซบใบหน้าเข้ากับศีรษะของมูแล้วซึมซับรสสัมผัสอันอ่อนหวานละมุนละไมกับกลิ่นกายอันหอมกรุ่นจากศิษย์ตัวน้อยอย่างสุดจะหักห้ามใจ





.....สำรับอาหารพวกนั้น.....



..มู ...หรือว่านี่เจ้า...

เฝ้าจัดเตรียมอาหารในส่วนของข้าอย่างไม่ขาดตกบกพร่องตลอด10วันที่ผ่านมางั้นหรือนี่




...ทั้งๆที่ไม่รู้ว่าข้าจะกลับมาเมื่อไรเลยแท้ๆ



เจ้านี่มันช่าง....






“....ชู่ว์..... นิ่งซะ”



ชิออนโอบกอดร่างน้อยที่สะอึกสะอื้นอย่างหนักไว้แนบอกพลางลูบไล้เรือนผมนุ่มอย่างปลอบโยน พร้อมกับได้ตระหนักถึงความจริงว่า... ในโลกนี้ไม่มีใครที่จะสามารถมาแทนที่เด็กคนนี้ได้ และช่วงเวลาที่มีมูอยู่ในอ้อมแขนนี้มันก็ช่างมีค่ามากมายมหาศาลเหลือเกิน ยิ่งไปกว่านั้น ..เขารัก... รักในทุกสิ่งทุกอย่างที่หล่อหลอมขึ้นมาเป็นสาวน้อยคนนี้มากเพียงใด.....


วันนี้เองเพิ่งจะได้รู้ เพิ่งจะเข้าใจถ่องแท้ ...ว่าแท้จริงแล้วเขาถวิลหามูอย่างเจ็บปวดรวดร้าวมากมายสักเพียงไหน และการที่มิได้เห็นหน้า มิได้ฟังเสียงหวานๆถึง10วันก็ทำให้เขา....





“...มู.. ...ข้า..”



...ทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว.......




ชายหนุ่มประคองดวงหน้าอันแสนคิดถึงให้เงยขึ้นก่อนจะประทับริมฝีปากเข้ากับกลีบปากนุ่มที่สั่นระริก พลางยอมจำนนสิ้นต่อความปรารถนาทั้งมวลที่เฝ้าเก็บซ่อนมาเป็นเวลานาน..... บัดนี้ไม่มีคำว่าอดทนอดกลั้นเหลืออยู่อีกต่อไป เมื่อสิ่งเหล่านั้นพลันแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆไม่เหลือชิ้นดีตั้งวินาทีที่ได้เห็นดวงหน้างามนองน้ำตา


อ้อมแขนที่สั่นระริกโอบกระหวัดร่างน้อยไว้แนบชิดอย่างหวนแหนแล้วเฝ้าลิ้มชิมรสหวานจากริมฝีปากงามอย่างมิรู้เบื่อ ....และในยามนี้ใครก็ตามที่หมายปองของสูงค่านี้แล้วล่ะก็ คงจะมิอาจรอดพ้นจากเพลิงพิโรธของเขาเป็นแน่แท้ ในขณะที่เด็กสาวก็กลับมิได้ขัดขืนดังเช่นทุกครั้ง...



เป็นครั้งแรกในชีวิต ..ที่มูรู้สึกว่าการได้ซุกร่างอยู่กับแผ่นอกกว้างที่ตึงแน่นไปด้วยกล้ามเนื้ออันงดงามสมบูรณ์แบบ และอ้อมกอดอันแสนอบอุ่นนี้เป็นเรื่องที่ถูกที่ควรอย่างที่สุดแล้ว... สาวน้อยยอมเผยอริมฝีปากขึ้นในที่สุดแล้วปล่อยให้ชิออนกระทำตามใจปรารถนาในขณะที่เริ่มรู้สึกมึนเมาไปกับสัมผัสนั้นจนแทบจะทรงกายไว้ไม่อยู่ มือเล็กๆจึงยึดเกาะต้นแขนของท่านอาจารย์เอาไว้แน่นประหนึ่งดังที่พึ่งเมื่อแข้งขาดูเหมือนจะพาลหมดแรงขึ้นมาเสียดื้อๆ




“เจ้าช่างหวานนัก....

นี่ข้าปล่อยเจ้าเอาไว้เพียงลำพังมาเนิ่นนานถึงเพียงนี้ได้อย่างไรกัน”


น้ำเสียงแผ่วๆแสนนุ่มหูที่กระซิบผ่านลมหายใจอันถี่กระชั้นแนบชิดริมฝีปากงาม แทบจะส่งผลให้หัวใจที่เต้นเร็วแรงอยู่นั้นหลุดออกมานอกทรวงอกพร้อมด้วยร่างน้อยที่อ่อนเปลี้ยสิ้นเรี่ยวแรงด้วยความไม่ประสา ...และไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าท่านอาจารย์จะแสดงท่าทีเช่นนี้กับตนได้ มูหลับตาลงช้าๆอย่างยอมจำนนหมดสิ้นหัวใจเมื่อชิออนก้มลงครอบครองริมฝีปากเนียนนุ่มอีกครั้งพลางแทรกปลายลิ้นลึกสู่ความหวานฉ่ำภายใน....




ราวกับนาฬิกาหยุดเดิน ....หรือมิเช่นนั้นก็กำลังหลงวนเวียนอยู่ในความฝันที่เหลือเชื่อที่สุด เมื่อร่างงามตกอยู่ในวงแขนของผู้ที่เฝ้าแอบหลงรักมานานแสนนาน.... แต่แล้วอารีเอส มูก็พลันสะดุ้งพร้อมด้วยเสียงร้องอุทานเมื่อจู่ๆชิออนก็รวบร่างตนลอยขึ้นจากพื้น แต่ครั้นจะเอ่ยปากถามสิ่งใดออกไปก็มีอันต้องใบหน้าแดงก่ำเมื่อสัมผัสได้ถึงประกายตาสีม่วงเข้มคู่นั้นที่โชนแสงแรงกล้าราวกับว่าท่านอาจารย์ได้กลายเป็นบุคคลอื่นที่ตนไม่เคยคุ้นมาก่อนเสียแล้ว



“ข้า.. ข้ายังไม่ได้เก็บสำรับเลย..”



ชายหนุ่มก้าวขึ้นบันไดไปทีละขั้นๆอย่างไม่สนใจจะฟังเสียงทัดทานพร้อมด้วยร่างงามที่โอบกระชับแน่นอยู่ในอ้อมแขน ชายหนุ่มอดขันไม่ได้ยามที่ได้เห็นดวงหน้าหวานแดงก่ำพร้อมด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกักอย่างลังเลใจระคนหวาดหวั่น ก่อนจะก้มลงจุมพิตแผ่วเบาที่หน้าผากนวลในขณะที่มูแทบอยากจะหนีไปให้พ้นๆเสียในอึดใจนั้น เมื่อรู้สึกว่าสายตาของท่านอาจารย์กำลังจะทำให้ตนหลอมละลายกลายเป็นน้ำ



....นี่ตัวข้าเป็นอะไรไป... ถึงแม้ว่าจะรู้สึกอบอุ่นเพียงใดแต่ก็กลับหนาวยะเยือกด้วยในขณะเดียวกัน...


อยากจะหนีไปเหลือเกิน ถึงแม้จะไม่รู้ว่าทำไมแต่ว่า ....สายตาของท่านมันช่างทรมานข้านัก....





“ก็ช่างสำรับนั่นปะไร”


น้ำเสียงทุ้มนุ่มแผ่วเบาของชายหนุ่มส่งผลให้ดวงหน้างามยิ่งร้อนผ่าว หากก็ยังมิอาจเทียบได้กับชั่วขณะที่วงแขนแข็งแรงนั้นบรรจงวางร่างน้อยลงบนเตียงนอนของตนแล้วทาบทับตามลงไป และก่อนที่จะทันได้ทักท้วง ก่อนที่จะได้เอ่ยคำใด กลีบปากนุ่มที่กำลังเผยอน้อยๆอย่างตื่นตระหนกก็พลันถูกปิดสนิทเนิ่นนาน




“คิดถึงเจ้าเหลือเกิน...”


ชิออนกระซิบเสียงแผ่วชิดริมหูก่อนจะแนบริมฝีปากร้อนผ่าวลงบนต้นคอขาวเนียน สาวน้อยพลันสะดุ้งเฮือกอย่างตกใจเมื่อมือใหญ่แข็งแรงข้างหนึ่งลูบไล้แผ่วเบาอยู่ที่สีข้าง แล้วสอดมือเข้าสู่เบื้องหลังก่อนจะค่อยๆรูดซิปด้านหลังชุดที่ตนสวมอยู่ลงอย่างช้าๆ ในขณะที่อีกข้างหนึ่งรวบข้อมือเรียวเล็กทั้งคู่ไว้ด้วยกัน.... และทันทีที่ตระหนักได้ว่าเสื้อผ้าของตนกำลังจะหลุดจากร่างมูก็เริ่มดิ้นรนอย่างจริงๆจังๆพร้อมด้วยความหวาดกลัวที่แผ่ซ่านไปทั่วร่าง





“ไม่นะ!! ....อย่า..”



ทว่าเสียงร้องของเด็กสาวกลับถูกดูดกลืนหายลงไปในลำคอของชิออน เมื่อชายหนุ่มประทับจุมพิตอันแสนอ่อนโยนเพื่อสะกัดกั้นเสียงร้องโวยวาย พลางตระกองกอดร่างน้อยที่พยายามดิ้นรนไว้ในวงแขนอย่างนุ่มนวลพร้อมกับลงมือสำรวจทุกตารางนิ้วบนร่างงาม ...และนั่นก็ทำให้มูยิ่งรู้สึกร้อนวูบวาบไปกับสัมผัสที่ทั้งเนิบนาบแผ่วเบาราวกับขนนก และลวกร้อนประหนึ่งเปลวไฟ ทั้งเรียกร้องและอ้างสิทธิ์ในขณะเดียวกัน... ส่งผลให้เรี่ยวแรงที่จะดิ้นรนขัดขืนหมดลงทุกทีๆ ในขณะที่หัวสมองก็ราวกับจะหมุนคว้างเสียจนคิดอะไรไม่ออก




“มู... ข้าตัดสินใจแล้ว ครั้งนี้ข้าจะไม่มีวันยอมยกเจ้าให้กับใครอีก


...เจ้าเป็นของข้าแต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น”






......................................................



บรรยากาศอันสงบเงียบยามค่ำคืนของจามิล ที่มีแต่เพียงเสียงคำรามแผ่วๆจากท้องฟ้าเบื้องบนพร้อมด้วยเมฆฝนที่ตั้งเค้ามาตั้งแต่ช่วงตะวันตกดิน เริ่มจะเย็นลงเรื่อยๆพร้อมด้วยความชุ่มฉ่ำที่โปรยปรายลงมาสู่ผืนดินแห้งแล้งเบื้องล่าง และดอกไม้น้อยๆก็เริ่มชูช่อแย้มกลีบบานเมื่อได้น้ำฝน


จากเพียงไม่กี่หยดที่ประพรมลงมาพอให้ชุ่มชื้นในทีแรกค่อยๆทวีความรุนแรงขึ้นทีละน้อยๆจนกระทั่ง.... แปรเปลี่ยนเป็นเสียงดังซ่านซ่ากระทบผืนดินและหลังคาดังก้อง พร้อมด้วยแสงแวบวาบแลเห็นเป็นเส้นขาวสว่างจ้าพุ่งดิ่งลงมาจากความมืดมิดเบื้องบนตามด้วยเสียคำรนคำรามที่ประหนึ่งอสูรกาย ....กลบเสียงหอบหายใจระรัวของคู่หนุ่มสาวที่กอดกระหวัดกันอยู่ท่ามกลางความมืด โดยมิได้สนใจแม้แต่จะจุดตะเกียงขึ้นหรือปิดหน้าต่างเมื่อยามสายฝนซัดสาดเข้ามา


เมื่อบัดนี้มีเพียงเสียงลมหายใจและไออุ่นจากร่างที่อิงแอบแนบชิดอยู่เท่านั้นที่มีค่าควรสนใจ... เมื่อภายใต้ฝ่ามือคือผิวกายเนียนละเอียดดุจผ้าไหมเนื้อดีกับรสชาติอันหวานล้ำเช่นนี้ ต่อให้ฟ้าดินถล่มทลายลงตรงหน้าก็ไม่คิดแยแส.....





“โอ๊ย!!....”



มูถึงกับสะดุ้งเฮือกพร้อมกับหวีดร้องด้วยความเจ็บปวด เมื่อรู้สึกราวกับร่างกายกำลังถูกฉีกกระชากออกเป็นชิ้นๆพลางดิ้นรนหอบหายใจแรงอย่างตื่นตระหนก หากแต่บุรุษผู้เป็นที่รักกลับตรึงร่างงามไว้ภายใต้ร่างตนอย่างแน่นหนาแล้วประทับจุมพิตแผ่วเบาที่หน้าผากพลางกระซิบปลอบโยน




“อย่าดิ้น.. อยู่นิ่งๆ ..มิฉะนั้นเจ้าจะยิ่งเจ็บมากกว่านี้


ปล่อยตัวตามสบายสิ.... ”



ถึงกระนั้นมูก็ยังคงพยายามสะบัดตัวหนีอย่างไม่ฟังเสียงใดๆทั้งสิ้น เพียงเพื่อจะได้พบว่ามันไม่เกิดผลอันใดเมื่อวงแขนอันแข็งแกร่งของชิออนยังคงกอดรัดตนไว้แน่นอย่างมิยอมผ่อนปรน ส่งผลให้ร่างนุ่มนิ่มที่สะอื้นอย่างเจ็บปวดต้องเบียดชิดแนบแผงอกกว้างที่ขยับเป็นลอนคลื่นงดงามตามจังหวะการหอบหายใจ.... ชายหนุ่มก้มลงจุมพิตแผ่วเบาที่ริมฝีปากนุ่มแล้วไล้ต่ำลงมาตามแนวขากรรไกร



“ไม่ต้องกลัว ...มันไม่เป็นไรหรอก แล้วเจ้าจะรู้สึกดีขึ้นในที่สุด”




ทว่าคำปลอบโยนอันนุ่มนวลนั้นกลับถูกกลบสิ้นด้วยเสียงคำรามลั่นอย่างกราดเกรี้ยวจากเบื้องนอก พร้อมด้วยแสงสว่างวะวาบที่สาดเป็นลำเข้ามาทางหน้าต่างบานสูง ต้องกระทบร่างที่เคลื่อนไหวสอดประสานกันอย่างลงตัวราวกับกำลังเริงระบำอยู่บนผิวน้ำท่ามกลางแสงจันทร์ผุดผ่อง พร้อมด้วยท่วงทำนองแห่งบทเพลงรักอันหวานซึ้งตรึงร่างที่ทั้งคู่ร่วมกันขับขาน ดุจดังลำนำเสน่หาที่กลั่นออกมาจากภายใน...


ไม่จำเป็นต้องมีถ้อยคำใดๆออกจากปาก หากก็ทำให้มูได้ตระหนักซึ้งถึงความรู้สึกอันซ่อนเร้นที่พลันระเบิดพร่างพราวออกมาจากหัวใจของชิออน เมื่อประกายตาวาววับที่สบประสานกันและกันท่ามกลางความมืดนั้นได้บอกกล่าวความรู้สึกออกมาอย่างชัดเจนที่สุดแล้ว.... ร่างงามสะท้านเยือกไปกับความนัยที่ได้รับรู้พลางจิกปลายเล็บลงบนบ่ากว้างอย่างลืมตัว พร้อมกับซาบซึ้งใจไปกับความอิ่มเอิบที่กำลังก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆ เมื่อได้เข้าใจในที่สุดว่าแท้จริงแล้วท่านอาจารย์รู้สึกกับตนอย่างไร



ท่ามกลางช่วงเวลาแห่งความอัดอั้นตันใจที่ล่วงผ่าน... ที่ทั้งคู่ต่างก็ต้องทนทุกข์ทรมานเพราะรัก ....ทว่านับแต่บัดนี้เป็นต้นไปหัวใจทั้งสองดวงจะหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว... ภายใต้ดวงจันทร์ที่หลบเร้นซ่อนแสงมิดชิดอยู่ในกลุ่มเมฆดำทะมึนและม่านน้ำฝน รอเวลาที่จะออกมาทอแสงนวลอีกครั้งเสมือนหนึ่งจะเป็นพยาน....


ว่าบัดนี้คำทำนายจากวิถีดวงดาว แห่งชนเผ่าที่ต้องคำสาปนั้นได้สัมฤทธิ์ผลแล้ว...


----------------------------------------------
To Be Con...Chapter74^0^


อย่างที่เคยบอกไปเมื่อนานมาเเล้ว ว่ามูนดรอปไม่ได้ต้องการจะนำเสนอความหื่น เเต่สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือการดำเนินเรื่องอย่างที่ควรจะเป็น เมื่อทั้งเหตุเเละผลนำพาทั้งคู่ให้มาพบกันในลักษณะเช่นนี้... เเละในตอนต่อๆไปสีสันของเรื่องเองก็จะได้เปลี่ยนแปลงไปในอีกรูปเเบบหนึ่ง


ในขณะที่ชื่อ"Moonlight Serenade" อันหมายถึง "บทเพลงในยามค่ำคืน" หรือNight Songนั้น ก็เพิ่งจะได้เผยThemeหลักออกมาในตอนนี้เองค่ะ








“..โกรธข้าหรือเปล่า...”



น้ำเสียงอันแผ่วเบาที่กระซิบถามขึ้นที่ริมหูส่งผลให้ร่างน้อยหันกลับมาสบตาในที่สุดก่อนจะต้องอึ้งไปครู่หนึ่ง.. เมื่อมันคือครั้งแรกในชีวิตที่มูได้เห็นถึงความลังเลและหวาดวิตกปรากฏขึ้นในดวงตาสีม่วงอเมทิสของท่านอาจารย์ที่ไม่ว่าเมื่อไรก็ตาม ...ก็มักจะเต็มไปด้วยความเชื่อมั่นและสุขุมลุ่มลึกเสมอมา หรือว่านี่คืออีกตัวตนหนึ่งที่ท่านไม่เคยแสดงออกให้ตนเห็นมาก่อนเลย....




“ท่าน.. หมายความว่าอย่างไร”



“ข้าย่ำยีเจ้า... ทำให้เจ้าต้องมัวหมอง

ทั้งๆที่ก่อนนี้ข้าเคยผลักไสไล่ส่งเจ้าต่างๆนานา ก็เพราะหวังจะได้เห็นเจ้าเคียงคู่กับคนที่ดีและคู่ควรมากกว่าข้า ..แต่แล้วในที่สุดข้าก็ทำไม่ได้”

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

โอ้ อยากอ่านจนนอนไม่หลับ กว่าจะตะกายขึ้นบ้านตั้งตีสอง .....
ล้อเล่น ทำงานเพลินจนถึงตีสองต่างหาก


ชอบจริงๆเลย นิยายที่เปรียบการหล่อหลอมคนสองคนกับพายุฟ้าคะนองที่กำลังคุ้มคลั่ง มันให้อารมณ์เหมือนอ่านวรรณกรรมโบราณ และถ้าคนเขียนไม่มีฝีมือจริง จะไม่สามารถถ่ายทอดออกมาได้อย่างแนบเนียนแน่

ในที่สุดท่านชิออนก็หนีความปรารถนาอันแท้จริงของหัวใจตนไปไม่พ้น
แต่สิ่งที่เขาตัดสินใจกระทำลงไปคือจุดสิ้นสุดอย่างนั้นหรือ

ในความคิดของพี่

ปัญหาที่แท้จริงมันกำลังเริ่มต้นขึ้นต่างหาก

พายุลูกใหญ่กำลังก่อตัวขึ้นอย่างเงียบๆแล้ว

....
....
....
....

ไปเก็บผ้าที่ซักไว้ก่อนนะ...........เดี๋ยวเปียกฝน

ป.ล.ตอนแรกคิดว่ามูนดรอปจะเขียนให้มูรู้สึก "เจ็บ" กับครั้งแรกนี่ยังไง ถึงจะดูลื่นไหลไม่น่าเกลียด

พอออกมาจริงๆ โอ้....ดีทีเดียว
ท่านชิออนนี่ถึงแก่แต่ท่าทางจะมีลีลาร้ายไม่เบา

#1 By moonyforever on 2008-05-11 09:19

>>ปัญหาที่แท้จริงมันกำลังเริ่มต้นขึ้นต่างหาก
พายุลูกใหญ่กำลังก่อตัวขึ้นอย่างเงียบๆแล้ว

เห็นด้วยกับความเห็นนี้อ่ะค่ะ

เราว่าคำสาป คงไม่ได้หยุดอยู่แค่ทำให้มูกลายเป็นผู้หญิงก็ได้ เรื่องวุ่นวายทั้งหลาย เป็นผลมาจากคำสาปหรือเปล่านี่

เอ่อ...เมื่อก่อนตอนอ่านฟิคนี้ เคยเดาๆว่า การที่มูเสียพรหมจรรย์ให้ใคร อาจจะเกี่ยวข้องกับการที่มูจะได้กลับมาเป็นผู้ชายอีกครั้งก็ได้ (เดาค่ะ เดาสุดฤทธิ์)

#2 By (125.24.82.58) on 2008-05-11 10:42

โทษทีค่ะ ข้างบนนี่ความเห็นเราเอง ลืมใส่ชื่อซะงั้นsad smile

#3 By กำจาย (125.24.82.58) on 2008-05-11 10:43

ท่านชิ ท่านมู ขอเด็กๆไวราวๆทีมบาสฯก็พอละ
หัวเราะ หึหึแล้วหายวับเข้าม่านหมอก

#4 By [Sai] on 2008-05-11 11:23

"บันไซ สำหวังแล้วนะท่านมู ท่านชิออน"

จริงๆ ก็อยากจะบอกแบบนี้นะคะ แต่ทำแบบนี้จะดีแล้วจริงๆ หรือ การพ่ายแพ้ต่อสิ่งหนึ่ง อาจเป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาอื่นๆ ที่ตามมา รวมทั้งปัญหาที่พยายามหลีกเลี่ยงกันมาตลอด

เห็นด้วยกับความเห็นแรกค่า เราก็เป็นคนหนึ่งที่ชอบการบรรยายเปรียบเปรยแบบนี้ เพราะมันทำให้ภาพออกมาดูสวยงาม ไม่น่าเกลียด และดูเบาลงมาก แถมยังเป็นการเปิดอิสระในการจินตนาการด้วย อิอิ

#5 By Aries on 2008-05-11 11:43

หลังๆมานี้ทำงานใช้ชีวิตอยู่บนวอร์ดเกินกว่า 15 ชม/วัน ทำให้ต้องอาศัยเน็ตบนห้องพักเล่นแทน และก็เพราะนั่งเล่นในห้องพักแพทย์เนี่ยแหล่ะที่ทำให้เปิดมาบลอคพี่ทีไรหัวใจแป้งจะวายตายให้ได้ ก็เพราะรู้ที่โชว์หลาบนหัวบลอคนี่น่ะสิ ดีนะที่ตอนเปิดเหล่ซ้ายขวาแล้วไม่มีใครอยู่ (ถึงจะมีเพื่อนบางคนเคยเห็นแล้วบ้างก็เหอะ อายตัวเองจริงจริ๊ง เหอๆ)

มาขอเมนต์ต่อเลยนะคะ >>

อยากบอกว่าตอนนี้พี่แนนมีศิลปะในการแต่งได้สุดยอดเทคนิกสเปเชี่ยลมากๆ โดยเฉพาะฉากบรรยายเปรียบเทียบการกระทำของพระนางกับเหตุธรรมชาติเนี่ย สุดยอดจริงๆ อ่านแล้วคิดตามได้เลยว่าเปรียบเหมือนลมฝนที่กำลังบ้าคลั่งคือบทรักอันแสนหวานหากร้อนแรงราวไฟแผดเผา ไม่รู้บทนี้คิดว่าพี่คงใช้เวลานานพอควรกว่าจะบรรยายได้ขนาดนี้

และก็เป็นอีกหนึ่งในยอดตอนในดวงใจแป้งที่ชอบมากที่สุดในเรื่องนี้ เพราะนอกจากเนื้อหาจะเป็นส่วนที่รอคอย(มาแรมเดือน) และการใช้ภาษาที่สละสลวยแล้ว มันยังเหมือนเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างภาคที่แป้งเคยพูดกับพี่ไปเมื่อนานมาแล้วว่าช่วงนี้ หากเปรียบเป็นหนังไตรภาค ตอนที่ 73 ก็ดำเนินมาถึงจุดสิ้นสุดภาค 2 แล้วล่ะค่ะ (จากตอนแรกที่ไม่รักไม่สน มาภาคสองเริ่มเอนเอียงจนยอมรับในที่สุด )


และสำหรับภาค 3 เห็นด้วยกับหลายๆท่านที่มีมุมมองจุดเดียวกันคือ เหมือนทุกอย่างจะลงเอยด้วยดี แต่จริงๆแล้วไม่ ฟ้าหลังฝนไม่จำเป็ฯต้องสดใสเสมอไป จริงไหม?

ด้วยตำแหน่งและสถานะทางสังคมที่ทั้งชิออนและมูเป็นอยู่ก็ดูเป็นที่จับตามองสำหรับคนหลายๆฝ่ายแล้ว หากไม่นับอาเธน่า แค่ในแซงค์ทัวรี่ละกัน หากใครรู้เข้าว่าศิษย์อาจารย์มารักกัน และยังเป็นรักที่ไม่ธรรมดาเพราะเป็นศิษย์เองก็เป็นระดับโกลด์เซนต์ 1ใน12แม่ทัพที่ยอดเยี่ยมที่สุดของเหล่าเซนต์ กับอาจารย์ที่เป็นผู้นำเซนต์ทั้งมวลแห่งแซงค์ทัวรี่(อำนาจรองก็แค่อาเธน่า)อีกล่ะ อูวส์ แค่นึกก็ไม่อยากจะคิดต่อแล้วว่าหากสองคนนี้กลับไปที่แซงค์ฯ คนทั้งสองจะกล้าพอที่จะเปิดเผยถึงความสัมพันธ์ต้องห้ามนี้หรือไม่

สำหรับตัวแป้งแล้ว คิดว่าชิออนนั้นเป็นลูกผู้ชายพอ กล้าทำก็ต้องกล้ารับ ด้วยอย่างที่ก็รู้ๆกันอยู่ว่าท่านชินัสัยเป็นยังไง อยู่มานานก็แล้ว มีความรับผิดชอบสูงส่ง+กับมีหิริโอตัปปะมากพอที่จะกล้าเผชิญกับสิ่งที่ตนได้กระทำลงไป รับรองว่าต่อให้ต้องถูกครหาจากคนอื่น โดยเฉพาะกับอีตาสง่าและชากะด้วยแล้ว

(2 คนนี้คงเป็นคู่กรณีพิเศษหน่อยล่ะ ด้วยหนึ่งก็เป็นคู่แข่งกับท่านชิมาก่อนหน้านี้เสียอีก แถมตอนแรกก็โดนกันท่าไว้ไม่ยอมให้เข้าใกล้ศิษย์ตัวเอง แต่ตอนนี้คนคาดโทษดันทำตัวเป็นสมภารกินไก่วัดซะงั้น ตาสง่าย่อมไม่ยอมและไม่อยู่เฉยๆแน่ๆ ดีไม่ดีได้อาละวาดหนักใส่ทั้งชิออนและมูชัวร์

ส่วนตาท่านช่าแน่นอนว่าคงอึ้งกิมกี่ทำไรไม่ถูกแน่ ด้วยว่าตอนแรกคิดว่าคนที่น่าห่วงคือมูคนเดียว เพราะคิดว่าท่านเคียวโกคงไม่เล่นด้วยและมีศีลธรรมในจารีตประเพณีมากพออยู่แล้ว แต่พอกลับมาหนนี้ดันกลายเป็นตบมือสองข้างดังแทนซะแล้ว ความรู้สึกศรัทธรและนับถือในตัวบุคคลผู้เป็นประมุขของพวกเซนต์จะยังเหมือนเดิมหรือไม่หนอ เพราะนี่ขนาดแค่โกลด์เซนต์2คนเองนะยังสามารถก่อปัญหาให้คู่พระนางได้ แล้วยังโกลด์เซนต์คนอื่นๆอีกล่ะ? จริงไหม?)

แต่มูนี่สิ ตั้งแต่กลายเป็นสตรีงามไปแล้วความเข้มแข็งทางด้านจิตใจถอยเกียร์ลงคลองไปเยอะ หวั่นไหวก็ง่าย อะไรนิดอะไรหน่อยก็กังวลจนแทบจะดูวิตกจริตหน่อยๆไปแล้วล่ะมั้ง และเพราะยิ่งเป็นสตรีแต่มามีอะไรลึกซึ้งกับอาจารย์ตัวเองแบบนี้ แป้งไม่คิดว่ามูจะทนได้มากนักหรอก (แม้ในใจมูอาจจะคิดว่าขอแค่มีท่านอาจารย์อยู่เคียงข้าง ต่อให้ต้องเผชิญกับนรกบนดินก็ไม่หวาดก็เหอะ แต่เอาเข้าจริง หน้าหวานๆของมูมันคงไม่หนาขนาดฉาบซีเมนต์มาแน่ โอ๊ย คิดแล้วยิ่งหงุดหงิดแทนไอ้คู่นี้จริงๆอะ)

แต่งานนี้คนที่มีเฮมาที่สุดคงไม่พ้น
1.แม่เฒ่าดิกิแน่ๆ (ลุ้นเสี่ยงตายแทบตายเพื่อจะให้ไอ้คู่นี้ลงเอยกัน แต่ตอนนั้นเพราะกำแพงหัวใจท่านชิมันยังด้านๆอยู่ จึงต้องมีการกระทุ้งให้มีรอยร้าวไว้บ้างเสียก่อน ซึ่งก็น่าขอบใจท่านจริงๆที่ทิ้งรอยแผลไว้ในใจท่านชิจนท่านมาดีแตกเอาตอนหลังได้สะบั้นหั่นแหลกเช่นนี้ Good jobๆ)
2.อาเธน่า ก็คงยินดีจากใจจริงด้วยเช่นกันเนื่องด้วยรู้อยู่แล้วว่ายังไงๆ ไอ้ 2 คนนี้มันคงไม่แคล้วกันร้อก หึๆๆ

ที่พี่มูนนี้พูดเรื่อง "ท่านชิออนนี่ถึงแก่แต่ท่าทางจะมีลีลาร้ายไม่เบา" >> แหมพี่ รายนั้นมันหนุ่ม 200 กว่าปีแล้วนะคะ ผ่านสตรีมากี่คนแล้วกว่าจะถึงจุดอิ่มตัวเช่นปัจจุบันที่ไม่ค่อยควงสาวขึ้นเตียงอีก? ฉะนั้นเรื่องลีลาคงรู้ๆกันดีอยู่ในใจล่ะเนาะ จะบอกว่าท่านชิยังเตะปี๊บดังดีอยู่ก็ว่าได้มั้ง ครึๆๆๆ cry

ส่วนเรื่องปัญหาที่แท้จริงเกี่ยวกับคำสาป สารภาพตรงๆว่าตั้งแต่อ่านมาหลังๆลืมไปแล้วนะเนี่ยว่ามันยังสามารถมีอะไรที่เป็นไปได้มากกว่านี้อีกเหรอ? เพราะแค่เปลี่ยนมูเป็นสาวได้ก็อัศจรรย์ใจเกินแล้ว หากมีเรื่องคำสาปให้กลับเป็ฯชายได้ คราวนี้อกท่านชิแตกตายแน่ๆ

เอาล่ะนะ ตอนต่อๆไปหลังผ่านพ้นการกระทำอันชั่ววูบของท่านชิและมูไปคืนนี้แล้ว ต่อไปจะเป็ฯไงคงขึ้นกับคุณนายแสงหม่นแล้วล่ะค่ะว่าจะวาดฝีไม้ลายมือปล่อยหมัดใส่คนอ่าน เอ๊ย! ปล่อยตอนใหม่มาให้อ่านใหม่เมือ่ไหร่ คงต้องลุ้นกันต่อ นี่ยังดีนะที่ช่วงนี้แป้งงานยุ่งมาก แค่รับมือคนไข้ไปวันๆกลับถึงหอหัวถึงหมอนก็สลบเหมือดไม่มีทางมาฟุ้งซ่านเหมือนสมัยยังว่างๆได้อีกแล้วล่ะ ไม่งั้นมีหวังแป้งได้อาละวาดกับพี่ตายเลย เหอๆ


ปล. ว่างๆจะวาดภาพให้พี่แสงหม่นอีกนะคะ ใจจริงอยากวาดให้นานละแต่ก็ไม่ได้วาดสักที ไปล่ะ นี่ก็กำลังทำงานอยู่ แล้วค่อยคุยกันใหม่น่อ

#6 By Lavenya on 2008-05-11 13:35

0 [] 0

!!!!!!!!

เสร็จๆๆๆ!!! เสร็จไปแล้วcry !!!

เฟย์มิอยากเชื่อ!!!cry

อ๊ากกกกก!! อยากอ่านตอนต่อไปไว้ๆจัง!!!

#7 By เฟย์ (117.47.210.94) on 2008-05-11 15:14

>>แต่สิ่งที่เขาตัดสินใจกระทำลงไปคือจุดสิ้นสุดอย่างนั้นหรือ

ในความคิดของพี่

ปัญหาที่แท้จริงมันกำลังเริ่มต้นขึ้นต่างหาก

พายุลูกใหญ่กำลังก่อตัวขึ้นอย่างเงียบๆแล้ว <<


พี่มูนนี่ยังคงมองเห็นเเบบทะลุปรุโปร่งเหมือนเคยเลยนะคะsad smile ซูฮกพี่เลยจริงๆอะ เเหะๆ

มีหรือที่หนูจะยอมปล่อยให้2คนนี้ลงเอยเเล้วทุกอย่างคลี่คลายง่ายๆอย่างนั้นล่ะพี่ มันจะง่ายไปหน่อยเเร้วววว*0*
เเน่นอนว่าต้องมีอะไรตามมาอีกเเน่ค่ะ ดังนั้นเป็นกำลังใจให้ต่อไปด้วยนะค้าconfused smile



>>ป.ล.ตอนแรกคิดว่ามูนดรอปจะเขียนให้มูรู้สึก "เจ็บ" กับครั้งแรกนี่ยังไง ถึงจะดูลื่นไหลไม่น่าเกลียด <<


นี่ล่ะคือสิ่งที่หนูคิดมากที่สุด คิดเเล้วคิดอีกว่าจะทำไงให้มันดูไม่น่าเกลียด(เเต่ดูน่ารักเเทน-*-) เพราะการเขียนฉากเรตปกตินี่หนูว่ามันก็ยากอยู่เเล้ว บวกกับการที่จะทำยังไงให้มันไม่น่าเกลียดนี่ยิ่งยากเข้าไปอีก



>>เคยเดาๆว่า การที่มูเสียพรหมจรรย์ให้ใคร อาจจะเกี่ยวข้องกับการที่มูจะได้กลับมาเป็นผู้ชายอีกครั้งก็ได้ <<


ถ้าหากว่าฟิคเรื่องนี้ไม่ได้ชื่อว่า"Moonlight Serenade"เเล้วล่ะก็... มันจะต้องชื่อว่า"ปฏิบัติการเดาสุดขอบฟ้า"เเหงๆเลยsad smile เพราะมูนดรอปพยายามจะไม่ปิดกั้นความคิดของคนอ่านเลยค่ะ เปิดเสรีให้เดาได้เต็มที่เลยจริงๆนะ

เเถมยังมีเเอบล่อเป้าเอาไว้ด้วยในบางจุดของเนื้อเรื่องเป็นต้นว่าท่านช่าจะคิดอะไรกะมูรึเปล่า?... จากคำพูดที่ค่อนข้างส่อในบทที่70อะไรทำนองนั้นล่ะค่ะ



>>แต่งานนี้คนที่มีเฮมากที่สุดคงไม่พ้น
1.แม่เฒ่าดิกิแน่ๆ (ลุ้นเสี่ยงตายแทบตายเพื่อจะให้ไอ้คู่นี้ลงเอยกัน <<


คาดว่าทางบ้านเกิดของมูที่กำลังมุงดูเหตุการณ์นี้อยู่ที่หน้าจอคอมคงจะส่งเสียงเฮกันลั่นเหมือนเวลาเชียร์บอลคู่หยุดโลกเลย


เหอๆ... เเต่อันที่จริงถ้าพูดตามเนื้อเรื่องก็คงจะได้รู้ถึงความสำเร็จนี้จริงๆจากการสังเกตดวงดาวอีกมั้งคะ เเน่นอนว่าดีกิคงจะต้องดีใจเเน่ๆ^ ^



>>ตอนต่อๆไปหลังผ่านพ้นการกระทำอันชั่ววูบของท่านชิและมูไปคืนนี้แล้ว ต่อไปจะเป็ฯไงคงขึ้นกับคุณนายแสงหม่นแล้วล่ะค่ะว่าจะวาดฝีไม้ลายมือปล่อยหมัดใส่คนอ่าน เอ๊ย! ปล่อยตอนใหม่มาให้อ่านใหม่เมือ่ไหร่<<



มันไม่ใช่"การกระทำอันชั่ววูบ"นะคะ

เเต่เป็นเรื่องเกิดขึ้นจากการที่ท่านชิตัดสินใจเเล้วต่างหาก รู้มั้ยว่าทำไม...



“มู... ข้าตัดสินใจแล้ว ครั้งนี้ข้าจะไม่มีวันยอมยกเจ้าให้กับใครอีก


...เจ้าเป็นของข้าแต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น”



อันที่จริงพี่จงใจจะให้เห็นชัดๆเเล้วเชียวนา ว่าเรื่องคราวนี้ไม่ได้เกิดจากการเผลอใจอย่างครั้งที่เเล้ว เเต่มันคืออะไรที่ท่านชิมีสติรู้ตัวเเละเลือกที่จะทำลงไปด้วยความตั้งใจของตนเอง...

ดังนั้นท่านย่อมต้องกล้าทำกล้ารับเเน่ๆล่ะค่ะ เเต่จะออกมาในรูปเเบบไหนไว้เร่าว่ากันอีกทีเนอะ^ ^

#8 By ~Moondrop~ on 2008-05-11 16:29

ว่าท่านชิออนจะตัดสินใจได้ก็ทำให้คนอ่านลุ้นกันตัวโกงเลยsad smile ในที่สุดท่านมูก็็สมหวังซักที

แต่ฉากที่ติดเรทนี่ก็ใช้สภาพธรรมชาติมาบรรยายความรู้สึกของตัวละครได้ดีนะคะ ไม่รู้สึกว่ามันสื่อเรื่องนั้นจนเกินงามกำลังดีคะ

ว่าแต่คุณหมาป่าซากะกับคุณนักบวชรูปหล่อนัยน์สวยจะว่ายังไงบ้างนะ ถ้ารู้เรื่องนี้เข้า อยากอ่านตอนต่อไปจัง

#9 By Mitsusyuuke on 2008-05-11 20:58

ขอร่วมปฏิบัติการเดาด้วยคนค่ะ การะเกดว่าคาแรคเตอร์ของโกลด์เซนต์ส่วนใหญ่
ถ้าอิงตามการ์ตูนมันค่อนข้าง aloof ประมาณว่ามีความเป็นปัจเจก เป็นตัวของ
ตัวเองสูง ถือดี แล้วก็มักจะวางเฉยในเรื่องบางเรื่อง (ที่ไม่ใช่เรื่องของตู) ได้อย่าง
ไม่น่าเชื่อ จึงไม่น่าจะเกิดวิกฤติศรัทธาเรื่องชิมู แต่ทั้งนี้ก็ไม่แน่ว่าคุณมูนดรอป
จะวางคาแรคเตอร์ตัวละครในเรื่องนี้ไว้ยังไง เพราะเราเพิ่งเห็นตัวหลัก ๆ แค่สง่า
กับท่านช่าเท่านั้นเอง ถ้าไม่นับประเภทโผล่มาแจมคนละนิดละหน่อย

การะเกดเดาว่าปัญหาแรกคือ น้องมูเธอจะไม่ยอมมีทายาทกับท่านชิ เพราะ
ไม่อยากให้ลูกที่เกิดมาต้องมีชะตากรรมแบบเดียวกัน อันนี้เดาจากความขี้อ่อนไหว
วิตกจริตของมู (ซึ่งจริง ๆ ก็หลุดจากมูในการ์ตูนปกติไปเยอะ แต่ถือว่าเธอเปลี่ยน
เพศไปแล้ว ก็ช่างเถอะ) ส่วนปัญหาอีกข้อ น่าจะเกี่ยวกับคำทำนายของอาเทน่า
เรื่องจุดจบของชิออน ที่ว่าจะมีสาเหตุมาจากมู แต่อาเทน่าก็ไม่ได้บอกนี่นะว่า
ท่านจะถูกมูฆ่าตายน่ะ ท่านชิหูหาเรื่อง (แอบกัดท่านเป็นรอบที่ 3 แล้ว) ถูกผิด
ยังไงจะรอติดตามตอนต่อไปนะคะ

#10 By การะเกด (118.173.250.137) on 2008-05-12 15:14

กรี๊ด ในที่สุดท่านชิก็มาปล่อยมูรออยู่ตั้ง 10 วัน
ในที่สุดๆๆๆๆๆๆๆๆ
สนุกมากเรยแต่งต่อน้า เปงกำลังใจให้ สู้ๆ
แต่พอมู...กับท่านชิแล้วคงไม่กล้ายเปงไปถอนคำสาปนะ แต่ไม่เปงไรเปงไงก็อ่านต่อ

แต่ขอยืนยันนอนยันนั่งยันไงก็ไม่อยากให้ท่านชิตาย!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

ป.ล.ขอโทษที่มาเม้นช้าเพิ่งไปเที่ยวกลับมาก็รีบมาเช็คมะวานกะลังจาเม้นแม่เรียกไปนอนก่อน

#11 By janaj on 2008-05-14 17:31

เข้ามาก่อกวนคอมเม้นท์จะได้ครบโหล
เสร็จแล้วไปหลั่นล้ากับคาเฟรต่อ

#12 By moonyforever on 2008-05-14 22:31