Chapter15[partI]
posted on 28 Feb 2009 20:53 by moon-drop
สวัสดีค่า...
ช่วงสัปดาห์เเห่งการสอบเป็นยังไงกันบ้างคะ มีใครกำลังจะขาดใจตายบ้างรึเปล่า.. มูนดรอปเองคนหนึ่งล่ะที่รู้สึกอย่างนั้นเพราะอะไรๆรอบตัวมันเยอะเเยะไปหมด รู้สึกว่าได้พักผ่อนน้อยลงเเละเครียดมากขึ้น เเต่ยังไงก็ตาม... กลับมาอัพตอนใหม่เเล้วนะคะ^ ^
ถึงเเม้จะสั้น เเต่ก็ยังยินดีนำเสนอเช่นเคย
--------------------------------
Chapter15
“ว่าอย่างไรนะ!!”
ประมุขแห่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์อุทานออกมาอย่างลืมตัวเมื่อได้รับทราบข้อมูลใหม่ล่าสุดจากโกลเซนต์ไลบรา.. เรือนกายสูงใหญ่ในชุดคลุมยาวจรดพื้นถึงกับเย็นวาบไปทั่วสันหลัง ขณะที่ผู้อาวุโสทั้งสอง..โดโกและชิออนได้แต่สบตากันและกันอย่างงุนงง
เคียวโกคนนี้... จะตกใจอะไรกันนักกับแค่ฮาเดสฟื้นคืนชีพ...
“ดูท่าทางพวกท่านคงยังไม่ทราบ ว่าทางแซงทัวรี่เองก็ได้ข่าวคราวมาอีกทางหนึ่งเช่นกัน
ในเมื่อเป็นเช่นนี้เห็นทีเราคงวิกฤติอย่างหนักเสียแล้วเมื่อต้องรับศึกสองด้าน ทั้งจากฮาเดสและโพเซดอน”
“หมายความว่ายังไง”
ซากะกลอกตามองบุคคลทั้ง2สลับกันไปมาก่อนจะทอดถอนใจแล้วเหยียดยิ้ม
“หมายความว่าตั้งแต่ครั้งโบราณกาลมาข้าคือเคียวโกผู้โชคดีที่สุดที่ได้รับมือกับเพลิงพิโรธของเทพเจ้าสติแตกถึง2องค์พร้อมๆกันไงล่ะ”
ประมุขแห่งแซงทัวรี่ไม่พลาดที่จะได้เห็นสีหน้าซึ่งเป็นส่วนผสมของความประหลาดใจและตกใจของทั้งคู่ ถึงแม้ว่าตนอาจเอาชีวิตไม่รอดจากทัณฑ์ของเทพเจ้าหากมันก็คุ้มราคาแล้วเมื่อแลกกับความสะใจที่ได้เห็น เพราะสีหน้าที่ตกใจจนซีดเผือดของเซนต์อาวุโสและอดีตเคียวโกนั้นไม่ใช่สิ่งที่จะได้เห็นบ่อยนัก และสวรรค์ทราบดี.. ว่าคนอย่างเจมินี่ ซากะไม่เคยอ้อนวอนร้องขอความเมตตา เขาอาจยอมก้มหน้ารับชะตากรรมมาตลอดก็จริง แต่เมื่อถึงเวลาแล้วเขาเองก็พร้อมที่จะกลายเป็นไอ้ตัวแสบให้เทพเหล่านั้นซาบซึ้งถึงแก่นเช่นกัน
“ก็ดี.. แน่จริงให้มันมาเลย! ..อย่างกับข้าจะสนนี่”
โดโกเพียงแต่คลี่รอยยิ้มในทีแรกที่ได้ฟังตามด้วยเสียงหัวเราะทุ้มลึกในลำคอ ก่อนจะหันไปตบบ่าสหายรักค่อนข้างแรงแล้วแหงนหน้าระเบิดเสียงหัวเราะดังก้อง
“ข้าแพ้แล้ว! เจ้าพูดถูก
เจ้าหนูเจมินี่คนนี้มีลูกบ้าอย่างที่เราคิดไม่ถึงจริงๆด้วย!!”
“ถ้าเช่นนั้นก็ยอมจ่ายข้ามาเสียโดยดี... แล้วคราวหน้าจำด้วยไว้ว่าหากไม่มั่นใจว่าจะชนะล่ะก็ ข้าจะไม่เสียเวลาพนันขันต่อกับเจ้าเด็ดขาด
เอาล่ะ..”
พริบตานั้นชิออนก็เปลี่ยนท่าทีกระทันหัน นัยน์ตาสีม่วงอเมทิสคมกริบพลันทวีแสงสีเข้มขึ้นทันตาพร้อมด้วยสีหน้าจริงจังดังเช่นอดีตที่เคยเป็นเคียวโก
“สาเหตุที่ข้ากลับมาที่แซงทัวรี่นี้อีกครั้งมิใช่แค่เพียงเพื่อนำตัวบุตรสาวกลับไปอย่างเดียวเท่านั้น หากข้ายังไม่ได้ทำหน้าที่อีกอย่างหนึ่งในฐานะเคียวโกให้สำเร็จลุล่วง
โดโก.. เจ้ากับคนอื่นๆออกไปก่อนได้หรือไม่ ข้ามีบางสิ่งที่จะต้องบอกกล่าวต่อเคียวโกคนใหม่เป็นการส่วนตัว”
สิ้นเสียงอดีตผู้นำ โกลเซนต์ไลบราและคนอื่นๆก็พากันทยอยออกไปจากห้อง ขณะที่ซากะยืนนิ่งแล้วขบกรามแน่นอยู่กลางห้องด้วยความอดสูที่เห็นได้ชัดว่าตนไม่อาจซื้อใจผู้ใต้บังคับบัญชาได้เลยแม้แต่คนเดียว อึดใจเดียวกับที่เหล่าโกลเซนต์ต่างพยักหน้าให้แก่กันเเล้วลอบชำเลืองมองเจ้าเหนือหัวของพวกตนก่อนจะหันหลังเดินออกไป ไม่มีใครทันสังเกตเห็นแววตาประหลาดของพวกเขายามที่จ้องมองผู้เป็นประมุข
“เอาละ.. ข้ารู้ว่าเจ้าเกลียดข้า แต่ก็ขอให้สงบใจแล้วยอมฟังข้าสักนิด”
“ใช่.. ข้าอาจชังน้ำหน้าท่าน แต่ข้าก็ไม่ใช่คนต่ำช้าถึงขนาดที่จะลงมือขืนใจเด็กสาวตัวเท่านั้น”
คำพูดดังกล่าวเรียกรอยยิ้มบางๆให้ปรากฏขึ้นบนริมฝีปากชิออน หากนัยน์ตาคมวาวยังคงจ้องมองใบหน้าฝ่ายตรงข้ามอย่างดุดันไม่เปลี่ยน
“ด้วยความจริงข้อนั้น ทำให้เจ้ายังคงมีชีวิตรอดอยู่จนถึงนาทีนี้”
“และเป็นเพราะมูกับเซเลซิสจะต้องหัวใจแหลกสลายหากเกิดสิ่งใดขึ้นกับท่าน ทำให้ข้าข่มกลั้นความปรารถนาของตนเองไว้ได้
และที่เวลานี้ท่านยังสามารถยืนหายใจรดหน้าข้าได้อยู่ก็เพราะเหตุนี้”
“ปากกล้าขึ้นนะ”
“ข้าไม่เคยกลัวท่านมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว.. ตาเฒ่า”
เพลิงโทสะเข้มข้นในดวงตาสีเลือดสบประสานเข้ากับแววเกลียดชังสีม่วงเข้มอยู่อึดใจหนึ่งก่อนจะดับสลายไปในที่สุด เจมินี่ ซากะถอนหายใจยาวแล้วพยายามสงบจิตใจตนเอง
..วันนี้เวลานี้เขาคือเคียวโก หาใช่โกลเซนต์คนเดิมอีกต่อไปแล้ว ดังนั้นเขาจะต้องแยกแยะเรื่องส่วนรวมและส่วนตัวออกจากกันให้ได้...
“กลับมาเข้าเรื่องกันดีกว่า มีเรื่องใดที่ข้าควรรู้อย่างนั้นหรือ”

To Be Con... Chapter15 partII
รอนานหน่อยนะคะ
ช่วงสัปดาห์เเห่งการสอบเป็นยังไงกันบ้างคะ มีใครกำลังจะขาดใจตายบ้างรึเปล่า.. มูนดรอปเองคนหนึ่งล่ะที่รู้สึกอย่างนั้นเพราะอะไรๆรอบตัวมันเยอะเเยะไปหมด รู้สึกว่าได้พักผ่อนน้อยลงเเละเครียดมากขึ้น เเต่ยังไงก็ตาม... กลับมาอัพตอนใหม่เเล้วนะคะ^ ^
ถึงเเม้จะสั้น เเต่ก็ยังยินดีนำเสนอเช่นเคย
--------------------------------
Chapter15
“ว่าอย่างไรนะ!!”
ประมุขแห่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์อุทานออกมาอย่างลืมตัวเมื่อได้รับทราบข้อมูลใหม่ล่าสุดจากโกลเซนต์ไลบรา.. เรือนกายสูงใหญ่ในชุดคลุมยาวจรดพื้นถึงกับเย็นวาบไปทั่วสันหลัง ขณะที่ผู้อาวุโสทั้งสอง..โดโกและชิออนได้แต่สบตากันและกันอย่างงุนงงเคียวโกคนนี้... จะตกใจอะไรกันนักกับแค่ฮาเดสฟื้นคืนชีพ...
“ดูท่าทางพวกท่านคงยังไม่ทราบ ว่าทางแซงทัวรี่เองก็ได้ข่าวคราวมาอีกทางหนึ่งเช่นกัน
ในเมื่อเป็นเช่นนี้เห็นทีเราคงวิกฤติอย่างหนักเสียแล้วเมื่อต้องรับศึกสองด้าน ทั้งจากฮาเดสและโพเซดอน”
“หมายความว่ายังไง”
ซากะกลอกตามองบุคคลทั้ง2สลับกันไปมาก่อนจะทอดถอนใจแล้วเหยียดยิ้ม
“หมายความว่าตั้งแต่ครั้งโบราณกาลมาข้าคือเคียวโกผู้โชคดีที่สุดที่ได้รับมือกับเพลิงพิโรธของเทพเจ้าสติแตกถึง2องค์พร้อมๆกันไงล่ะ”
ประมุขแห่งแซงทัวรี่ไม่พลาดที่จะได้เห็นสีหน้าซึ่งเป็นส่วนผสมของความประหลาดใจและตกใจของทั้งคู่ ถึงแม้ว่าตนอาจเอาชีวิตไม่รอดจากทัณฑ์ของเทพเจ้าหากมันก็คุ้มราคาแล้วเมื่อแลกกับความสะใจที่ได้เห็น เพราะสีหน้าที่ตกใจจนซีดเผือดของเซนต์อาวุโสและอดีตเคียวโกนั้นไม่ใช่สิ่งที่จะได้เห็นบ่อยนัก และสวรรค์ทราบดี.. ว่าคนอย่างเจมินี่ ซากะไม่เคยอ้อนวอนร้องขอความเมตตา เขาอาจยอมก้มหน้ารับชะตากรรมมาตลอดก็จริง แต่เมื่อถึงเวลาแล้วเขาเองก็พร้อมที่จะกลายเป็นไอ้ตัวแสบให้เทพเหล่านั้นซาบซึ้งถึงแก่นเช่นกัน
“ก็ดี.. แน่จริงให้มันมาเลย! ..อย่างกับข้าจะสนนี่”
โดโกเพียงแต่คลี่รอยยิ้มในทีแรกที่ได้ฟังตามด้วยเสียงหัวเราะทุ้มลึกในลำคอ ก่อนจะหันไปตบบ่าสหายรักค่อนข้างแรงแล้วแหงนหน้าระเบิดเสียงหัวเราะดังก้อง
“ข้าแพ้แล้ว! เจ้าพูดถูก
เจ้าหนูเจมินี่คนนี้มีลูกบ้าอย่างที่เราคิดไม่ถึงจริงๆด้วย!!”
“ถ้าเช่นนั้นก็ยอมจ่ายข้ามาเสียโดยดี... แล้วคราวหน้าจำด้วยไว้ว่าหากไม่มั่นใจว่าจะชนะล่ะก็ ข้าจะไม่เสียเวลาพนันขันต่อกับเจ้าเด็ดขาด
เอาล่ะ..”
พริบตานั้นชิออนก็เปลี่ยนท่าทีกระทันหัน นัยน์ตาสีม่วงอเมทิสคมกริบพลันทวีแสงสีเข้มขึ้นทันตาพร้อมด้วยสีหน้าจริงจังดังเช่นอดีตที่เคยเป็นเคียวโก
“สาเหตุที่ข้ากลับมาที่แซงทัวรี่นี้อีกครั้งมิใช่แค่เพียงเพื่อนำตัวบุตรสาวกลับไปอย่างเดียวเท่านั้น หากข้ายังไม่ได้ทำหน้าที่อีกอย่างหนึ่งในฐานะเคียวโกให้สำเร็จลุล่วง
โดโก.. เจ้ากับคนอื่นๆออกไปก่อนได้หรือไม่ ข้ามีบางสิ่งที่จะต้องบอกกล่าวต่อเคียวโกคนใหม่เป็นการส่วนตัว”
สิ้นเสียงอดีตผู้นำ โกลเซนต์ไลบราและคนอื่นๆก็พากันทยอยออกไปจากห้อง ขณะที่ซากะยืนนิ่งแล้วขบกรามแน่นอยู่กลางห้องด้วยความอดสูที่เห็นได้ชัดว่าตนไม่อาจซื้อใจผู้ใต้บังคับบัญชาได้เลยแม้แต่คนเดียว อึดใจเดียวกับที่เหล่าโกลเซนต์ต่างพยักหน้าให้แก่กันเเล้วลอบชำเลืองมองเจ้าเหนือหัวของพวกตนก่อนจะหันหลังเดินออกไป ไม่มีใครทันสังเกตเห็นแววตาประหลาดของพวกเขายามที่จ้องมองผู้เป็นประมุข
“เอาละ.. ข้ารู้ว่าเจ้าเกลียดข้า แต่ก็ขอให้สงบใจแล้วยอมฟังข้าสักนิด”
“ใช่.. ข้าอาจชังน้ำหน้าท่าน แต่ข้าก็ไม่ใช่คนต่ำช้าถึงขนาดที่จะลงมือขืนใจเด็กสาวตัวเท่านั้น”
คำพูดดังกล่าวเรียกรอยยิ้มบางๆให้ปรากฏขึ้นบนริมฝีปากชิออน หากนัยน์ตาคมวาวยังคงจ้องมองใบหน้าฝ่ายตรงข้ามอย่างดุดันไม่เปลี่ยน
“ด้วยความจริงข้อนั้น ทำให้เจ้ายังคงมีชีวิตรอดอยู่จนถึงนาทีนี้”
“และเป็นเพราะมูกับเซเลซิสจะต้องหัวใจแหลกสลายหากเกิดสิ่งใดขึ้นกับท่าน ทำให้ข้าข่มกลั้นความปรารถนาของตนเองไว้ได้
และที่เวลานี้ท่านยังสามารถยืนหายใจรดหน้าข้าได้อยู่ก็เพราะเหตุนี้”
“ปากกล้าขึ้นนะ”
“ข้าไม่เคยกลัวท่านมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว.. ตาเฒ่า”
เพลิงโทสะเข้มข้นในดวงตาสีเลือดสบประสานเข้ากับแววเกลียดชังสีม่วงเข้มอยู่อึดใจหนึ่งก่อนจะดับสลายไปในที่สุด เจมินี่ ซากะถอนหายใจยาวแล้วพยายามสงบจิตใจตนเอง
..วันนี้เวลานี้เขาคือเคียวโก หาใช่โกลเซนต์คนเดิมอีกต่อไปแล้ว ดังนั้นเขาจะต้องแยกแยะเรื่องส่วนรวมและส่วนตัวออกจากกันให้ได้...
“กลับมาเข้าเรื่องกันดีกว่า มีเรื่องใดที่ข้าควรรู้อย่างนั้นหรือ”

To Be Con... Chapter15 partII
รอนานหน่อยนะคะ
Tags: fic, fiction, gemini, saga, saint seiya3 Comments






ถ้ารู้เมื่อไหร่ค่อยมาเพิ่มเติมที่หลังเนาะ)
#1 By suigintou on 2009-03-01 16:01