Chapter46
posted on 02 Sep 2008 18:25 by moon-drop in SHAKA-The-Last-Man-In-My-Life
ดีค่ะ^ ^
สืบเนื่องจากตอนที่45ซึ่งดองเค็มมายาวนานเนื่องจากมูนดรอปลำเอียงมาปั่นมูนไลท์ให้จบก่อน-*- ในตอนนี้ก็ได้เวลามาต่อตอนใหม่เสียทีค่ะ
ตอนที่46 จะเป็นการเริ่มต้นในอีกบรรยากาศหนึ่งของเรื่องนี้ หลังจากที่พระเอกมีคิวบู๊อย่างโชกโชนกับเหล่าร้ายจำนวนมาก ไม่เว้นเเม้กระทั่งกับนางเอก T T ถึงตอนนี้ควันคุกรุ่นของคิวบู๊ได้จางลงมากเเล้ว เเทนที่ด้วยเรื่องของหัวใจค่ะ
--------------------------------------------------
Chapter46
“...ชากะ!!”
เรจิน่ากรีดร้องสุดเสียงพร้อมด้วยหยาดน้ำตาที่ล้นทะลักอาบแก้มนวล ร่างงามทะลึ่งพรวดขึ้นมาจากเตียงนอนพร้อมด้วยอาการหอบหายใจแรง ก่อนจะได้ตระหนักว่าตนเองนอนหลับไป....
...ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน.......
“รีแกน....”
หญิงสาวหันขวับทันทีที่น้ำเสียงอันแผ่วเบาของชายผู้เปรียบเสมือนบิดาคนที่2ของหล่อนดังขึ้นข้างกาย โทมัส เบลนด์ชะโงกร่างเข้ามาใกล้ก่อนจะวางมือลงบนบ่าเล็กบอบบางพร้อมด้วยสีหน้าซึ่งยากแก่การคาดเดา แต่นั่นก็ยังมิใช่สิ่งที่ทำให้เรจิน่าต้องใจหายวาบ หากแต่เป็นเพราะการมาของเขาต่างหาก....
ในเมื่อแต่ไหนแต่ไรมาโทมัสไม่เคยจะมาเยี่ยมเยียนหล่อนถึงห้องอย่างนี้เลยแม้แต่ครั้งเดียว และนั่นก็ทำให้หล่อนยิ่งรู้สึกถึงความผิดปรกติ
“ชากะล่ะคะ ทอม...”
บุรุษสูงวัยกว่ามีอาการอ้ำๆอึ้งๆขึ้นมาทันที และเรจิก็น่าไม่พลาดที่จะได้เห็นความลำบากใจปรากฏชัดอยู่บนใบหน้าพร้อมด้วยหัวคิ้วสีดอกเลาที่ขมวดเข้าหากัน และในวินาทีนั้นหญิงสาวก็แทบอยากตรงเข้าไปเค้นคอหาความจริงจากเพื่อนรักของบิดาเลยทีเดียว
“ชากะเป็นอะไรไป!!”
ทว่าโทมัสกลับส่ายหน้าน้อยๆพลางถอนหายใจ ในขณะที่เรจิน่ายิ่งมีใบหน้าซีดเผือดลงไปทุกขณะ...
...หรือว่า......
“ใจเย็นๆรีแกน ...เขาไปแล้ว.....
ในเมื่อมันหมดหน้าที่ที่ลุงได้ขอร้องให้เขาช่วยแล้ว ชากะก็กลับไปทำหน้าที่ของเขาต่อตามปรกติและหนูก็ไม่ต้องเป็นกังวลเรื่องของเขาหรอกนะ เพราะพวกนั้นทำอะไรเขาไม่ได้หรอก ลุงกล้าเอาหัวเป็นประกันเลย”
แม้ว่าหญิงสาวจะ “เกือบ”สบายใจกับคำตอบที่ได้รับหากแต่มันก็ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นมากนัก ใบหน้างามยังคงซีดเผือดพรัอมด้วยความสงสัยที่มากขึ้นเป็นทวีคูณ
“ลุงกำลังปิดบังอะไรบางอย่างอยู่ใช่มั้ยคะ”
โทมัสจับจ้องมองดูนัยน์ตาสีเขียวมรกตที่กำลังลุกวาวก่อนจะพยักหน้าน้อยๆ พร้อมกับทิ้งตัวลงนั่งที่เก้าอี้ข้างเตียง ...อันเป็นที่ประจำของชากะยามเมื่อเฝ้าดูแลหล่อนที่บาดเจ็บหนัก และมันก็ทำให้เรจิน่าพลันหัวใจกระตุกวูบอย่างเจ็บปวดกับความจริงที่ได้รับรู้ว่า..
เวลานี้ไม่มีเขาอีกต่อไปแล้ว.....
และสิ่งที่ได้รับรู้ก็ส่งผลให้หญิงสาวต้องสูดหายใจลึก พร้อมกับพยายามกล้ำกลืนความรู้สึกและอารมณ์อันอ่อนไหวลงไปแล้วบังคับให้ตนเองเชิดหน้าขึ้นราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น... ราวกับว่าชายหนุ่มคนที่เคยอยู่เคียงข้างหล่อนตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาไม่เคยมีตัวตนมาก่อน ...ทั้งๆที่รู้ซึ้งอยู่แก่ใจว่าหัวใจของตนเองกำลังบีบตัวด้วยความเจ็บปวด ผิดหวังและเสียใจ
นัยน์ตาสีฟ้าของชายผู้มากประสบการณ์กว่าจับจ้องมองดูสีหน้าอันเรียบเฉยของหญิงสาว ..สิ่งล้ำค่าเพียงชิ้นเดียวที่เป็นเสมือนเครื่องดูต่างหน้าของเพื่อนรักที่จากไปนิ่งงัน ด้วยถึงแม้ว่าเรจิน่าจะปกปิดความรู้สึกเอาไว้อย่างมิดชิดเพียงใดหากตนก็มองออกเสมอ....
...ก็คนเป็นพ่อเป็นแม่ มีหรือที่จะไม่รู้ว่าลูกสาวกำลังคิดอะไรอยู่....
“รีแกน มาถึงขั้นนี้แล้วลุงก็จะไม่ปิดบังอะไรหนูอีก...
ลุงพบชากะเป็นครั้งแรกเมื่อ20กว่าปีก่อน ..เวอร์โก ชากะที่ลุงพบในตอนนั้นเป็นเพียงเด็กชายตัวน้อยที่อายุราวๆ6-7ขวบเท่านั้นเอง แต่ว่าก็เป็นเด็กที่มีความพิเศษสุดจริงๆ คือว่า.....”
.....................................................
......นี่ข้าได้สูญเสียสมาธิตลอดจนความเป็นตัวของตัวเองไปอย่างหมดสิ้นแล้วหรือนี่......
เพียงเพราะการแยกจากนาง... ก็ทำให้ชากะผู้นี้ถึงกับไม่เป็นอันทำอะไรเลยงั้นหรือ
ช่างน่าละอายเหลือเกิน......
โกลเซนต์เวอร์โกถอนหายใจพร้อมกับลงนั่งขัดสมาธิแล้วพยายามสงบจิตใจอีกครั้งหนึ่ง เพียงเพื่อจะได้พบว่าตนเองยังคงถูกมนตร์สะกดจากนัยน์ตาสีเขียวมรกตคู่งามตามหลอกหลอนอยู่มิรู้วาย... เป็นวันที่3แล้วนับตั้งแต่จบภารกิจนั้น วันที่3ของการได้กลับมาทำหน้าที่หลักของตนในการดูแลปราการด่านที่6แห่งแซงทัวรี่ และก็เป็นวันที่3..... ที่ไม่ได้เห็นหน้า ไม่ได้ยินเสียง
....นี่หรือ คือความรัก
มันช่างทรมานหัวใจเสียนี่กระไร....
และอากัปกิริยาอันผิดแผกไปของผู้ดูแลวิหารเวอร์โกก็พาให้ผู้ผ่านทางมาอดทักมิได้....
“เป็นอะไรไปเล่าชากะ ตั้งแต่กลับมาบ้านคราวนี้เจ้าดูหงุดหงิดงุ่นง่านเสียจริงนะ... ช่างผิดวิสัยยิ่งนัก”
น้ำเสียงทุ้มนุ่มของสหายจากวิหารราศีกุมภ์ส่งผลให้บุรุษผู้ใกล้เคียงพระเจ้าพลันเปิดเปลือกตาขึ้นอย่างมิอาจเลี่ยงได้ พร้อมกับสัมผัสได้ถึงบางสิ่งบางอย่างในน้ำเสียงนั้น... ราวกับคามิวจะล่วงรู้ถึงสาเหตุที่ทำให้ตนเปลี่ยนไป
“ดูเหมือนเจ้ากำลังอยากพูดอะไรสินะ คามิว”
โกลเซนต์เวอร์โกจบประโยค ขณะที่สังเกตเห็นนัยน์ตาสีฟ้าครามของฝ่ายตรงข้ามเปล่งประกายวาววับยิ่งขึ้น คามิวเผยอรอยยิ้มน้อยๆก่อนจะก้าวเข้ามาใกล้แล้วย่อตัวลงนั่งเคียงข้างไม่ห่างออกไปนัก
“ข้ารู้เรื่องของเจ้า และก็ยังอดเสียดายมิได้”
“ไม่ใช่กิจธุระของเจ้า นางก็ย่อมมีวิถีชีวิตของตนเองและข้าจะไม่เข้าไปยุ่งวุ่นวายในเรื่องนั้น”
ชากะถอนหายใจน้อยๆพลางหลับตาลงอีกครั้งหนึ่งพร้อมด้วยอาการสำรวมทุกชั่วขณะจิต ถึงแม้ว่าภายในจะกำลังปั่นป่วนด้วยคำพูดของอควอเรียสหนุ่ม ที่ดูราวกับจงใจจะยั่วโมโหก็ตาม
“ถ้าเช่นนั้นสาวน้อยนางนั้นคงจะหันมามองข้าบ้างกระมัง ด้วยเสน่ห์เยี่ยงชายชาตรีที่ข้าพึงมี นางคงจะไม่มองข้ามข้าไปหรอก
ดีเหมือนกัน ...ในเมื่อเจ้าไม่สนใจนางแล้วก็ยกให้ข้าเสียเถิด คามิวผู้นี้จะรับช่วงต่อให้เอง”

To Be Con...Chapter47^0^
ดูเหมือนคามิว ว่าที่พระเอกคนต่อไปจะชักใบให้เรือเสียอีกเเล้วเมื่อถึงกับออกปากขอกันดื้อๆเเบบนี้
เเล้วท่านช่าล่ะจะมีปฏิกิริยาตอบโต้ยังไงนะ...
“แต่อย่างน้อยข้าก็ได้เรียนรู้ที่จะรักล่ะน่า และหากคามิวผู้นี้มีโอกาสเช่นเจ้า.. แม้เพียงแค่ครั้งเดียว ข้าจะไม่มีวันยอมปล่อยให้นางหลุดลอยไปจากอ้อมแขนอีกเลย แล้วหากว่าเจ้ามิได้รักนางจริงๆจะกระสับกระส่ายร้อนใจไปทำไมกัน
ชากะ.. ลองคิดดูให้ดีๆนะ ถึงอย่างไรเจ้าก็มิได้เป็นเพศบรรพชิตเต็มตัว เจ้ายังคงเป็นบุรุษที่มีเลือดเนื้อเช่นเดียวกับพวกข้า อย่าพยายามหลอกตัวเองอีกเลย”







(คิดภาพ)ถ้าชากะหึงขึ้นมาจะเป็นยังไง คงพิลึก
ปล. พอใจกับคอมเม้นนี้มั้ยคะ พี่แนน
#1 By The tea goddess (125.27.187.71) on 2008-09-02 19:40