Chapter14 [partI]

posted on 15 Feb 2009 09:33 by moon-drop

สวัสดีค่า^ ^


มูนดรอปดีใจที่รอบนี้ตัวเองสามารถปั่นตอนใหม่มาลงได้ในเวลาไม่นานนัก  ถึงเเม้จะเป็นตอนที่ค่อนข้างสั้นเมื่อเทียบกับตอนที่เเล้วมาเเต่ก็ยินดีนำเสนอเช่นเคยนะคะ

หลังจากที่moonlight serenadeจบลง   นี่เป็นครั้งเเรกที่มูเเละซากะได้มาพบหน้ากันอีกครั้ง

ท่าทีของทั้งคู่จะเป็นอย่างไร..  เมื่อเวลาผ่านไปเเล้วถึง15ปี


-------------------------------------

 

Chapter14

 

เซเลซิสถลาเข้าใส่มารดาด้วยความคิดถึง   ขณะที่มูอ้าแขนรับแล้วดึงตัวลูกเข้ามากอดแนบอกพลางก้มลงจุมพิตกลางกระหม่อมอย่างโล่งใจที่นางฟ้าตัวน้อยปลอดภัยดี... อย่างน้อยก็ดูเหมือนจะเป็นเช่นนั้น

 

“ท่านพ่อน่ะโหดร้าย...”

 

สาวน้อยรีบรายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้แม่ฟังอย่างไม่แยแสชิออนที่ยืนทำตาปริบๆอยู่ข้างหลัง   ทว่ามูกลับไม่ได้สนใจจะฟังคำลูกกล่าวหาบิดา   เมื่อนัยน์ตาสีเขียวเข้มสบประสานนิ่งกับบุรุษผู้เคยเป็นฝันร้ายในวัยเยาว์ของตนพร้อมด้วยหัวใจที่กระตุกวูบด้วยความสงสาร  


ทั้งๆที่เวลาผ่านมาเนิ่นนานถึงสิบกว่าปีทว่าคนผู้นี้ก็ยังดูราวกับติดอยู่ในบ่วงความทุกข์ทรมานเฉกเช่นคืนนั้น   ถึงแม้กลิ่นไอแห่งความชั่วร้ายดูจะจางหายไปแล้วหากรูปกายภายนอกของเขายังคงน่าสะพรึงกลัวเหลือเกิน   ทั้งดวงหน้าขาวจัดล้อมกรอบด้วยเส้นเกศาหยักศกดำสนิทที่ยาวระสะโพก   และนัยน์ตาแดงก่ำที่เต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอยนั้นดูราวกับอสูรกาย  ..หาใช่มนุษย์  


แน่นอนว่าภาพลักษณ์อันน่ากลัวนั้นย่อมหลอกสายตาใครต่อใครที่รู้จักเขาอย่างผิวเผินได้   แต่เมื่อมีโอกาสได้มองดูให้เต็มตา.. ประกอบกับเคยคลุกคลีและยอมรับนับถือกันมาแต่ครั้งยังเยาว์มูก็รู้สึกได้อย่างชัดเจนทีเดียวว่าสิ่งเหล่านั้นเป็นเพียงเปลือกนอกเท่านั้น   หากภายในของซากะนั้นกลับแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง...   


คนๆนี้เต็มไปด้วยความห่วงหา   หิวโหย   และเจ็บปวดกับการมีชีวิตอยู่   ยิ่งกว่านั้นซากะผู้น่าสงสารกลับต้องติดอยู่ในร่างของปีศาจร้ายที่ทุกคนรังเกียจ


หรือว่าพี่ชายใหญ่ที่พวกตนเคยรู้จักคนนั้นได้กลับมาแล้ว...

 

  
ขณะเดียวกัน..   ประมุขแห่งแซงทัวรี่ยืนนิ่งอยู่กลางห้องอย่างไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับตน...  


พริบตาที่ได้พบหน้ามูอีกครั้งเขารู้สึกราวกับหายใจไม่ออกไปชั่วครู่ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความชื่นชมยินดี   ทว่าความคิดคำนึงอันปวดร้าวที่ตามหลอกหลอนมานานราวชั่วกัปชั่วกัลป์กลับเลือนหายไปได้อย่างน่าประหลาด   ไม่มีความโหยหาอาวรณ์ใดๆในหัวใจยามนี้..   นอกจากดีใจที่ได้เห็นหน้าและคิดถึงอย่างผู้ที่มิได้พบกันมานาน   และบัดนี้มีเพียงความสงบนิ่งในจิตใจยามที่ได้จ้องมองดวงหน้าหวานที่แสนคิดถึงเท่านั้น

 

....สิบกว่าปีมานี้เจ้าเปลี่ยนไปมากนัก   จากเด็กสาวไร้เดียงสาในวันวาน..ยามนี้กลับกลายเป็นมารดาที่ยังสาวทว่าก็งดงามสมวัยไปได้อย่างน่าอัศจรรย์


และเมื่อได้เห็นบุตรสาวที่เจ้าเฝ้าทะนุถนอมเลี้ยงดูมาพร้อมกับท่านผู้นั้นข้าก็ยิ่งมั่นใจ...   เจ้าจะต้องเป็นแม่ที่วิเศษที่ทั้งรักและอบรมสั่งสอนนางได้อย่างไม่มีที่ติเป็นแน่   เซเลซิสจึงกลายเป็นนางฟ้าตัวน้อยๆที่งดงามล้ำค่าได้ถึงเพียงนี้

 

“มู..”


ซากะเพิ่งได้เปิดปากเรียกชื่อ..   ยังไม่ทันได้พูดคุยกับนางในดวงใจแม้แต่คำเดียวชิออนก็กลับก้าวเข้ามาขวางและทำลายช่วงนาทีมีค่านั้นไปอย่างย่อยยับ


“เจ้ากับลูกกลับไปที่จามิลก่อนเถิด   ข้ายังมีเรื่องที่จะต้องบอกกล่าวต่อเคียวโกคนใหม่อยู่อีก

และขากลับระวังตัวด้วย”

 

เซเลซิสเม้มริมฝีปากแน่นในอึดใจที่ได้ฟังแล้วก้มหน้าลงมองปลายเท้าตนเองอย่างจำยอม   แม้ว่าใจหนึ่งจะคิดถึงบ้านและอยากกลับไปพร้อมกับมารดาทว่าอีกใจก็ยังเป็นห่วงเพื่อนรักว่าจะเหงาสักเพียงใด   เมื่อยิ่งอยู่ที่นี่นานวันเข้านางก็ยิ่งเห็นว่าซากะไม่เคยเป็นที่ต้องการของผู้ใด   ..เหล่าทหารยามพากันหวาดกลัวเขาจนไม่กล้าเข้าใกล้   ขณะที่เซนต์ต่างพากันชิงชังและเมินเฉย   มีนางเพียงคนเดียวเท่านั้น..  ที่เขายอมเผยรอยยิ้มกว้างให้เห็น   และนางคงจะต้องคิดถึงเสียงหัวเราะกับช่วงเวลาแห่งความสนุกที่นี่ไปอีกนาน


ขณะที่ซากะเองก็ปวดร้าวไปทั้งใจ... นัยน์ตาสีเลือดเฝ้ามองร่างน้อยในอ้อมอกมารดาอย่างใจหาย   เขาอยากจะยอมรับและเข้าใจว่าทุกสิ่งดำเนินไปอย่างถูกต้องแล้ว    เมื่อแซงทัวรี่กำลังจะเข้าสู่สงครามเขาก็ควรจะปล่อยนางกลับไป    ทว่าความรวดร้าวนี้คือสิ่งใดกัน  ..มันยิ่งกว่าหายใจไม่ออก  ราวกับเพิ่งสูญเสียสิ่งสำคัญไป   ประมุขแห่งแซงทัวรี่กำมือแน่นอยู่ข้างลำตัวด้วยตระหนักดีว่าความสุขเพียงหนึงเดียวที่เคยมีกำลังจะสลายไป 


หรือเป็นเพราะเขารู้สึกว่าต่อแต่นี้จะไม่มีตัวแทนของคนรักอยู่เคียงข้างอีกแล้วงั้นหรือ... 

ในเมื่อเขามิอาจหลงรักเด็กตัวเท่านี้ได้ก็คงไม่มีคำตอบอื่น

 

“ข้า...  ขอเวลาแค่เพียงเล็กน้อยเพื่อกล่าวคำลากับนางได้หรือไม่”


เมื่อคิดว่าจะมิได้พบกันอีกแล้วก็ขอเพียงให้การลาจากนี้จบลงด้วยดี   ..ปวงเทพเจ้ารู้ดีว่าเขาจำใจยอมทุกอย่างก่อนจะรวบรวมความกล้าเอ่ยถามออกไป   ทว่าชิออนกลับส่ายหน้าอย่างไม่แยแสก่อนจะหันกลับมาจ้องเขม็งด้วยนัยน์ตาลุกวาวปราศจากความเห็นใจใดๆ


“ในฐานะที่เจ้าเป็นถึงเคียวโก  คิดหรือว่าเราจะมีเวลามากถึงเพียงนั้นในเมื่อศัตรูกำลังใกล้เข้ามาแล้ว”

 




To Be Con...Chapter14 partII

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ภาคนี้ซาง่ารันทดเหมือนนางเอกละครหลังข่าวจริงๆนั้นล่ะ
ชิออนน่าหมั่นไส้กว่าเดิมอีก จากตอนที่แล้วเล่นตัวไม่เอาซะยืดยาว
ตอนนี้มาเล่นบทพ่อเขย " ไม่ แกไม่คู่ควรกับลูกสาวฉัน "
แล้วก็ถือปืนลูกซองมาขู่แบบกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน

ซาง่าเป็นเคียวโกนี้เหมือนฮ่องเต้ในละครเกาหลีเลยครับ
เป็นฮ่องเต้ก็เหมือนไม่ใช่ฮ่องเต้ สั่งใครไม่ได้เลย (แล้วมันจะเป็นทำไมวะเนี้ย..)

#1 By นาฟคุงคับ ^ ^ on 2009-02-16 08:09

มูนก็สงสารท่านเคียวโกเหมือนกันเเหละ เเต่เนื่องจากทำความผิดด้วยการชิงตัวลูกชาวบ้านเค้ามาเวลาพ่อเค้ามาตามคืนก็ต้องมีลงไม้ลงมือบ้างเล็กน้อย

ส่วนท่านชิ.. มูนกะให้เค้าเล่นบทร้ายนิดๆนะเนี่ย ไม่งั้นอาจเเย่งซีนพระเอกหมด เเต่ก็ไม่ถึงขนาดพ่อตาตัวร้ายอะไรขนาดนั้นหรอกค่ะconfused smile



>>ซาง่าเป็นเคียวโกนี้เหมือนฮ่องเต้ในละครเกาหลีเลยครับ
เป็นฮ่องเต้ก็เหมือนไม่ใช่ฮ่องเต้ สั่งใครไม่ได้เลย (แล้วมันจะเป็นทำไมวะเนี้ย..)<<


ขนาดนั้นเลยเหรอคะ>< ที่จริงมูนว่าเค้ามีอำนาจเต็มมือเเหละ เเต่ที่เลือกจะไม่ใช้เองส่วนหนึ่งเป็นเพราะจิตใจที่ยังมีความดีงามของเค้า ที่มองว่าเรื่องนี้ไม่ใช่ความผิดของชิออน เเต่เป็นเพราะการกระทำของตัวเค้าเอง


SAGA:ก็เเหงดิ ..ข้าไม่ได้อยากจะเป็นเคียวโกเองซะหน่อย

#2 By ~Moondrop~ on 2009-02-16 10:55

ชักจะสงสารซาง่าแล้วล่ะค่ะ

#3 By suigintou on 2009-02-17 17:13