Chapter75

posted on 19 May 2008 18:59 by moon-drop  in Moonlight-Serenade

ดีค่ะ^ ^



สืบเนื่องจากตอนที่เเล้ว...   ดูเหมือนว่าทั้ง2คนเพิ่งจะได้พบปัญหาใหม่ๆที่เกิดขึ้นหลังจากที่ได้เปิดอกคุยกันเป็นครั้งเเรก    พร้อมด้วยสถานภาพที่เปลี่ยนไป


ในเวลานี้..  อาจนับได้ว่าเป็นชั่วโมงของการปรับตัวอีกครั้งหนึ่งสำหรับทั้งคู่ก็ว่าได้ 


--------------------------------------


Chapter75

 

...อนิจจัง........

 

 

เวอร์โก  ชากะเปิดเปลือกตาขึ้นช้าๆพลางทอดถอนใจ    นัยน์ตาสีฟ้าใสเพ่งมองออกไปนอกวิหารหากแต่จิตใจนั้นกลับกระหวัดคิดกังวลถึงเรื่องอื่น...    เมื่อเห็นได้ชัดว่าถึงแม้ตนจะก้าวเดินตามวิถีทางแห่งพระพุทธองค์มาตลอดทั้งชีวิต   แต่ในยามนี้สิ่งที่ได้รับรู้ก็ยังคงกระทบจิตใจให้สั่นไหวได้กระนั้น


เมื่อเหตุอาเพทที่ตนสัมผัสได้ในช่วงย่ำรุ่ง   รวมทั้งพายุฝนฟ้าคะนองนอกฤดูกาลซึ่งรุนแรงจนผิดวิสัยนั้นมิใช่เรื่องที่ตนจะเพิกเฉยได้อีกต่อไป....   

 


คิดไม่ถึงจริงๆว่าแม้แต่ท่านผู้นั้น...   ผู้ซึ่งเปล่งประกายดั่งดวงตะวัน   ซึ่งเป็นเสมือนที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของเหล่าเซนต์มานานนับร้อยปีจะกระทำเรื่องเช่นนี้ลงไปได้   ....จักรพรรดิ์แห่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์ผู้ครอบครองอำนาจล้นฟ้ามานานแสนนาน  ซึ่งตนให้ความเคารพยำเกรงและนับถืออย่างเต็มหัวใจ

 

บุรุษผู้ใกล้เคียงพระเจ้าทอดสายตามองออกไปเบื้องหน้า....  ท่ามกลางแสงสว่างจ้าของวัน   ความทรงจำพร่ามัวสีซีดจางก็พลันปรากฏขึ้น...   พร้อมด้วยความรู้สึกว่าช่วงเวลานั้นได้ผ่านไปนานแล้วราวชั่วกัปชั่วกัลป์   ...เมื่อคราที่นักบวชตัวน้อยได้สวมโกลครอธเวอร์โกเป็นครั้งแรกในชีวิต   และในวันแรกที่ได้เดินทางมาถึงแซงทัวรี่แห่งนี้   ท่านผู้นั้น...   เคียวโกผู้ยิ่งใหญ่ถึงกับออกมาต้อนรับตนที่วิหารแรกสุดด้วยตนเอง

 



 

.....จะเกรงใจไปทำไมกันเล่า....



ในเมื่อเราต่างก็เป็นผู้พิทักษ์ดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้เช่นเดียวกัน...    ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหรือข้า    เราก็ล้วนแต่เป็นผู้ภักดีต่ออาเทน่ามิใช่หรือ...   



 

นี่อารีเอส  มู...   ศิษย์ของข้าเองจงรู้จักกันเอาไว้  


สักวันหนึ่ง   ..อนาคตและสันติสุขของโลกจะตกอยู่ในมือของเด็กรุ่นใหม่อย่างพวกเจ้า   ถึงเวลานั้นแล้วก็อย่าได้ลืมซะล่ะ.....

 

 

ชากะยังจำได้ดี....   ถึงภาพใบหน้ากลมๆของเด็กชายตัวน้อยอีกคนหนึ่งซึ่งยืนแอบอยู่หลังชายเสื้อคลุมสีเข้มของท่านผู้นั้น  สหายซึ่งเติบโตขึ้นมาด้วยกัน.....   ภายใต้การอบรมสั่งสอนอันแสนเข้มงวดจากบุรุษผู้เป็นอาจารย์  

 

แล้วใครกัน..  จะหาญกล้าคิดว่าท่านจะตอบรับความรู้สึกของศิษย์ตนเองเช่นนี้....   ใครกันจะคาดคิด   ว่าท่านจะมีหัวใจให้กับผู้ที่ตนฟูมฟักเลี้ยงดูมาตั้งแต่แบเบาะ



...แม้แต่ตนก็ยังมิกล้าจะคิดเช่นนั้น   ด้วยท่านชิออนคือความถูกต้อง...   คือประกาศิตแห่งแซงทัวรี่ 

 

 

อันว่าความรักนี้มีพลังอำนาจถึงเพียงนั้นเชียวหรือ....   


ไม่เข้าใจเลยจริงๆ   ..ว่าเหตุใดสิ่งซึ่งเรียกว่าความรักจึงได้มีอานุภาพรุนแรงถึงเพียงนี้   ราวกับจะพลิกฟ้าคว่ำดิน   ทำให้ผู้ที่เคยหนักแน่นมั่นคงเช่นนั้นเปลี่ยนแปลงไปได้ถึงปานนี้

 



....ช่างน่าเห็นใจนัก   สหายข้า...




ถึงแม้จะได้สมหวังในรัก..    แต่เจ้าจะรู้บ้างรึไม่ว่าชีวิตของเจ้าและท่านผู้นั้นจะไม่มีวันได้ราบรื่น    และมันจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อเรื่องราวอันผิดจารีตเช่นนี้แพร่สะพัดออกไป...

 

ถึงแม้นว่าข้าจะได้ลั่นวาจาเอาไว้แล้วว่าจะไม่ขอยุ่งเกี่ยวในเรื่องหัวใจกับเจ้าอีก  แต่..  ชากะผู้นี้ก็ยังอดกังวลมิได้   





เจ้าจะอดทนแบกรับคำครหาได้อย่างไรกัน....

 


และหากว่าท่านผู้นั้นมิอาจจะปกป้องเจ้าได้...   แล้วข้าจะอดใจไม่ยื่นมือเข้าไปช่วยเจ้าได้งั้นหรือ

 





โกลเซนต์เวอร์โกเผลอกำมือแน่นอย่างลืมตัว   เมื่อรู้สึกสังหรณ์ใจถึงสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นได้...  

ประหนึ่งสายใยแห่งความผูกพันที่ถักทอขึ้นระหว่างศิษย์อาจารย์คู่นั้นกำลังจะแปรสภาพเป็นใยแมงมุมแน่นเหนียว   ที่พันธนาการเหยื่อมิให้ดิ้นหลุดรอดไปจากคมเขี้ยวอันเกิดจากความผิดบาปได้เสียแล้ว...

 

 




....................................................

 

“อรุณสวัสดิ์”



 

อารีเอส   มูแทบจะทำจานหลุดมือตกแตกอีกครั้ง   เมื่อน้ำเสียงทุ้มลึกของท่านอาจารย์พลันดังขึ้นจากเบื้องหลัง   พร้อมด้วยวงแขนแข็งแกร่งที่รวบร่างตนเข้าไปกอดกระชับก่อนจะประทับจุมพิตลงที่กลางกระหม่อม    ...ถึงจะสุขใจไปกับสิ่งที่ได้รับ   หากสาวน้อยก็ยังอดตกใจกับท่าทีที่เปลี่ยนไปราวกับหน้ามือเป็นหลังมือของท่านมิได้

 



“อ..  เอ้อ  ท่านอาจารย์..

อย่าสิครับ.. ข้า..”

 


“ข้ารู้ว่าข้ากำลังทำอะไร”



ชิออนก้มลงจูบแก้มนวลก่อนจะยอมปล่อยมือ   พลางจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีเขียวเข้มที่กำลังเบิกกว้างพร้อมด้วยรอยยิ้มอันอบอุ่นอ่อนโยนบนริมฝีปาก 

 

“แต่เราพูดคุยกันแล้วว่าจะร่วมทางชีวิตไปด้วยกันมิใช่หรือ   ....ในเมื่อข้าได้ให้สัญญาแล้วว่าจะไม่ทำให้เจ้าต้องเสียใจอีกต่อไป   ข้าก็คิดว่าข้าควรจะได้รับในสิ่งที่ข้าพยายามปฏิเสธมาโดยตลอดสิ”

 

คำพูดนั้นส่งผลให้ดวงหน้าหวานยิ่งแดงก่ำด้วยความเขินอาย   หากกระนั้นร่างน้อยก็ยินยอมให้ฝ่ายตรงข้ามโอบกอดแต่โดยดี   มูเอนศีรษะพิงแผงอกกว้างของผู้เป็นที่รักพลางหลับตาลงแล้วถอนหายใจ  พร้อมด้วยความเขินอายและตื่นเต้นด้วยยังไม่คุ้นเคยกับชีวิตซึ่งเปลี่ยนแปลงไปของตน

 

 


...ไม่ต้องคุกเข่า...    เพราะบัดนี้เจ้าคือภรรยาข้า....



ถึงแม้ว่ามันจะมิใช่เรื่องที่ดีงามและถูกต้องนัก   หากแต่ข้าก็คงจำต้องบอกเจ้าว่าในเวลานี้ความสัมพันธ์ระหว่างเราได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว    และเจ้าก็มิใช่ศิษย์ของข้าอีกต่อไป


มานี่สิ...

 




สาวน้อยพลันหัวใจเต้นแรง   คราเมื่อนึกถึงคำพูดของชิออนที่ได้บอกกับตนหลังจากที่ทั้งคู่ผ่านพ้นคืนแรกของการอยู่ร่วมกัน....  


ในเวลานั้น   ...ท่านก้มลงประคองร่างของตนให้ลุกขึ้นยืนพลางโอบกอดไว้ในวงแขนอย่างเช่นในยามนี้   พร้อมกับพร่ำบอกด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความแน่วแน่มั่นคงดังเช่นที่เคยเป็นมา  

 

 

....ในยามนี้เจ้ามิใช่ผู้ที่จะคอยเดินตามหลังข้าอีกต่อไปแล้ว   เพราะนับแต่บัดนี้ “เรา” จะเดินเคียงข้างกันไป


 

แต่รู้ไว้เถิดว่าเรื่องของเรา2คนนั้นจะไม่ง่ายดายดังเช่นคู่รักคู่อื่นๆ....   เพราะอะไรนั้นเจ้าเองก็คงจะรู้ดีอยู่แล้ว   แต่กระนั้นข้าก็กล้ารับปากกับเจ้าได้ว่าจะไม่ปล่อยให้เจ้าต้องทนแบกรับความเจ็บช้ำอยู่เพียงฝ่ายเดียวหรอก...



....คำว่า “คู่ชีวิต” นั้นมีความหมายอันลึกซึ้งมากกว่าเพียงแค่อยู่เคียงข้างกันไปจนแก่เฒ่า...   มิใช่เพียงแค่ดูแล  เอาใจใส่ซึ่งกันและกันเพียงเท่านั้นก็นับว่าพอแล้ว    ..หากแต่การร่วมชีวิตกันนั้นยังหมายความถึงการร่วมฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆไปด้วยกัน... 

 





มือใหญ่ทั้ง2ข้างของผู้เป็นที่รักกุมทับลงบนมือขาวเรียวเล็กของตนพร้อมกับกระชับแน่นราวกับจะเป็นการให้คำมั่นสัญญา   มูยังคงจำได้ดีถึงความอบอุ่นจากฝ่ามือคู่นั้นและช่วงเวลาที่ทั้งคู่ประสานสายตากันนิ่ง...   ยังสัมผัสได้ถึงความหนักแน่นมั่นคงที่เปล่งประกายเรืองรองอยู่ในดวงตาสีม่วงอเมทิสอันแสนงดงามของท่าน

 

...นั่นคือเราจะร่วมทุกข์ร่วมสุขไปด้วยกัน   ข้ามผ่านวันเวลาที่เหลืออยู่ไปพร้อมๆกับซึมซับประสบการณ์อันล้ำค่าที่มีกันและกันอยู่เช่นนี้... 


ที่ผ่านมาชิออนผู้นี้อาจมิใช่คนดีมากมายนัก   แต่ข้าก็มั่นใจว่าจะสามารถดูแลให้ความสุขแก่เจ้าได้ไม่แพ้บุรุษหน้าไหน....




.......

 




“ท่านรู้มั้ยว่า...   ถึงแม้ท่านจะมิได้บอกกับข้าดังเช่นวันนั้น  หากข้าก็รู้และเชื่อมั่นมานานแล้ว”

 

ชิออนพลันก้มลงมองร่างน้อยในอ้อมแขนด้วยสีหน้างุนงง   เมื่อจู่ๆยอดดวงใจก็ขืนตัวออกห่างก่อนจะหมุนร่างกลับมาหา   พลางเงยหน้าขึ้นมองตนพร้อมด้วยประกายแสงที่ไหวระริกอยู่ในดวงตาสีเขียวเข้มล้ำลึก    และยังไม่ทันที่ตนจะได้เอ่ยถาม   หากคำตอบที่ได้รับก็เรียกรอยยิ้มอันอ่อนโยนให้ปรากฏขึ้นแทบจะทันที

 


“ข้าย่อมเชื่อมั่นว่าจะไม่มีผู้ใดที่ดีพร้อมเช่นท่าน   ดังที่ข้าได้บอกท่านมาตลอดว่าข้าก็จะมองเพียงท่านผู้เดียว...  

และท่านรู้หรือไม่ว่าในเวลานี้ข้าสุขใจสักเพียงใดยามเมื่อมีท่านอยู่เคียงข้างเช่นนี้”

 

 



 


....ครืนน.....   .....

 


ท่ามกลางช่วงเวลาแห่งความอบอุ่นที่ได้อยู่ใกล้ชิดกับหัวใจของตน   ทัศนวิสัยเบื้องนอกก็กลับแปรเปลี่ยนไปในทางที่เลวร้ายลง....



ทว่าเสียงคำรามกึกก้องพร้อมด้วยแสงสว่างแวบวาบจากเบื้องนอก    อาจจะทำให้คู่รักคู่นั้นผละจากกันได้เพียงชั่วครู่...    หากแต่เมื่อเม็ดฝนหลั่งไหลพรั่งพรูลงมาพร้อมด้วยท้องฟ้าอันสดใสที่แปรเปลี่ยนเป็นสีเทาครึ้มๆ   ร่างทั้ง2ก็กลับอิงแอบแนบชิดกันดังเดิมพลางดื่มด่ำกำซาบไปกับความเย็นชุ่มฉ่ำเบื้องนอก   ที่พัดพาเอากลิ่นไอดินที่เปียกปอนชุ่มฉ่ำด้วยน้ำฝนให้หอมอบอวลอยู่ในบรรยากาศชวนให้เคลิ้มฝัน  

 

ท่ามกลางแสงสลัวๆกับเสียงดังซ่านซ่าพร้อมด้วยเสียงคร่ำครวญจากฟากฟ้า...   ชายหนุ่มโอบกอดร่างผู้เป็นที่รักไว้ในวงแขน  แล้วอิงศีรษะแนบชิดกันพลางชี้ชวนกันมองดูประกายแสงแปลบปลาบที่เบื้องนอก   ....ถึงแม้ว่าจะยังอดหวั่นใจมิได้ถึงเหตุวิปริตของสภาพอากาศก็ตาม   แต่สิ่งหนึ่งที่มั่นใจได้ก็คือไม่ว่าในอนาคตตนจะต้องพบเจอกับสิ่งใด...   ก็จะยังมีคนๆนี้อยู่เคียงข้างคอยเป็นแรงใจให้เสมอ   มีมือทั้ง2ข้างที่จะเกาะกุมกันไว้แน่น   มีหัวใจที่รวมเป็นหนึ่งและพร้อมที่จะฝ่าฟันทุกสิ่งทุกอย่างไปด้วยกัน   เพียงเท่านี้ก็ไม่ต้องการสิ่งใดอีกแล้ว...  

 

มันไม่สำคัญเลยแม้แต่น้อยว่าพวกตนจะมีเวลาเหลือยู่ด้วยกันอีกนานสักเท่าใด   ขอเพียงได้จดจำช่วงเวลาที่มีความสุขร่วมกันเช่นนี้ไว้ได้   ถึงแม้ว่าอีก500ปีข้างหน้าชีวิตจะต้องดำเนินต่อไปตามลำพัง   หากหัวใจก็จะยังไม่แห้งเหี่ยว   ด้วยยังคงมีภาพความทรงจำอันแสนงดงามนี้ประทับอยู่   ดุจดังน้ำหล่อเลี้ยงหัวใจต่อไป  


..ตราบนานเท่านาน....

---------------------------------------
To Be Con...Chapter76*0*


อ่านเเล้วรู้สึกว่าความ"หนัก"ของเรื่องดูจะเบาบางลงบ้างมั้ยคะ?  


ในขณะที่ทั้งคู่คิดได้ว่าควรจะทำวันนี้ให้ดีที่สุด  มากกว่าที่จะห่วงกังวลถึงวันข้างหน้า   เเต่คนอื่นที่รู้เรื่องกลับเป็นกังวลเเทนเสียอีก....

 


เเละในตอนหน้า...   ตัวละครใหม่จะปรากฏตัวขึ้นอีก1คน

 




 

“เขาคือเหยื่อรายล่าสุดที่ต้องสูญเสียทั้งพ่อและแม่   รวมทั้งสมาชิกคนอื่นๆในครอบครัวไปในคราวเดียวกัน  จากฝีมือของบุตรชายคนโตในคืนพระจันทร์เต็มดวงครั้งล่าสุด”

 

น้ำเสียงอันแฝงไว้ด้วยความเศร้าสลดใจของชิออนส่งผลให้ร่างน้อยถึงกับนิ่งงันอย่างเจ็บปวด....   


ในชั่วขณะหนึ่ง   ภาพเมื่อครั้งอดีตที่ตนกำลังเปลี่ยนร่างจากมนุษย์ไปสู่สิ่งมีชีวิตที่น่าสะพรึงกลัวก็พลันปรากฏขึ้นในจิตใจราวกับฝันร้าย   ในขณะที่น้ำเสียงอันแก่ชราของแม่เฒ่าแห่งหมู่บ้านเซเรนติ   ที่บอกเล่าถึงเหตุการณ์นองเลือดของผู้ให้กำเนิดตนก็พาให้หัวใจต้องปวดแปลบอีกครั้ง  ประหนึ่งว่ามันเพิ่งจะเกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้เอง...   และนั่นก็ทำให้มูทั้งรู้สึกเจ็บปวดรวดร้าวและแค้นเคืองไปกับโชคชะตาของพวกตน  

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

อ่านแล้วรู้สึกว่าเนื้อหาในตอนนี้จะเบากว่าที่ผ่านมาหรือ
...
...
ไม่เลย
ขณะที่อ่านความหวานที่ทั้งคู่มีต่อกัน อีกด้านหนึ่งของความคิดกลับเต็มไปด้วยความวิตกกังวล
คล้ายกับตอนที่เรากลืนน้ำเชื่อมข้นจัดลงไปในลำคอ
....
แรกแตะที่ปลายลิ้นก็รู้สึกอิ่มเอิบกับความหวานจนยากจะอดใจ
....
แต่เมื่อลิ้มรสลงไปแล้ว ร่างกายของเรากลับรู้สึกปั่นป่วนจนแทบทนไม่ได้
....
ท้ายที่สุดแล้วเจ้าน้ำเชื่อมแสนหวานก็กลับกลายเป็นยาพิษ ที่คร่าชีวิตของเราให้ดับสูญไปทีละน้อย
....
น่าสงสารทั้ง ท่านชิออน และมู

#1 By moonyforever on 2008-05-19 20:12

แป้งไม่คิด ไม่เห็นว่าเรื่องมันจะเบาลงตรงไหนเลยนะพี่ ตรงข้าม มันเริ่มส่อแววความหนักและกดดันอย่างไม่มีที่สิ้นสุดออกมาชัดๆเลย

ตอนนี้ทั้งสองคนดูเหมือนจะมีความสุขดี แต่แป้งดูแล้วเหมือนทั้งสองกำลังปลอบใจให้แก่กันและกันมากกว่า แป้งไม่ได้ปฏิเสธนะว่าทั้งสองเสแสร้งทำทีว่ามีความสุข ก็พวกเขามีความสุขจริงๆน่ะสิถึงได้อดกังวลและทุกข์ใจในกันและกันไม่ได้ขนาดนี้ เพียงแต่ไม่อยากพูดอะไรออกไปให้อีกฝ่ายต้องคิดมากมากกว่า

คำมั่นสัญญาของชิออนก็ดี หรือจะคำสารภาพความรู้สึกของมูก็ดี แป้งดูแล้วมันออกจะเศร้าและน่าสงสารกับสภาพที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกแบบนี้มากกว่า เหมือนกำลังยืนอยู่บนสะพานที่กำลังจะพังมิพังแหล่กลางเหวลึก

ก็คงต้องรอดูกันต่อไปว่ามูกับชิออนจะแก้ปัญหากับคนรอบตัวยังไง เพราะขนาดคนใกล้ชิดพวกเขามากที่สุดคือชากะ ยังอดกังวลและเป็นห่วยแทนไม่ได้เสียขนาดนั้น ชากะที่ดำรงตนในวิถีทางแห่งธรรมมากกว่าคนปุถุชนธรรมดานะ ยังคิดซะขนาดนี้ แล้วคนอื่นๆจะคิดครหากันขนาดไหน

เฮ้อ อนิจจังจริงๆ

#2 By Lavenya on 2008-05-19 23:40

มาตอบเม้นค่า...


มูนดรอปมองว่ามันคลี่คลายลงในจุดหนึ่งนะคะ ในเเง่ของรักที่ไม่สมหวัง-เเอบซ่อนจนเหนือยทั้งคนเขียนคนอ่าน

เเต่ในขณะเดียวกันมันก็คล้ายกับมีความหนักหนาสาหัสเเละผลจากการกระทำจากอีกเรื่องหนึ่งกำลังก่อตัวขึ้นมาอย่างเงียบๆเหมือนกับพายุใต้น้ำนั่นล่ะค่ะsad smile



ที่จริงความรู้สึกประมาณว่า...


"เรื่องนี้จะยังต้องเกิดอะไรในเเง่ร้ายขึ้นอีกในภายหลัง เหมือนกับผิวน้ำที่ราบเรียบจนดูเหมือนว่าจะไม่มีอันตรายอะไร เเต่เราก็รู้ดีว่าอาจมีพายุหมุนอยู่ข้างใต้นั่นล่ะ"



นั่นคือสิ่งที่มูนดรอปอยากจะเเสดงให้เห็นจริงๆเลย เเต่เอาเข้าจริงเเล้ว ภาพตรงนั้นจะชัดเจนซักเเค่ไหนก็ไม่รู้question

#3 By ~Moondrop~ on 2008-05-21 15:04

เพิ่งกลับมาจากต่างจังหวัดเลยเพิ่งได้มาเม้นท์นี่แหละค่ะ

ชากะดูจะเป็นห่วง วิตกกังวลแทนท่านชิกับมู คงเป็นเพราะเคยใกล้ชิดสนิทสนมกับมูและชิออนมาตั้งแต่เด็ก แถมรู้เห็นเรื่องราวมาแต่ต้น เลยพอจะเข้าใจทั้งคู่

แต่โกลต์เซนท์คนอื่นนี่สิ ไม่รู้จะคิดยังไงกันบ้าง

ส่วนท่านชิกับมู
เราว่าสองคนนี่คงเคยคิดเรื่องนี้ มาก่อนหน้าที่เรื่องจะมาถึงจุดนี้แล้วหล่ะค่ะ ท่านชิน่าจะคิดๆไว้บ้างแล้วว่าจะรับมือกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตยังไง แต่เราว่าสิ่งที่ "คาดไว้" ไม่น่ากลัวเท่ากับสิ่งที่ "คาดไม่ถึง" นะคะ

#4 By กำจาย (125.24.1.207) on 2008-05-21 21:58

เเม้เเต่ชากะก็ยังอดกังวลไปกับเรื่องนี้ไม่ได้ ขนาดว่านี่ไม่ได้เห็นกับตาไม่ได้ฟังจากปากทั้ง2คนนะเนี่ย เพียงเเค่สังเกตุเห็นจากเหตุวิปริตของสภาพอากาศเท่านั้นเอง...


เป็นอะไรที่มูนดรอปคิดอยู้เหมือนกันค่า ว่ามันจะเน่าไปรึเปล่า- -*



เเละในเรื่องที่ว่าท่านชิกับมูจะทำอย่างไรต่อไปนั้น... เเน่นอนว่าย่อมต้องมีเรื่องทื่"เกินคาด"เเน่ๆค่ะ เเละปฏิกิริยาของเเต่ละคนย่อมต้องเเตกต่างกันกันเเน่ๆconfused smile

#5 By ~Moondrop~ on 2008-05-22 19:40

รีบมาอัพต่อได้แล้วนะคะเจ๊แสงหม่น รอแล้วรอเล่าได้แต่รอ แง่มๆ

#6 By Lavenya on 2008-05-23 03:06

โอ๊ยไม่เห็นเบาลงเรย
ห่วงชิออนกับมูมากเรยอ่า
ไม่อยากไห้ชิออนตายอ่า

#7 By janaj on 2008-05-24 13:03