Chapter74
posted on 15 May 2008 18:21 by moon-drop in Moonlight-Serenade
สวัสดีค่า^ ^
ขอขอบคุณสำหรับกำลังใจจากผู้อ่านทุกท่านที่ช่วยกันเเสดงความคิดเห็นนะคะ เป็นเเรงใจที่ช่วยให้มูนปั่นฟิคต่อไปได้จริงๆนะ^ ^
หลังจากผ่านพ้นฉากที่ยากเเสนยากมาได้เเล้ว มูนก็ยังไม่รู้สึกว่าตอนหลังๆมันจะเขียนง่ายขึ้นเลยค่ะ เพราะเนื้อหาก็กำลังจะเปลี่ยนแปลงไปอีก(คนเขียนก็ต้องเตรียมปรัยตัวด้วยเหมือนกัน-*-)
จากที่พี่ๆน้องๆคาดการณ์กันเอาไว้ จะมีเเนวโน้มเป็นไปตามนั้นมากน้อยเเค่ไหน มาติดตามกันต่อไปเลยค่ะ^ ^
-----------------------------------------------
Chapter74
ชิออนทอดสายตามองออกไปยังความมืดมิดเบื้องนอกพร้อมกับซึมซับบรรยากาศความชุ่มฉ่ำที่บัดนี้มีเพียงเสียงเปาะแปะของเม็ดฝนที่ตกกระทบหลังคา พื้นดินและยอดหญ้า... ในขณะที่น้ำฝนบางส่วนยังคงขังเป็นแอ่งตื้นๆอยู่ตามพื้นดินที่มีลักษณะเป็นหลุมบ่อ ภายหลังจากการเทกระหน่ำอย่างหนักเมื่อครู่ ...ร่างสูงใหญ่ที่มิได้สวมใส่สิ่งใดไว้นอกจากเสื้อคลุมผ่าหน้าที่มัดเอวไว้เพียงหลวมๆเท่านั้นพลันหันหลังให้กับแสงจันทร์แล้วกลับไปที่เตียงนอน พร้อมด้วยตะเกียงในมือและผ้าชุบน้ำ
“อย่าเพิ่งขยับตัว”
น้ำเสียงอันทุ้มนุ่มดังขึ้นท่ามกลางความมืดสลัวเพียงอึดใจหนึ่งก่อนที่ดวงไฟเล็กๆสีทองจากตะเกียงน้ำมันจะสว่างขึ้น ส่งผลให้ร่างงามพลันยกแขนขึ้นบังแสงจ้าพลางเบือนหน้าหนี ในขณะที่ชิออนวางตะเกียงลงบนโต๊ะข้างหัวเตียงพร้อมกับหย่อนกายลงนั่งเคียงข้างก่อนจะเอื้อมมือดึงท่อนแขนเรียวเล็กออกมาให้พ้นจากใบหน้างาม แล้วนัยน์ตาสีม่วงอเมทิสก็พลันทวีแสงเข้มขึ้นยามเมื่อได้เห็นดวงหน้าแดงก่ำของสาวน้อย
..เจ้าจะรู้ตัวบ้างไหมว่า.... ยิ่งเจ้าเขินอายมากเท่าไรก็ยิ่งงามมากเท่านั้น
มือใหญ่งดงามได้รูปบรรจงเช็ดเนื้อตัวให้มูด้วยผ้าชุบน้ำผืนเล็กๆ พลางขบกรามแน่นเป็นสันด้วยความรู้สึกผิดทันทีที่เหลือบไปเห็นหลักฐานแห่งการกระทำของตน ...หยดโลหิตสีเข้มไหลซึมออกมาจากซอกขา ทิ้งร่องรอยเป็นทางยาวลงมาตามโคนขาอ่อนขาวเนียน และมันก็ทำให้เขาต้องรู้สึกเจ็บปวดแทนผู้เป็นที่รักมากเท่าๆกับที่จำต้องตระหนักในวินาทีนั้นว่า....
..บัดนี้พวกตนได้ก้าวข้ามขอบเขตแห่งความเป็นอาจารย์กับศิษย์ไปสู่ความสัมพันธ์ในรูปแบบใหม่ ที่ไม่อาจจะหวนคืนได้อีกแล้ว...
ทว่าภายใต้ความรู้สึกผิดที่กำลังกัดกินหัวใจนั้นชิออนกลับสัมผัสได้ถึงความสงบสุขของตนเอง... ตลอด258ปีที่ถือกำเนิดขึ้นมาไม่เคยมีครั้งใด ..หรือสตรีนางใดที่จะทำให้เขาเกิดความรู้สึกเช่นนี้ขึ้นได้ และนี่... ก็เป็นครั้งแรกอีกเช่นกันที่เขาได้หลงรักใครสักคนอย่างจริงๆจังๆจนไม่มีเศษเสี้ยวไหนในหัวใจเว้นว่างไว้เลย
ชายหนุ่มเอนกายลงนอนตะแคงพร้อมทั้งรวบร่างเล็กๆเข้ามากอดพลางจุมพิตแก้มเนียนที่ยิ่งเปลี่ยนเป็นสีเข้มขึ้นอีก ในขณะที่มูกลับเขินอายเสียจนมิกล้าสบตาด้วย ดวงตากลมโตคู่งามจึงได้แต่เพ่งความสนใจอยู่กับปลายนิ้วของตนเองเท่านั้น
“..โกรธข้าหรือเปล่า...”
น้ำเสียงอันแผ่วเบาที่กระซิบถามขึ้นที่ริมหูส่งผลให้ร่างน้อยหันกลับมาสบตาในที่สุดก่อนจะต้องอึ้งไปครู่หนึ่ง.. เมื่อมันคือครั้งแรกในชีวิตที่มูได้เห็นถึงความลังเลและหวาดวิตกปรากฏขึ้นในดวงตาสีม่วงอเมทิสของท่านอาจารย์ที่ไม่ว่าเมื่อไรก็ตาม ...ก็มักจะเต็มไปด้วยความเชื่อมั่นและสุขุมลุ่มลึกเสมอมา หรือว่านี่คืออีกตัวตนหนึ่งที่ท่านไม่เคยแสดงออกให้ตนเห็นมาก่อนเลย....
“ท่าน.. หมายความว่าอย่างไร”
“ข้าย่ำยีเจ้า... ทำให้เจ้าต้องมัวหมอง
ทั้งๆที่ก่อนนี้ข้าเคยผลักไสไล่ส่งเจ้าต่างๆนานา ก็เพราะหวังจะได้เห็นเจ้าเคียงคู่กับคนที่ดีและคู่ควรมากกว่าข้า ..แต่แล้วในที่สุดข้าก็ทำไม่ได้”
ดวงตาสีเขียวเข้มจ้องมองสบประสานเข้ากับชายหนุ่มพร้อมทั้งได้รับรู้ถึงความรู้สึกนึกคิดของชิออนได้เป็นครั้งแรก... ในเมื่อที่ผ่านมานั้นท่านอาจารย์ของตนมักจะแสดงออกด้วยแววตาอันเฉยชากับสีหน้าเรียบเฉยไร้ความรู้สึกหากแต่ไม่ใช่เวลานี้.... มูได้เห็นถึงความกังวลและหวาดหวั่นปรากฏชัดอยู่บนใบหน้าอันงดงามไร้ที่ติของท่าน และแม้ว่าสีหน้าและแววตาที่ได้พบเห็นนั้นจะดูไม่น่าเชื่อสักเพียงใด หากร่างน้อยก็กลับพบว่าตนเองยกมือขึ้นแตะใบหน้าของผู้เป็นที่รักอย่างแผ่วเบาพลางส่ายหน้าช้าๆ
“ข้าไม่มีวันที่จะโกรธท่านหรอกครับ... ในเมื่อข้าคือผู้ที่เฝ้ามองตามหลังท่านตลอดมา
ยอมรับว่าครั้งหนึ่งข้าเคยมองว่าท่านเหมือนปีศาจร้ายที่ทำเรื่องน่ารังเกียจได้เช่นเดียวกับท่านซากะ แต่...”
อารีเอส มูเม้มริมฝีปากแน่นพลางจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของฝ่ายตรงข้ามด้วยแววตาอันเต็มไปด้วยความรัก ...อย่างไม่มีข้อแม้ใดๆทั้งสิ้น
“ถึงอย่างไรท่านก็คือผู้นำทางของข้า... ตั้งแต่เล็กจนโต ไม่เคยมีเวลาใดที่ข้าจะมิได้เดินตามหลังท่าน
ท่านคือผู้ที่ฝึกฝนและอบรมสั่งสอนให้ข้าเป็นตัวข้าดังเช่นทุกวันนี้ ให้ข้าได้รู้จักความอดทนอดกลั้น รู้จักการเป็นผู้ให้และเสียสละในฐานะของเซนต์ที่น่าภาคภูมิใจ ...ท่านคือเพื่อนที่คอยปลอบใจในเวลาที่ข้าเหงาไม่มีใคร ยามที่ข้าเหนื่อยล้าทั้งกายและใจก็มีแต่เพียงท่าน.. ที่คอยลูบศีรษะปลอบโยนให้กำลังใจ
ทั้งยังเป็นเหมือนพี่ชายที่คอยให้คำปรึกษาในเวลาที่ข้าอับจนหนทาง หลายครั้งหลายคราเหลือเกินที่ข้าสามารถลุกขึ้นยืนได้ก็เพราะท่าน ..และบัดนี้..... ท่านคือผู้ที่เติมเต็มชีวิตของข้า เป็นเหมือนแสงตะวันที่ส่องนำทางให้ข้าก้าวเดิน
ท่านอาจารย์ ....มีเพียงท่านผู้เดียวเท่านั้นที่เป็นทุกสิ่งทุกอย่างของข้า...”
แต่แล้วเสียงใสของสาวน้อยก็มีอันต้องเงียบหายไปเสียดื้อๆมื่อปลายนิ้วเรียวยาวของชายหนุ่มพลันยกขึ้นจรดริมฝีปากนุ่มพร้อมด้วยประกายตาสีม่วงเข้มที่สบประสานอย่างมีความหมาย
“แต่เวลานี้ข้ามิอาจเป็นอาจารย์ของเจ้าได้อีกต่อไปแล้ว... ด้วยข้าคงทนไม่ได้หากจะต้องเฝ้ามองดูบุรุษคนใดก็ตามเข้ามาใกล้เจ้าโดยที่ไม่มีปฏิกิริยาอันใด
มู... ที่ผ่านมาถึงแม้ว่าต่อหน้าเจ้าข้าจะวางตัวเรียบเฉยมาตลอด หากแต่ภายในนั้นข้ากลับร้อนรุ่มราวกับเพลิงสุมทรวงทุกครั้งที่เจ้าเข้ามาใกล้... ข้ารู้ว่าข้าทำให้เจ้าต้องเสียใจมาตลอด แต่ข้าก็ตั้งใจจะทำเพื่ออนาคตของเจ้าด้วยใจจริง
ข้าเคยคิดว่าตนเองพร้อมที่จะอดทน... มองดูเจ้าอยู่เคียงข้างกับชายหนุ่มที่ดีและเหมาะสมสักคนหนึ่งไปอีกสัก50หรือ60ปีข้างหน้า ..หรือตราบเท่าที่ข้ายังมีลมหายใจอยู่
เคยหวังที่จะเฝ้ามองดูสายเลือดของเจ้าไม่ว่าจะเป็นลูกๆ หรือหลานของเจ้าเจริญเติบโตขึ้นอย่างงดงามต่อไปแต่เพียงลำพัง หลังจากที่เจ้าตายจากไปด้วยวัยชรา...
....แต่แล้วทั้งหมดก็กลับมาพังไม่เป็นท่า เมื่อข้ามิอาจปฏิเสธเสียงร่ำร้องของหัวใจตนเองได้”
คำสารภาพจากใจของชิออนส่งผลให้ร่างน้อยต้องตะลึงงัน พร้อมกับสะท้านเยือกไปกับความเป็นจริงที่ตนเองไม่เคยนึกถึง
....ด้วยเหตุนี้เองหรือ ท่านอาจารย์จึงได้คอยปฏิเสธตนมาตลอด...
เมื่อหวนกลับมาคิดดูเช่นนี้แล้วก็ให้ทุกข์ใจนัก เมื่อท่านได้ตระหนักชัดมาตั้งแต่แรกว่าแล้วว่าจะต้องใช้ชีวิตต่อไปตามลำพังอีกนานเท่าไรหลังจากที่ตนจากโลกนี้ไปแล้ว ..และนั่นก็ส่งผลให้มูโอบแขนไปรอบลำคอของบุรุษผู้เป็นที่รักพลางซบใบหน้าเข้าหาแผ่นอกกว้างพร้อมด้วยความรู้สึกผิดที่ราวกับจะส่งผลให้ชาดิกไปทั่วร่าง ในขณะที่ชิออนกลับยกศีรษะขึ้นมองอย่างประหลาดใจ
“ข้าขออภัย... ท่านอาจารย์”ร่างน้อยเอ่ยเสียงเครือพลางกระชับวงแขนเล็กๆให้แน่นขึ้นอีก
“ที่ผ่านมาข้านั้นคิดถึงแต่ตนเอง คิดแค่เพียงว่าการได้รักและอยู่เคียงข้างท่านคือทุกสิ่งทุกอย่างแล้ว... แต่ไม่เคยนึกถึงเลยว่าท่านจะอยู่ต่อไปได้อย่างไรตามลำพังอีกนับสิบนับร้อยปี..
ข้ามันช่างเห็นแก่ตัวนัก”
“..ไม่... เจ้าไม่ได้ทำอะไรผิด” น้ำเสียงทุ้มลึกพลันสอดแทรกขึ้นมาทันควัน
“ข้าไม่เคยคิดแม้แต่ครั้งเดียวว่าการที่ข้าอยู่มายืนยาวถึงป่านนี้เป็นเรื่องที่จะต้องทุกข์ร้อนอันใด ในเมื่อมันทำให้ข้าได้มีเจ้า.. อย่างเช่นตอนนี้
ดังนั้น... ถึงแม้ว่าวันหนึ่งเจ้าจะตายจากไป ในขณะที่ข้ายังต้องใช้ชีวิตอยู่ต่อไปตามลำพังหากแต่มันก็คุ้มค่าแล้ว
ที่ครั้งหนึ่งในชีวิตของข้าเคยมีคนที่ข้านึกอยากจะปกป้องด้วยหัวใจ ได้พบกับคนที่มีความหมายต่อข้าถึงเพียงนี้ และหากว่ามิได้นับความจงรักภัคดีที่มีต่ออาเทน่าแล้วไซร้... เจ้าก็คือผู้ที่ข้าหวังจะปกป้องคุ้มครองด้วยชีวิต”
.....ถึงแม้ว่าคำพยากรณ์จากองค์เทวีจะกล่าวไว้เป็นแม่นมั่น.. ว่าเจ้าคือผู้ที่จะมาดับลมหายใจของข้าก็ตาม....
ถึงแม้ว่ารู้ดีว่าหนทางเบื้องหน้าที่จะต้องก้าวเดินต่อไปของตนและศิษย์ตัวน้อยย่อมจะมิได้โรยด้วยกลีบดอกไม้หากแต่อาจเป็นขวากหนามแหลมคม แต่เมื่อได้กระทำสิ่งซึ่งมิอาจแก้ไขลงไปแล้วด้วยตัดสินใจแน่วแน่.. เมื่อมิอาจจะเพิกเฉยต่อหัวใจตนได้อีกต่อไป ชิออนก็ยิ่งกว่าพร้อมที่จะกัดฟันเผชิญหน้ากับความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชีวิต และพร้อมที่จะหยุดลมหายใจของใครก็ตามที่ทำให้มูต้องอับอาย....
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเหล่าเซนต์จะมีปฏิกิริยาอย่างไรหากเรื่องความสัมพันธ์ต้องห้ามนี้รั่วไหลออกไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งเจมินี่ ซากะผู้หมายปองมูมาตลอดคนนั้น...
ชายหนุ่มก้มลงมองดูร่างเล็กๆที่ผล็อยหลับไปเรียบร้อยแล้วก่อนจะจุมพิตแผ่วเบาที่ขมับ พลางกระชับวงแขนให้แน่นเข้าเเล้วขยับผ้าห่มให้คลุมปิดมิดชิด
....เขาจะไม่มีวันยอมให้เด็กคนนี้ต้องเจ็บปวดไปกับสิ่งที่เกิดขึ้นอีก.... ด้วยที่ผ่านมามันมากพอแล้วกับน้ำตาที่ต้องเสียไป
และใครก็ตามที่คิดจะทำร้ายมู.... จะต้องข้ามศพเขาไปก่อน
-------------------------------------------------
To Be Con...Chapter75*0*
สำหรับตอนหน้านี้มูนดรอปคงจะขอออกตัวไว้สักนิดนะคะว่ารอนานกว่าเดิมหน่อย เพราะว่าไม่ได้เขียนเก็บไว้เลยค่ะ ดังนั้นอาจต้องใช้เวลาสักหน่อยเเต่ก็จะนำมาลงให้ทันทีที่เสร็จเรียบร้อยค่ะ^ ^
ใครกัน.. จะหาญกล้าคิดว่าท่านจะตอบรับความรู้สึกของศิษย์ตนเองเช่นนี้.... ใครกันจะคาดคิด ว่าท่านจะมีหัวใจให้กับผู้ที่ตนฟูมฟักเลี้ยงดูมาตั้งแต่แบเบาะ
...แม้แต่ตนก็ยังมิกล้าจะคิดเช่นนั้น ด้วยท่านชิออนคือความถูกต้อง... คือประกาศิตแห่งแซงทัวรี่
อันว่าความรักนี้มีพลังอำนาจถึงเพียงนั้นเชียวหรือ....
ไม่เข้าใจเลยจริงๆ ..ว่าเหตุใดสิ่งซึ่งเรียกว่าความรักจึงได้มีอานุภาพรุนแรงถึงเพียงนี้ ราวกับจะพลิกฟ้าคว่ำดิน ทำให้ผู้ที่เคยหนักแน่นมั่นคงเช่นนั้นเปลี่ยนแปลงไปได้ถึงปานนี้
ขอขอบคุณสำหรับกำลังใจจากผู้อ่านทุกท่านที่ช่วยกันเเสดงความคิดเห็นนะคะ เป็นเเรงใจที่ช่วยให้มูนปั่นฟิคต่อไปได้จริงๆนะ^ ^
หลังจากผ่านพ้นฉากที่ยากเเสนยากมาได้เเล้ว มูนก็ยังไม่รู้สึกว่าตอนหลังๆมันจะเขียนง่ายขึ้นเลยค่ะ เพราะเนื้อหาก็กำลังจะเปลี่ยนแปลงไปอีก(คนเขียนก็ต้องเตรียมปรัยตัวด้วยเหมือนกัน-*-)
จากที่พี่ๆน้องๆคาดการณ์กันเอาไว้ จะมีเเนวโน้มเป็นไปตามนั้นมากน้อยเเค่ไหน มาติดตามกันต่อไปเลยค่ะ^ ^
-----------------------------------------------
Chapter74
ชิออนทอดสายตามองออกไปยังความมืดมิดเบื้องนอกพร้อมกับซึมซับบรรยากาศความชุ่มฉ่ำที่บัดนี้มีเพียงเสียงเปาะแปะของเม็ดฝนที่ตกกระทบหลังคา พื้นดินและยอดหญ้า... ในขณะที่น้ำฝนบางส่วนยังคงขังเป็นแอ่งตื้นๆอยู่ตามพื้นดินที่มีลักษณะเป็นหลุมบ่อ ภายหลังจากการเทกระหน่ำอย่างหนักเมื่อครู่ ...ร่างสูงใหญ่ที่มิได้สวมใส่สิ่งใดไว้นอกจากเสื้อคลุมผ่าหน้าที่มัดเอวไว้เพียงหลวมๆเท่านั้นพลันหันหลังให้กับแสงจันทร์แล้วกลับไปที่เตียงนอน พร้อมด้วยตะเกียงในมือและผ้าชุบน้ำ
“อย่าเพิ่งขยับตัว”
น้ำเสียงอันทุ้มนุ่มดังขึ้นท่ามกลางความมืดสลัวเพียงอึดใจหนึ่งก่อนที่ดวงไฟเล็กๆสีทองจากตะเกียงน้ำมันจะสว่างขึ้น ส่งผลให้ร่างงามพลันยกแขนขึ้นบังแสงจ้าพลางเบือนหน้าหนี ในขณะที่ชิออนวางตะเกียงลงบนโต๊ะข้างหัวเตียงพร้อมกับหย่อนกายลงนั่งเคียงข้างก่อนจะเอื้อมมือดึงท่อนแขนเรียวเล็กออกมาให้พ้นจากใบหน้างาม แล้วนัยน์ตาสีม่วงอเมทิสก็พลันทวีแสงเข้มขึ้นยามเมื่อได้เห็นดวงหน้าแดงก่ำของสาวน้อย
..เจ้าจะรู้ตัวบ้างไหมว่า.... ยิ่งเจ้าเขินอายมากเท่าไรก็ยิ่งงามมากเท่านั้น
มือใหญ่งดงามได้รูปบรรจงเช็ดเนื้อตัวให้มูด้วยผ้าชุบน้ำผืนเล็กๆ พลางขบกรามแน่นเป็นสันด้วยความรู้สึกผิดทันทีที่เหลือบไปเห็นหลักฐานแห่งการกระทำของตน ...หยดโลหิตสีเข้มไหลซึมออกมาจากซอกขา ทิ้งร่องรอยเป็นทางยาวลงมาตามโคนขาอ่อนขาวเนียน และมันก็ทำให้เขาต้องรู้สึกเจ็บปวดแทนผู้เป็นที่รักมากเท่าๆกับที่จำต้องตระหนักในวินาทีนั้นว่า....
..บัดนี้พวกตนได้ก้าวข้ามขอบเขตแห่งความเป็นอาจารย์กับศิษย์ไปสู่ความสัมพันธ์ในรูปแบบใหม่ ที่ไม่อาจจะหวนคืนได้อีกแล้ว...
ทว่าภายใต้ความรู้สึกผิดที่กำลังกัดกินหัวใจนั้นชิออนกลับสัมผัสได้ถึงความสงบสุขของตนเอง... ตลอด258ปีที่ถือกำเนิดขึ้นมาไม่เคยมีครั้งใด ..หรือสตรีนางใดที่จะทำให้เขาเกิดความรู้สึกเช่นนี้ขึ้นได้ และนี่... ก็เป็นครั้งแรกอีกเช่นกันที่เขาได้หลงรักใครสักคนอย่างจริงๆจังๆจนไม่มีเศษเสี้ยวไหนในหัวใจเว้นว่างไว้เลย
ชายหนุ่มเอนกายลงนอนตะแคงพร้อมทั้งรวบร่างเล็กๆเข้ามากอดพลางจุมพิตแก้มเนียนที่ยิ่งเปลี่ยนเป็นสีเข้มขึ้นอีก ในขณะที่มูกลับเขินอายเสียจนมิกล้าสบตาด้วย ดวงตากลมโตคู่งามจึงได้แต่เพ่งความสนใจอยู่กับปลายนิ้วของตนเองเท่านั้น
“..โกรธข้าหรือเปล่า...”
น้ำเสียงอันแผ่วเบาที่กระซิบถามขึ้นที่ริมหูส่งผลให้ร่างน้อยหันกลับมาสบตาในที่สุดก่อนจะต้องอึ้งไปครู่หนึ่ง.. เมื่อมันคือครั้งแรกในชีวิตที่มูได้เห็นถึงความลังเลและหวาดวิตกปรากฏขึ้นในดวงตาสีม่วงอเมทิสของท่านอาจารย์ที่ไม่ว่าเมื่อไรก็ตาม ...ก็มักจะเต็มไปด้วยความเชื่อมั่นและสุขุมลุ่มลึกเสมอมา หรือว่านี่คืออีกตัวตนหนึ่งที่ท่านไม่เคยแสดงออกให้ตนเห็นมาก่อนเลย....
“ท่าน.. หมายความว่าอย่างไร”
“ข้าย่ำยีเจ้า... ทำให้เจ้าต้องมัวหมอง
ทั้งๆที่ก่อนนี้ข้าเคยผลักไสไล่ส่งเจ้าต่างๆนานา ก็เพราะหวังจะได้เห็นเจ้าเคียงคู่กับคนที่ดีและคู่ควรมากกว่าข้า ..แต่แล้วในที่สุดข้าก็ทำไม่ได้”
ดวงตาสีเขียวเข้มจ้องมองสบประสานเข้ากับชายหนุ่มพร้อมทั้งได้รับรู้ถึงความรู้สึกนึกคิดของชิออนได้เป็นครั้งแรก... ในเมื่อที่ผ่านมานั้นท่านอาจารย์ของตนมักจะแสดงออกด้วยแววตาอันเฉยชากับสีหน้าเรียบเฉยไร้ความรู้สึกหากแต่ไม่ใช่เวลานี้.... มูได้เห็นถึงความกังวลและหวาดหวั่นปรากฏชัดอยู่บนใบหน้าอันงดงามไร้ที่ติของท่าน และแม้ว่าสีหน้าและแววตาที่ได้พบเห็นนั้นจะดูไม่น่าเชื่อสักเพียงใด หากร่างน้อยก็กลับพบว่าตนเองยกมือขึ้นแตะใบหน้าของผู้เป็นที่รักอย่างแผ่วเบาพลางส่ายหน้าช้าๆ
“ข้าไม่มีวันที่จะโกรธท่านหรอกครับ... ในเมื่อข้าคือผู้ที่เฝ้ามองตามหลังท่านตลอดมา
ยอมรับว่าครั้งหนึ่งข้าเคยมองว่าท่านเหมือนปีศาจร้ายที่ทำเรื่องน่ารังเกียจได้เช่นเดียวกับท่านซากะ แต่...”
อารีเอส มูเม้มริมฝีปากแน่นพลางจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของฝ่ายตรงข้ามด้วยแววตาอันเต็มไปด้วยความรัก ...อย่างไม่มีข้อแม้ใดๆทั้งสิ้น
“ถึงอย่างไรท่านก็คือผู้นำทางของข้า... ตั้งแต่เล็กจนโต ไม่เคยมีเวลาใดที่ข้าจะมิได้เดินตามหลังท่าน
ท่านคือผู้ที่ฝึกฝนและอบรมสั่งสอนให้ข้าเป็นตัวข้าดังเช่นทุกวันนี้ ให้ข้าได้รู้จักความอดทนอดกลั้น รู้จักการเป็นผู้ให้และเสียสละในฐานะของเซนต์ที่น่าภาคภูมิใจ ...ท่านคือเพื่อนที่คอยปลอบใจในเวลาที่ข้าเหงาไม่มีใคร ยามที่ข้าเหนื่อยล้าทั้งกายและใจก็มีแต่เพียงท่าน.. ที่คอยลูบศีรษะปลอบโยนให้กำลังใจ
ทั้งยังเป็นเหมือนพี่ชายที่คอยให้คำปรึกษาในเวลาที่ข้าอับจนหนทาง หลายครั้งหลายคราเหลือเกินที่ข้าสามารถลุกขึ้นยืนได้ก็เพราะท่าน ..และบัดนี้..... ท่านคือผู้ที่เติมเต็มชีวิตของข้า เป็นเหมือนแสงตะวันที่ส่องนำทางให้ข้าก้าวเดิน
ท่านอาจารย์ ....มีเพียงท่านผู้เดียวเท่านั้นที่เป็นทุกสิ่งทุกอย่างของข้า...”
แต่แล้วเสียงใสของสาวน้อยก็มีอันต้องเงียบหายไปเสียดื้อๆมื่อปลายนิ้วเรียวยาวของชายหนุ่มพลันยกขึ้นจรดริมฝีปากนุ่มพร้อมด้วยประกายตาสีม่วงเข้มที่สบประสานอย่างมีความหมาย
“แต่เวลานี้ข้ามิอาจเป็นอาจารย์ของเจ้าได้อีกต่อไปแล้ว... ด้วยข้าคงทนไม่ได้หากจะต้องเฝ้ามองดูบุรุษคนใดก็ตามเข้ามาใกล้เจ้าโดยที่ไม่มีปฏิกิริยาอันใด
มู... ที่ผ่านมาถึงแม้ว่าต่อหน้าเจ้าข้าจะวางตัวเรียบเฉยมาตลอด หากแต่ภายในนั้นข้ากลับร้อนรุ่มราวกับเพลิงสุมทรวงทุกครั้งที่เจ้าเข้ามาใกล้... ข้ารู้ว่าข้าทำให้เจ้าต้องเสียใจมาตลอด แต่ข้าก็ตั้งใจจะทำเพื่ออนาคตของเจ้าด้วยใจจริง
ข้าเคยคิดว่าตนเองพร้อมที่จะอดทน... มองดูเจ้าอยู่เคียงข้างกับชายหนุ่มที่ดีและเหมาะสมสักคนหนึ่งไปอีกสัก50หรือ60ปีข้างหน้า ..หรือตราบเท่าที่ข้ายังมีลมหายใจอยู่
เคยหวังที่จะเฝ้ามองดูสายเลือดของเจ้าไม่ว่าจะเป็นลูกๆ หรือหลานของเจ้าเจริญเติบโตขึ้นอย่างงดงามต่อไปแต่เพียงลำพัง หลังจากที่เจ้าตายจากไปด้วยวัยชรา...
....แต่แล้วทั้งหมดก็กลับมาพังไม่เป็นท่า เมื่อข้ามิอาจปฏิเสธเสียงร่ำร้องของหัวใจตนเองได้”
คำสารภาพจากใจของชิออนส่งผลให้ร่างน้อยต้องตะลึงงัน พร้อมกับสะท้านเยือกไปกับความเป็นจริงที่ตนเองไม่เคยนึกถึง
....ด้วยเหตุนี้เองหรือ ท่านอาจารย์จึงได้คอยปฏิเสธตนมาตลอด...
เมื่อหวนกลับมาคิดดูเช่นนี้แล้วก็ให้ทุกข์ใจนัก เมื่อท่านได้ตระหนักชัดมาตั้งแต่แรกว่าแล้วว่าจะต้องใช้ชีวิตต่อไปตามลำพังอีกนานเท่าไรหลังจากที่ตนจากโลกนี้ไปแล้ว ..และนั่นก็ส่งผลให้มูโอบแขนไปรอบลำคอของบุรุษผู้เป็นที่รักพลางซบใบหน้าเข้าหาแผ่นอกกว้างพร้อมด้วยความรู้สึกผิดที่ราวกับจะส่งผลให้ชาดิกไปทั่วร่าง ในขณะที่ชิออนกลับยกศีรษะขึ้นมองอย่างประหลาดใจ
“ข้าขออภัย... ท่านอาจารย์”ร่างน้อยเอ่ยเสียงเครือพลางกระชับวงแขนเล็กๆให้แน่นขึ้นอีก
“ที่ผ่านมาข้านั้นคิดถึงแต่ตนเอง คิดแค่เพียงว่าการได้รักและอยู่เคียงข้างท่านคือทุกสิ่งทุกอย่างแล้ว... แต่ไม่เคยนึกถึงเลยว่าท่านจะอยู่ต่อไปได้อย่างไรตามลำพังอีกนับสิบนับร้อยปี..
ข้ามันช่างเห็นแก่ตัวนัก”
“..ไม่... เจ้าไม่ได้ทำอะไรผิด” น้ำเสียงทุ้มลึกพลันสอดแทรกขึ้นมาทันควัน
“ข้าไม่เคยคิดแม้แต่ครั้งเดียวว่าการที่ข้าอยู่มายืนยาวถึงป่านนี้เป็นเรื่องที่จะต้องทุกข์ร้อนอันใด ในเมื่อมันทำให้ข้าได้มีเจ้า.. อย่างเช่นตอนนี้
ดังนั้น... ถึงแม้ว่าวันหนึ่งเจ้าจะตายจากไป ในขณะที่ข้ายังต้องใช้ชีวิตอยู่ต่อไปตามลำพังหากแต่มันก็คุ้มค่าแล้ว
ที่ครั้งหนึ่งในชีวิตของข้าเคยมีคนที่ข้านึกอยากจะปกป้องด้วยหัวใจ ได้พบกับคนที่มีความหมายต่อข้าถึงเพียงนี้ และหากว่ามิได้นับความจงรักภัคดีที่มีต่ออาเทน่าแล้วไซร้... เจ้าก็คือผู้ที่ข้าหวังจะปกป้องคุ้มครองด้วยชีวิต”
.....ถึงแม้ว่าคำพยากรณ์จากองค์เทวีจะกล่าวไว้เป็นแม่นมั่น.. ว่าเจ้าคือผู้ที่จะมาดับลมหายใจของข้าก็ตาม....
ถึงแม้ว่ารู้ดีว่าหนทางเบื้องหน้าที่จะต้องก้าวเดินต่อไปของตนและศิษย์ตัวน้อยย่อมจะมิได้โรยด้วยกลีบดอกไม้หากแต่อาจเป็นขวากหนามแหลมคม แต่เมื่อได้กระทำสิ่งซึ่งมิอาจแก้ไขลงไปแล้วด้วยตัดสินใจแน่วแน่.. เมื่อมิอาจจะเพิกเฉยต่อหัวใจตนได้อีกต่อไป ชิออนก็ยิ่งกว่าพร้อมที่จะกัดฟันเผชิญหน้ากับความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชีวิต และพร้อมที่จะหยุดลมหายใจของใครก็ตามที่ทำให้มูต้องอับอาย....
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเหล่าเซนต์จะมีปฏิกิริยาอย่างไรหากเรื่องความสัมพันธ์ต้องห้ามนี้รั่วไหลออกไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งเจมินี่ ซากะผู้หมายปองมูมาตลอดคนนั้น...
ชายหนุ่มก้มลงมองดูร่างเล็กๆที่ผล็อยหลับไปเรียบร้อยแล้วก่อนจะจุมพิตแผ่วเบาที่ขมับ พลางกระชับวงแขนให้แน่นเข้าเเล้วขยับผ้าห่มให้คลุมปิดมิดชิด
....เขาจะไม่มีวันยอมให้เด็กคนนี้ต้องเจ็บปวดไปกับสิ่งที่เกิดขึ้นอีก.... ด้วยที่ผ่านมามันมากพอแล้วกับน้ำตาที่ต้องเสียไป
และใครก็ตามที่คิดจะทำร้ายมู.... จะต้องข้ามศพเขาไปก่อน
-------------------------------------------------
To Be Con...Chapter75*0*
สำหรับตอนหน้านี้มูนดรอปคงจะขอออกตัวไว้สักนิดนะคะว่ารอนานกว่าเดิมหน่อย เพราะว่าไม่ได้เขียนเก็บไว้เลยค่ะ ดังนั้นอาจต้องใช้เวลาสักหน่อยเเต่ก็จะนำมาลงให้ทันทีที่เสร็จเรียบร้อยค่ะ^ ^
ใครกัน.. จะหาญกล้าคิดว่าท่านจะตอบรับความรู้สึกของศิษย์ตนเองเช่นนี้.... ใครกันจะคาดคิด ว่าท่านจะมีหัวใจให้กับผู้ที่ตนฟูมฟักเลี้ยงดูมาตั้งแต่แบเบาะ
...แม้แต่ตนก็ยังมิกล้าจะคิดเช่นนั้น ด้วยท่านชิออนคือความถูกต้อง... คือประกาศิตแห่งแซงทัวรี่
อันว่าความรักนี้มีพลังอำนาจถึงเพียงนั้นเชียวหรือ....
ไม่เข้าใจเลยจริงๆ ..ว่าเหตุใดสิ่งซึ่งเรียกว่าความรักจึงได้มีอานุภาพรุนแรงถึงเพียงนี้ ราวกับจะพลิกฟ้าคว่ำดิน ทำให้ผู้ที่เคยหนักแน่นมั่นคงเช่นนั้นเปลี่ยนแปลงไปได้ถึงปานนี้
Tags: fic, fiction, mu, saint seiya, shion8 Comments
เทอมแล้วก็จาหาเวลามาอ่าน+เม้นให้นะจ๊ะ
คนแรกค่ะคนแรก กรี้ๆๆ!!!
หนุกมากเลยอัพเร็วๆน่ะ นี้เราลองคิดตอนต่อไปแบบเดาสุม่น่ะ
คือ ซากะจะต้องมาข้าชิออนแต่ๆโดยมีสาเหตุมาจากมูและเมื่อฆ่าเสร็จก็ถือตนเป็นเคียวโกต่อไปและใช่อำนาจบีบคันให้มูเป็นของเขา แล้วมูก็ไม่รู้ไปทำอีท่าไหนได้กลับมาเป็นผู้ชายอีกรอบ ก็ชวนงงสิครับ!- -
ช่างเถอะ!! เดามั่ว!!-0-
#1 By เฟย์ (117.47.106.240) on 2008-05-15 20:05