Chapter75
posted on 19 May 2008 18:59 by moon-drop in Moonlight-Serenade
ดีค่ะ^ ^
สืบเนื่องจากตอนที่เเล้ว... ดูเหมือนว่าทั้ง2คนเพิ่งจะได้พบปัญหาใหม่ๆที่เกิดขึ้นหลังจากที่ได้เปิดอกคุยกันเป็นครั้งเเรก พร้อมด้วยสถานภาพที่เปลี่ยนไป
ในเวลานี้.. อาจนับได้ว่าเป็นชั่วโมงของการปรับตัวอีกครั้งหนึ่งสำหรับทั้งคู่ก็ว่าได้
--------------------------------------
Chapter75
...อนิจจัง........
เวอร์โก ชากะเปิดเปลือกตาขึ้นช้าๆพลางทอดถอนใจ นัยน์ตาสีฟ้าใสเพ่งมองออกไปนอกวิหารหากแต่จิตใจนั้นกลับกระหวัดคิดกังวลถึงเรื่องอื่น... เมื่อเห็นได้ชัดว่าถึงแม้ตนจะก้าวเดินตามวิถีทางแห่งพระพุทธองค์มาตลอดทั้งชีวิต แต่ในยามนี้สิ่งที่ได้รับรู้ก็ยังคงกระทบจิตใจให้สั่นไหวได้กระนั้น
เมื่อเหตุอาเพทที่ตนสัมผัสได้ในช่วงย่ำรุ่ง รวมทั้งพายุฝนฟ้าคะนองนอกฤดูกาลซึ่งรุนแรงจนผิดวิสัยนั้นมิใช่เรื่องที่ตนจะเพิกเฉยได้อีกต่อไป....
คิดไม่ถึงจริงๆว่าแม้แต่ท่านผู้นั้น... ผู้ซึ่งเปล่งประกายดั่งดวงตะวัน ซึ่งเป็นเสมือนที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของเหล่าเซนต์มานานนับร้อยปีจะกระทำเรื่องเช่นนี้ลงไปได้ ....จักรพรรดิ์แห่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์ผู้ครอบครองอำนาจล้นฟ้ามานานแสนนาน ซึ่งตนให้ความเคารพยำเกรงและนับถืออย่างเต็มหัวใจ
บุรุษผู้ใกล้เคียงพระเจ้าทอดสายตามองออกไปเบื้องหน้า.... ท่ามกลางแสงสว่างจ้าของวัน ความทรงจำพร่ามัวสีซีดจางก็พลันปรากฏขึ้น... พร้อมด้วยความรู้สึกว่าช่วงเวลานั้นได้ผ่านไปนานแล้วราวชั่วกัปชั่วกัลป์ ...เมื่อคราที่นักบวชตัวน้อยได้สวมโกลครอธเวอร์โกเป็นครั้งแรกในชีวิต และในวันแรกที่ได้เดินทางมาถึงแซงทัวรี่แห่งนี้ ท่านผู้นั้น... เคียวโกผู้ยิ่งใหญ่ถึงกับออกมาต้อนรับตนที่วิหารแรกสุดด้วยตนเอง
.....จะเกรงใจไปทำไมกันเล่า....
ในเมื่อเราต่างก็เป็นผู้พิทักษ์ดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้เช่นเดียวกัน... ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหรือข้า เราก็ล้วนแต่เป็นผู้ภักดีต่ออาเทน่ามิใช่หรือ...
นี่อารีเอส มู... ศิษย์ของข้าเองจงรู้จักกันเอาไว้
สักวันหนึ่ง ..อนาคตและสันติสุขของโลกจะตกอยู่ในมือของเด็กรุ่นใหม่อย่างพวกเจ้า ถึงเวลานั้นแล้วก็อย่าได้ลืมซะล่ะ.....
ชากะยังจำได้ดี.... ถึงภาพใบหน้ากลมๆของเด็กชายตัวน้อยอีกคนหนึ่งซึ่งยืนแอบอยู่หลังชายเสื้อคลุมสีเข้มของท่านผู้นั้น สหายซึ่งเติบโตขึ้นมาด้วยกัน..... ภายใต้การอบรมสั่งสอนอันแสนเข้มงวดจากบุรุษผู้เป็นอาจารย์
แล้วใครกัน.. จะหาญกล้าคิดว่าท่านจะตอบรับความรู้สึกของศิษย์ตนเองเช่นนี้.... ใครกันจะคาดคิด ว่าท่านจะมีหัวใจให้กับผู้ที่ตนฟูมฟักเลี้ยงดูมาตั้งแต่แบเบาะ
...แม้แต่ตนก็ยังมิกล้าจะคิดเช่นนั้น ด้วยท่านชิออนคือความถูกต้อง... คือประกาศิตแห่งแซงทัวรี่
อันว่าความรักนี้มีพลังอำนาจถึงเพียงนั้นเชียวหรือ....
ไม่เข้าใจเลยจริงๆ ..ว่าเหตุใดสิ่งซึ่งเรียกว่าความรักจึงได้มีอานุภาพรุนแรงถึงเพียงนี้ ราวกับจะพลิกฟ้าคว่ำดิน ทำให้ผู้ที่เคยหนักแน่นมั่นคงเช่นนั้นเปลี่ยนแปลงไปได้ถึงปานนี้
....ช่างน่าเห็นใจนัก สหายข้า...
ถึงแม้จะได้สมหวังในรัก.. แต่เจ้าจะรู้บ้างรึไม่ว่าชีวิตของเจ้าและท่านผู้นั้นจะไม่มีวันได้ราบรื่น และมันจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อเรื่องราวอันผิดจารีตเช่นนี้แพร่สะพัดออกไป...
ถึงแม้นว่าข้าจะได้ลั่นวาจาเอาไว้แล้วว่าจะไม่ขอยุ่งเกี่ยวในเรื่องหัวใจกับเจ้าอีก แต่.. ชากะผู้นี้ก็ยังอดกังวลมิได้
เจ้าจะอดทนแบกรับคำครหาได้อย่างไรกัน....
และหากว่าท่านผู้นั้นมิอาจจะปกป้องเจ้าได้... แล้วข้าจะอดใจไม่ยื่นมือเข้าไปช่วยเจ้าได้งั้นหรือ
โกลเซนต์เวอร์โกเผลอกำมือแน่นอย่างลืมตัว เมื่อรู้สึกสังหรณ์ใจถึงสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นได้...
ประหนึ่งสายใยแห่งความผูกพันที่ถักทอขึ้นระหว่างศิษย์อาจารย์คู่นั้นกำลังจะแปรสภาพเป็นใยแมงมุมแน่นเหนียว ที่พันธนาการเหยื่อมิให้ดิ้นหลุดรอดไปจากคมเขี้ยวอันเกิดจากความผิดบาปได้เสียแล้ว...
....................................................
“อรุณสวัสดิ์”
อารีเอส มูแทบจะทำจานหลุดมือตกแตกอีกครั้ง เมื่อน้ำเสียงทุ้มลึกของท่านอาจารย์พลันดังขึ้นจากเบื้องหลัง พร้อมด้วยวงแขนแข็งแกร่งที่รวบร่างตนเข้าไปกอดกระชับก่อนจะประทับจุมพิตลงที่กลางกระหม่อม ...ถึงจะสุขใจไปกับสิ่งที่ได้รับ หากสาวน้อยก็ยังอดตกใจกับท่าทีที่เปลี่ยนไปราวกับหน้ามือเป็นหลังมือของท่านมิได้
“อ.. เอ้อ ท่านอาจารย์..
อย่าสิครับ.. ข้า..”
“ข้ารู้ว่าข้ากำลังทำอะไร”
ชิออนก้มลงจูบแก้มนวลก่อนจะยอมปล่อยมือ พลางจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีเขียวเข้มที่กำลังเบิกกว้างพร้อมด้วยรอยยิ้มอันอบอุ่นอ่อนโยนบนริมฝีปาก
“แต่เราพูดคุยกันแล้วว่าจะร่วมทางชีวิตไปด้วยกันมิใช่หรือ ....ในเมื่อข้าได้ให้สัญญาแล้วว่าจะไม่ทำให้เจ้าต้องเสียใจอีกต่อไป ข้าก็คิดว่าข้าควรจะได้รับในสิ่งที่ข้าพยายามปฏิเสธมาโดยตลอดสิ”
คำพูดนั้นส่งผลให้ดวงหน้าหวานยิ่งแดงก่ำด้วยความเขินอาย หากกระนั้นร่างน้อยก็ยินยอมให้ฝ่ายตรงข้ามโอบกอดแต่โดยดี มูเอนศีรษะพิงแผงอกกว้างของผู้เป็นที่รักพลางหลับตาลงแล้วถอนหายใจ พร้อมด้วยความเขินอายและตื่นเต้นด้วยยังไม่คุ้นเคยกับชีวิตซึ่งเปลี่ยนแปลงไปของตน
...ไม่ต้องคุกเข่า... เพราะบัดนี้เจ้าคือภรรยาข้า....
ถึงแม้ว่ามันจะมิใช่เรื่องที่ดีงามและถูกต้องนัก หากแต่ข้าก็คงจำต้องบอกเจ้าว่าในเวลานี้ความสัมพันธ์ระหว่างเราได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว และเจ้าก็มิใช่ศิษย์ของข้าอีกต่อไป
มานี่สิ...
สาวน้อยพลันหัวใจเต้นแรง คราเมื่อนึกถึงคำพูดของชิออนที่ได้บอกกับตนหลังจากที่ทั้งคู่ผ่านพ้นคืนแรกของการอยู่ร่วมกัน....
ในเวลานั้น ...ท่านก้มลงประคองร่างของตนให้ลุกขึ้นยืนพลางโอบกอดไว้ในวงแขนอย่างเช่นในยามนี้ พร้อมกับพร่ำบอกด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความแน่วแน่มั่นคงดังเช่นที่เคยเป็นมา
....ในยามนี้เจ้ามิใช่ผู้ที่จะคอยเดินตามหลังข้าอีกต่อไปแล้ว เพราะนับแต่บัดนี้ “เรา” จะเดินเคียงข้างกันไป
แต่รู้ไว้เถิดว่าเรื่องของเรา2คนนั้นจะไม่ง่ายดายดังเช่นคู่รักคู่อื่นๆ.... เพราะอะไรนั้นเจ้าเองก็คงจะรู้ดีอยู่แล้ว แต่กระนั้นข้าก็กล้ารับปากกับเจ้าได้ว่าจะไม่ปล่อยให้เจ้าต้องทนแบกรับความเจ็บช้ำอยู่เพียงฝ่ายเดียวหรอก...
....คำว่า “คู่ชีวิต” นั้นมีความหมายอันลึกซึ้งมากกว่าเพียงแค่อยู่เคียงข้างกันไปจนแก่เฒ่า... มิใช่เพียงแค่ดูแล เอาใจใส่ซึ่งกันและกันเพียงเท่านั้นก็นับว่าพอแล้ว ..หากแต่การร่วมชีวิตกันนั้นยังหมายความถึงการร่วมฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆไปด้วยกัน...
มือใหญ่ทั้ง2ข้างของผู้เป็นที่รักกุมทับลงบนมือขาวเรียวเล็กของตนพร้อมกับกระชับแน่นราวกับจะเป็นการให้คำมั่นสัญญา มูยังคงจำได้ดีถึงความอบอุ่นจากฝ่ามือคู่นั้นและช่วงเวลาที่ทั้งคู่ประสานสายตากันนิ่ง... ยังสัมผัสได้ถึงความหนักแน่นมั่นคงที่เปล่งประกายเรืองรองอยู่ในดวงตาสีม่วงอเมทิสอันแสนงดงามของท่าน
...นั่นคือเราจะร่วมทุกข์ร่วมสุขไปด้วยกัน ข้ามผ่านวันเวลาที่เหลืออยู่ไปพร้อมๆกับซึมซับประสบการณ์อันล้ำค่าที่มีกันและกันอยู่เช่นนี้...
ที่ผ่านมาชิออนผู้นี้อาจมิใช่คนดีมากมายนัก แต่ข้าก็มั่นใจว่าจะสามารถดูแลให้ความสุขแก่เจ้าได้ไม่แพ้บุรุษหน้าไหน....
.......
“ท่านรู้มั้ยว่า... ถึงแม้ท่านจะมิได้บอกกับข้าดังเช่นวันนั้น หากข้าก็รู้และเชื่อมั่นมานานแล้ว”
ชิออนพลันก้มลงมองร่างน้อยในอ้อมแขนด้วยสีหน้างุนงง เมื่อจู่ๆยอดดวงใจก็ขืนตัวออกห่างก่อนจะหมุนร่างกลับมาหา พลางเงยหน้าขึ้นมองตนพร้อมด้วยประกายแสงที่ไหวระริกอยู่ในดวงตาสีเขียวเข้มล้ำลึก และยังไม่ทันที่ตนจะได้เอ่ยถาม หากคำตอบที่ได้รับก็เรียกรอยยิ้มอันอ่อนโยนให้ปรากฏขึ้นแทบจะทันที
“ข้าย่อมเชื่อมั่นว่าจะไม่มีผู้ใดที่ดีพร้อมเช่นท่าน ดังที่ข้าได้บอกท่านมาตลอดว่าข้าก็จะมองเพียงท่านผู้เดียว...
และท่านรู้หรือไม่ว่าในเวลานี้ข้าสุขใจสักเพียงใดยามเมื่อมีท่านอยู่เคียงข้างเช่นนี้”
....ครืนน..... .....
ท่ามกลางช่วงเวลาแห่งความอบอุ่นที่ได้อยู่ใกล้ชิดกับหัวใจของตน ทัศนวิสัยเบื้องนอกก็กลับแปรเปลี่ยนไปในทางที่เลวร้ายลง....
ทว่าเสียงคำรามกึกก้องพร้อมด้วยแสงสว่างแวบวาบจากเบื้องนอก อาจจะทำให้คู่รักคู่นั้นผละจากกันได้เพียงชั่วครู่... หากแต่เมื่อเม็ดฝนหลั่งไหลพรั่งพรูลงมาพร้อมด้วยท้องฟ้าอันสดใสที่แปรเปลี่ยนเป็นสีเทาครึ้มๆ ร่างทั้ง2ก็กลับอิงแอบแนบชิดกันดังเดิมพลางดื่มด่ำกำซาบไปกับความเย็นชุ่มฉ่ำเบื้องนอก ที่พัดพาเอากลิ่นไอดินที่เปียกปอนชุ่มฉ่ำด้วยน้ำฝนให้หอมอบอวลอยู่ในบรรยากาศชวนให้เคลิ้มฝัน
ท่ามกลางแสงสลัวๆกับเสียงดังซ่านซ่าพร้อมด้วยเสียงคร่ำครวญจากฟากฟ้า... ชายหนุ่มโอบกอดร่างผู้เป็นที่รักไว้ในวงแขน แล้วอิงศีรษะแนบชิดกันพลางชี้ชวนกันมองดูประกายแสงแปลบปลาบที่เบื้องนอก ....ถึงแม้ว่าจะยังอดหวั่นใจมิได้ถึงเหตุวิปริตของสภาพอากาศก็ตาม แต่สิ่งหนึ่งที่มั่นใจได้ก็คือไม่ว่าในอนาคตตนจะต้องพบเจอกับสิ่งใด... ก็จะยังมีคนๆนี้อยู่เคียงข้างคอยเป็นแรงใจให้เสมอ มีมือทั้ง2ข้างที่จะเกาะกุมกันไว้แน่น มีหัวใจที่รวมเป็นหนึ่งและพร้อมที่จะฝ่าฟันทุกสิ่งทุกอย่างไปด้วยกัน เพียงเท่านี้ก็ไม่ต้องการสิ่งใดอีกแล้ว...
มันไม่สำคัญเลยแม้แต่น้อยว่าพวกตนจะมีเวลาเหลือยู่ด้วยกันอีกนานสักเท่าใด ขอเพียงได้จดจำช่วงเวลาที่มีความสุขร่วมกันเช่นนี้ไว้ได้ ถึงแม้ว่าอีก500ปีข้างหน้าชีวิตจะต้องดำเนินต่อไปตามลำพัง หากหัวใจก็จะยังไม่แห้งเหี่ยว ด้วยยังคงมีภาพความทรงจำอันแสนงดงามนี้ประทับอยู่ ดุจดังน้ำหล่อเลี้ยงหัวใจต่อไป
..ตราบนานเท่านาน....
---------------------------------------
To Be Con...Chapter76*0*
อ่านเเล้วรู้สึกว่าความ"หนัก"ของเรื่องดูจะเบาบางลงบ้างมั้ยคะ?
ในขณะที่ทั้งคู่คิดได้ว่าควรจะทำวันนี้ให้ดีที่สุด มากกว่าที่จะห่วงกังวลถึงวันข้างหน้า เเต่คนอื่นที่รู้เรื่องกลับเป็นกังวลเเทนเสียอีก....
เเละในตอนหน้า... ตัวละครใหม่จะปรากฏตัวขึ้นอีก1คน
“เขาคือเหยื่อรายล่าสุดที่ต้องสูญเสียทั้งพ่อและแม่ รวมทั้งสมาชิกคนอื่นๆในครอบครัวไปในคราวเดียวกัน จากฝีมือของบุตรชายคนโตในคืนพระจันทร์เต็มดวงครั้งล่าสุด”
น้ำเสียงอันแฝงไว้ด้วยความเศร้าสลดใจของชิออนส่งผลให้ร่างน้อยถึงกับนิ่งงันอย่างเจ็บปวด....
ในชั่วขณะหนึ่ง ภาพเมื่อครั้งอดีตที่ตนกำลังเปลี่ยนร่างจากมนุษย์ไปสู่สิ่งมีชีวิตที่น่าสะพรึงกลัวก็พลันปรากฏขึ้นในจิตใจราวกับฝันร้าย ในขณะที่น้ำเสียงอันแก่ชราของแม่เฒ่าแห่งหมู่บ้านเซเรนติ ที่บอกเล่าถึงเหตุการณ์นองเลือดของผู้ให้กำเนิดตนก็พาให้หัวใจต้องปวดแปลบอีกครั้ง ประหนึ่งว่ามันเพิ่งจะเกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้เอง... และนั่นก็ทำให้มูทั้งรู้สึกเจ็บปวดรวดร้าวและแค้นเคืองไปกับโชคชะตาของพวกตน
...
...
ไม่เลย
ขณะที่อ่านความหวานที่ทั้งคู่มีต่อกัน อีกด้านหนึ่งของความคิดกลับเต็มไปด้วยความวิตกกังวล
คล้ายกับตอนที่เรากลืนน้ำเชื่อมข้นจัดลงไปในลำคอ
....
แรกแตะที่ปลายลิ้นก็รู้สึกอิ่มเอิบกับความหวานจนยากจะอดใจ
....
แต่เมื่อลิ้มรสลงไปแล้ว ร่างกายของเรากลับรู้สึกปั่นป่วนจนแทบทนไม่ได้
....
ท้ายที่สุดแล้วเจ้าน้ำเชื่อมแสนหวานก็กลับกลายเป็นยาพิษ ที่คร่าชีวิตของเราให้ดับสูญไปทีละน้อย
....
น่าสงสารทั้ง ท่านชิออน และมู
#1 By moonyforever on 2008-05-19 20:12