Chapter15 [partII]

posted on 07 Mar 2009 17:54 by moon-drop
“ข้ารู้ตัวดีมาตลอดว่าข้าไม่อาจเทียบท่านได้ และการเป็นเคียวโกนั้นทำให้ชีวิตของข้าเปลี่ยนไปมากจริงๆ

แต่เมื่อได้รับรู้เรื่องเหล่านี้แล้ว.. โลกของข้าก็ยิ่งเปลี่ยนมุมมองไปเสียจนบอกไม่ถูกว่าเวลานี้รู้สึกอย่างไรกันแน่ ช่างเหลือเชื่อจริงๆที่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่ข้าอาศัยมาแต่เล็กแต่น้อยยังมีเรื่องเช่นนี้ด้วย”



เจมินี่ ซากะเอ่ยเบาๆพลางทอดสายตาเหม่อมองออกไปยังเส้นขอบฟ้าที่เริ่มปรากฏแสงทองรำไร ร่างสูงใหญ่ในชุดคลุมยาวอันแสดงถึงฐานันดรสูงส่งยืดกายเต็มความสูงแล้วก้าวออกไปยืนที่ริมผาด้านหลังรูปปั้นของอาเทน่าเพื่อปลดปล่อยอารมณ์ และปล่อยอาภรณ์สีดำขลิบทองตลอดจนเส้นเกศายาวให้ปลิวสะบัดตามแรงลม ขณะที่อารีเอส ชิออนยืนกอดอกนิ่งอยู่เบื้องหลังไม่ห่างออกไปนัก



“ทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเจ้าแต่เพียงผู้เดียว

บัดนี้เจ้าคือเคียวโก... ผู้ปกครองสูงสุดของแซงทัวรี่ซึ่งมีอำนาจชี้เป็นชี้ตายให้แก่เหล่าเซนต์ การตัดสินใจของเจ้าจะนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่หลวง การคงอยู่ ..หรือจะนำพาความพินาศย่อยยับมาให้ก็ยังได้”



ไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองจากบุคคลเบื้องหน้า ซากะยังคงยืนหันหลังนิ่งพลางจ้องมองลงไปเบื้องล่างราวกับไม่รับรู้ ..รึไม่ก็เจตนาลองดี หากชิออนรู้ดีกว่านั้น.. เจ้าหนุ่มนี่เป็นโรค‘ดื้อด้าน’ขึ้นสมองมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว และจนป่านนี้ก็ยังไม่เปลี่ยนนิสัย


“เจ้าอาจอยากแก้แค้นผู้คนทั้งโลกที่ทำให้เจ้าต้องทุกข์ทรมานอยู่เช่นนี้ หรือเพียงแก้แค้นข้า ...นั่นก็เป็นสิทธิ์ของเจ้า ด้วย‘สิ่งนั้น’ ย่อมบันดาลให้ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปอย่างที่ไม่มีอะไรจะมาขวางได้”



อดีตเคียวโกหลับตาลง พลางถอนหายใจแผ่วเบายามที่นึกถึงใบหน้าของผู้เป็นที่รัก


“ถึงแม้ระหว่างเราจะเกิดเรื่องราวขึ้นมากมายแต่ชิออนผู้นี้ก็ยังเชื่อ... ว่าข้าดูคนไม่ผิด

เดิมทีข้าคิดเพียงแค่ต้องการทำหน้าที่ครั้งสุดท้ายของตนเอง ..ด้วยการบอกเรื่องนี้กับเจ้าแล้วก็ถือว่าข้าหมดภาระของเคียวโกอย่างแท้จริงแล้ว ทว่าหากข้าหันหลังจากไปแม้แต่ลูกเมียข้าก็อาจไม่มีแม้แผ่นดินจะอาศัยอย่าว่าแต่ผู้คนที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวเลย

ดังนั้นเราจึงต้องร่วมมือกัน เจ้าจะเห็นเป็นอย่างไร”


“ก็ฟังดูเข้าท่าดี แต่ท่าทางเราคงไม่มีเวลามาพูดคุยกันเสียแล้ว.. จู่ๆน้ำทะเลข้างล่างก็หนุนสูงขึ้นอย่างผิดปรกติมาตั้งแต่เมื่อครู่ สงสัยเราจะมีแขกมาเยือนแต่เช้าตรู่..”




มิใช่เพียงวิหารเคียวโกที่ตื่นตัวกับภัยคุกคามเท่านั้น ถัดลงไปเบื้องล่าง.. เหล่าผู้พิทักษ์วิหารต่างๆก็สัมผัสได้ถึงความผิดปรกตินี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิหารที่มีอาณาเขตติดหน้าผาสูงและทะเล

นัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มของเจ้าของวิหารที่8เบิกโพลงอย่างไม่อยากเชื่อสายตาตนเอง


...นี่มันอะไรกัน....

อาเทน่าโปรดเมตตา เขาไม่เคยเห็นอะไรอย่างนี้มาก่อนเลยในชีวิต....



ภาพเหล่าอสูรกายจากขุมนรกจำนวนนับไม่ถ้วนที่กำลังขึ้นจากน้ำแล้วไต่คืบคลานมาตามโขดหินนั้นราวกับฝันร้ายก็มิปาน แต่ละตนล้วนเนื้อตัวตะปุ่มตะป่ำเป็นเมือกเยิ้มส่งกลิ่นเหม็นคาวคลุ้งน่าเกลียดน่ากลัวเหลือประมาณ และด้วยจำนวนอันมากมายของพวกมันดูราวกับจะทำให้แซงทัวรี่ถูกโอบล้อมด้วยกองทัพอมนุษย์เสียแล้ว สิ่งที่เห็นทำให้มิโร่ถึงกับใจหายวาบ


..หากพวกมันบังอาจบุกรุกดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่ยากแก่การเข้าถึงได้เช่นนี้แล้วตัวเมืองรอบนอกจะเป็นอย่างไร

อีกทั้งระดับน้ำทะเลที่สูงจนผิดปรกตินี้จะต้องเป็นฝีมือของ...


“พวกเจ้า.. รีบแจ้งคนไปจุดไฟที่หอนาฬิกาโดยด่วนแล้วพิทักษ์องค์เคียวโก!!”



“ไม่ต้องห่วงข้า”


สกอร์เปียนหนุ่มมีอันต้องชะงักงันเมื่อน้ำเสียงห้วนสั้นเด็ดขาดพลันขัดขึ้นกลางครัน ประมุขแห่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์ก้าวเข้ามาในวิหารอย่างรีบร้อนพร้อมด้วยโกลเซนต์จากวิหารบนๆ



“กระจายคำสั่งของข้าลงไป บอกพวกข้างล่างให้เร่งอพยพผู้คนรอบนอกแซงทัวรี่เข้ามาข้างในให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ มิโร่.. เจ้ากับคนอื่นๆรีบออกจากวิหารไปเดี๋ยวนี้เลย จงดูแลความปลอดภัยของชาวบ้านและอย่าปล่อยให้ผู้บริสุทธิ์เป็นอะไรไปแม้แต่คนเดียว

ส่วนท่าน.. โดโก ข้าขอให้ท่านนำกำลังซิลเวอร์เซนต์อีกส่วนหนึ่งมาพร้อมกับข้า บดขยี้พวกสัตว์นรกที่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงเหล่านี้ให้เป็นผุยผง

ให้เหล่าเทพได้ประจักษ์ ..ว่าเรามิใช่มดปลวกที่คิดจะทำอย่างไรก็ได้”



“แต่..”


มิโร่ที่ตั้งใจจะเอ่ยทัดทานถึงกับสะดุ้งเฮือกเมื่อนัยน์ตาลุกวาวตวัดกลับมาพร้อมด้วยรังสีกดดันอันมหาศาลที่แผ่กระจายออกมาจากร่าง ดูราวกับมีเปลวไฟลุกเรืองอยู่ในดวงตาแดงก่ำของผู้เป็นเคียวโก ประหนึ่งประกาศชัดว่าพร้อมจะละเลงเลือดหากตนยังกล้าขัดขืนคำสั่งใดๆอีก


“ไม่มีแต่! การที่พวกเจ้าปล่อยให้ผู้ที่มิใช่เซนต์บุกรุกขึ้นไปถึงตัวข้าได้นั้นข้าจะไม่ถือโทษแต่หากชาวบ้านที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวเป็นอะไรไป ข้าแน่ใจว่าจะทำให้พวกเจ้าทุกคนต้องชดใช้อย่างสาสมทีเดียว”



น้ำเสียงเย็นเยียบกับรังสีคุกคามจากเจ้าเหนือหัวผลักดันให้กองทัพมนุษย์พร้อมอาวุธครบครันเคลื่อนตัวเข้าปะทะกับผู้บุกรุกในอึดใจต่อมา ขณะที่บรอนต์เซนต์และซิลเวอร์เซนต์ออกบัญชาการรบด้วยตนเอง


สรรพสำเนียงของการฆ่าฟันน่าสะพรึงกลัวดังกระหึ่มสะท้อนไปทั่วทั้งขุนเขา.. เสียงอสูรกายแผดคำรามยามที่อาวุธคมกริบในมือทหารผู้พิทักษ์แซงทัวรี่เสียบทะลุเนื้อหนัง ผสมปนเปไปกับเสียงมนุษย์แผดร้องสุดเสียงเมื่อคมเขี้ยวเกรอะกรังฝังเข้าที่ลำคอแล้วฉีกกระชากหลอดลมให้สะบั้นออกจากร่างพร้อมด้วยลมหายใจเฮือกสุดท้าย


ขณะเดียวกัน.. พลังของเหล่าเซนต์ที่ผลัดกันระเบิดการโจมตีเป็นวงกว้างนั้นยิ่งเพิ่มองศาการสังหารให้รุนแรงขึ้นอีก ต่างคนต่างโรมรันอย่างเต็มความสามารถแต่ด้วยกำลังที่น้อยกว่าก็ส่งผลให้ได้บาดแผลมากบ้างน้อยบ้าง คราบคาวโลหิตและเมือกเปียกลื่นที่กระเซ็นมาถูกตัวนั้นอาบชโลมเสียจนครอธที่สวมใส่อยู่เปลี่ยนเป็นสีคล้ำเข้มส่งกลิ่นเหม็นน่าสะอิดสะเอียน


ชิออนยืนนิ่งอยู่ตามลำพังพลางเฝ้าดูความเป็นไปอยู่ที่วิหารอควอเรียส.. ร่างสูงใหญ่ในชุดลำลองที่ยังไม่มีแม้รอยขีดข่วนถอนหายใจด้วยความไม่สบายใจ ถึงแม้ว่าการลงมือกำจัดเหล่าปีศาจสวะเหล่านี้จะไม่ใช่เรื่องยากหากก็ยังอดสังหรณ์ใจมิได้ว่านี่ยังอาจเป็นเพียงการลองเชิงเล็กๆน้อยๆเท่านั้น ในเมื่อระดับขุนพลของฝ่ายตรงข้ามยังมิได้ปรากฏกายออกมาเลยแม้แต่คนเดียว


...หรือว่าสงครามที่แท้จริงจะยังไม่เริ่มขึ้นและนี่อาจเป็นเพียงส่วนหนึ่งของแผนการของพวกมันกันแน่...





To Be Con...Chapter16



จบตอนที่15เเล้วรู้สึกเหมือนเป็นการเปิดเข้าสู่เนื้อเรื่องใหม่ด้วย  ขณะเดียวกันอารมณ์หวานเเกมเศร้า+รักเเม่เสียดายลูกของท่านสง่าก็ต้องพับไปเมื่อตอนนี้ต้องสนใจความอยู่รอดก่อน*0*


เเละทั้งๆที่เรื่องราวกำลังน่าตื่นเต้น+น่าเขียนต่อ มูนดรอปกลับรู้สึกหมดไฟซะงั้น...

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ตอนนี้เขียนฉากต่อสู้ได้สุดยอดจริงๆค่ะ เล่าซะเห็นภาพ ทำให้นึกถึงหนังเรื่อง300เลยอ่ะค่ะ

#1 By suigintou on 2009-03-20 16:03

เข้ามาอ่านแล้วนะครับ จากที่หายไปสักพักหนึ่ง ดูเหมือนเนื้อเรื่องจะเปลี่ยนไปซะด้วยสิ จากฉากรัก เปลี่ยนเป็นฉากบู๊กัน จะได้เห็นฝีมือของโกลด์เซนต์แล้วทีนี้ เนื่อเรื่องกำลังเข้มข้นน่าติดตาม จะคอยอ่านต่อไปครับ

ปล.ขำอะที่บอกว่าเรื่องรักๆเศร้าๆเอาไว้ก่อน เพราะต้องคิดถึงความอยู่รอดของทุกๆท่านก่อน ถ้าไม่รีบป้องกันไว้เดี๋ยวคราวหน้าโกลด์เซนต์ทุกท่านอาจจะไม่ได้เล่นบทต่อไปเพราะ ม้วยมรณาไปเสียก่อน เหอๆๆ........แซวเล่นงับ



post by:tuesday002 (20 mar 09:06:11:56 pm )

http://www.saintseiyathaifanclub.com/smf_n/index.php

#2 By ~Moondrop~ on 2009-03-20 19:19

นี่เป็นเอนทรี่ล่าสุดใช่มั้ยคะ

อยากบอกว่าได้อ่านเรื่องมูนไลท์ เซเรเนดไป สนุกมากๆเลยค่ะ อ่านทีเดียว 65 ตอนเลย

จะติดตามผลงานต่อไปเรื่อยๆเลยนะคะ ขอบคุณที่เเต่งให้อ่านหลายๆเรื่องค่ะ

#3 By 'เด็จป้า on 2009-03-30 15:01

ใช่เเล้วจ้า นี่คือเอนทรี่ล่าสุดที่ดองซะนานเลยยังไม่มีเวลาเขียนเพิ่มเเต่จะพยายามมาต่อให้ไวค่ะ

ขอบคุณที่เข้าไปอ่านเรื่องมูนไลท์นะคะ ถึงเเม้จะเขียนจบไปนานเเล้วเเต่ถ้ามีตรงไหนที่อยากเเสดงความคิดเห็นเชิญได้เลยค่ะ ถ้ามูนดรอปเห็นคอมเม้นก็จะเข้ามาตอบให้ค่ะ^ ^

#4 By ~Moondrop~ on 2009-03-31 00:22